สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน
ผ่านมา 2 เดือนแล้วสำหรับวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน
ปีนี้เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมมุ่งเป้าชวนเชิญทั่วโลกร่วมกันกำจัดมลพิษพลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะถือว่าขยะพลาสติกเป็นปัญหามลพิษสร้างความปั่นป่วนอลหม่านไปทั้งโลก ทั้งบนบก ในแม่น้ำลำคลอง และโดยเฉพาะทะเลกลายเป็นถังใส่ขยะพลาสติกใบใหญ่สุดไปแล้ว
เฉลี่ยแต่ละปีจะโรงงานทั่วโลกผลิตสินค้าพลาสติกในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ถุงใส่อาหาร ถุงปุ๋ย ขวดเครื่องดื่ม ขวดยาฆ่าแมลง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องครัว อุปกรณ์ห้องน้ำ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เครื่องมือแพทย์ไปจนถึงอุปกรณ์ในเครื่องบิน ผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดนี้รวมๆ กันแล้วมีน้ำหนักราว 400 ล้านตัน
เมื่อนำใช้ไปแล้วเกิดเป็นขยะ บ้านเมืองไหนจัดการไม่เป็นขยะก็เกลื่อนเมือง ถูกฝนชะลงสู่แม่น้ำลำคลองไปรวมกันที่ก้นทะเลหรือทะเลสาบ กองอยู่ในทะเลทรายหรือบนยอดเขาสูง
เฉพาะในทะเลแต่ละปีมีขยะพลาสติกราว 19-23 ล้านตัน
ขยะเหล่านี้บรรดาสัตว์ทะเลอื่นๆ คิดว่าเป็นเศษอาหารเมื่อกลืนกินเข้าไปเกิดเจ็บป่วยเสียชีวิต
อย่างวาฬเกยตื้นที่ จ.สงขลา พบถุงพลาสติก 80 ใบอุดในช่องท้อง หรือเต่ามะเฟืองกลืนถุงพลาสติก 9 ใบ นอนตายบนหาดระยอง
บ้างก็เป็นเศษขยะพลาสติกสึกกร่อนจนเล็กแทบจะมองไม่เห็นหรือที่เรียกว่า ไมโครพลาสติก ปลิวว่อนอยู่ในอากาศ เปื้อนในดิน
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าคนทั่วโลกสูดอากาศหรือกลืนอาหาร น้ำที่เปื้อนไมโครพลาสติกราว 5 หมื่นชิ้นต่อปี
อีก 15 ปีข้างหน้า
ถ้าสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ขยะพลาสติกจะทะลักล้นโลกเพิ่มมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์

แฮชแท็ก เอาชนะมลพิษพลาสติกให้ได้ (#BeatPlasticPollution) จึงเป็นหัวใจสำคัญของการประชุมที่เกาะแจจู ประเทศเกาหลีใต้ ในวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้
ด้วยเพราะปัญหาขยะพลาสติกเกี่ยวโยงไปถึงปัญหาการทำลายสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกหรือภาวะโลกเดือด และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมไปสู่ความยั่งยืน
แต่การแก้ปัญหาขยะพลาสติกดูเหมือนเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญและเพิ่มต้นทุนทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
ประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้เงินแก้ปัญหานี้และปัญหาที่พ่วงตามมา เช่น เจ็บป่วย การบำบัดน้ำเสีย การเก็บกำจัด ปีละ 300,000-600,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนป องค์กรที่ใส่ใจและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมานาน พยายามปลุกกระแสหยุดยั้งขยะพลาสติก
แต่ยูเนปทำได้แค่ตะโกนให้โลกรู้เท่านั้น ความเป็นจริงผู้คนผลิตขยะพลาสติกกันต่อไปและผลิตมากขึ้นทุกปี
จะมีแค่ไม่กี่สิบประเทศเท่านั้น ที่เห็นพ้องว่าต้องละลดเลิกหรือใช้พลาสติกให้น้อยลง นำมาใช้ใหม่ใช้ให้นานๆ
ประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งสวีเดนและเยอรมนี มีแผนปฏิบัติการเพื่อใช้พลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ และบริหารจัดการกับขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ มีระบบวางมัดจำเมื่อซื้อเครื่องดื่มบรรจุในขวดพลาสติก เมื่อดื่มเสร็จเอาขวดกลับมาที่ร้านคืนมัดจำกลับไป หรือนำขยะพลาสติกไปแปลงเป็นพลังงานความร้อนในสัดส่วนมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์
นอกเหนือจากสวีเดนและเยอรมนีแล้ว ก็มี “รวันดา” ประเทศที่อยู่ในทวีปแอฟริกา ได้รับการยกย่องว่ามีระบบจัดการขยะพลาสติกยอดเยี่ยมติดอันดับต้นๆ ของโลก
ทำไม “รวันดา” ซึ่งเป็นประเทศค่อนข้างยากจน ผู้คนมีรายได้ต่อหัวต่อปีแค่ 3 หมื่นบาท กลับมีความสามารถในการจัดการปัญหาขยะพลาสติกทัดเทียมกับประเทศพัฒนาแล้ว?

รวันดามีประชากรเพียง 12 ล้านคน เกิดสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อ 30 ปีก่อน ระหว่างชนเผ่า “ทุตซี” กับ “ฮูตู” ฆ่ากันนาน 100 วัน เสียชีวิตเกือบ 1 ล้านคน
เมื่อสงครามสงบลงประเทศกลับสู่ความปกติ รัฐบาลรวันดาปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองให้สอดคล้องกับความเป็นไปของสังคมโลกเน้นในเรื่องการบริหารโปร่งใส ตัดทอนช่องทางโกงกินคอร์รัปชั่น ลดความซ้ำซ้อนในการทำธุรกิจ คิดใหม่เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ เช่น เจรจายุติการสู้รบกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยแห่งคองโก ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งขัดแย้งมานานหลายปี
แนวทางของรัฐบาลรวันดาสร้างความเชื่อมั่นในสายตาของนานาชาติ มีนักลงทุนแห่ไปทำเหมืองแร่หายากอย่างโคบอลต์ ลิเธียม แทนทาลัม ทองแดง และทองคำ ทำให้เศรษฐกิจรวันดาแข็งแกร่งมากขึ้น
ปัจจุบันเศรษฐกิจดัชนีคอร์รัปชั่นของรวันดาอยู่ที่อันดับ 43 สูงกว่าไทยซึ่งหล่นไปอยู่อันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก น่าอนาถใจประเทศไทย
ส่วนแนวคิดการกำจัดขยะพลาสติกของรวันดาเพราะเห็นว่าพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งมีผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อม ขยะพลาสติกหลุดเข้าไปอุดท่อระบายน้ำ ไหลลงในทะเลก็มีผลกระทบกับสัตว์ใต้ทะเล เอาไปเผาทิ้งก็เกิดมลพิษในอากาศ
ในปี 2551 รัฐบาลรวันดาประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยข้อห้ามการผลิต นำเข้า ใช้และขายถุงพลาสติกและพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ใครมือบอนทิ้งขว้างขยะพลาสติกจะโดนค่าปรับเริ่มต้นตั้งแต่ 60เหรียญสหรัฐ หรือราว 2 พันบาทไปจนถึงโทษจำคุก
กฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้รวันดากลายเป็นประเทศแรกในโลกที่เอาจริงกับขยะพลาสติก
ชาวรวันดาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง
เมืองต่างๆ ในรวันดาสะอาดสะอ้านมากขึ้นและโดยเฉพาะกรุงคิกาลีได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองหลวงที่สะอาดที่สุดในทวีปแอฟริกา
เมื่อ 2 ปีที่แล้วโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติหรือ UNDP เป็นเจ้าภาพเชิญชวนผู้บริหารจากนานาประเทศไปร่วมเรียนรู้วิถีการบริหารจัดการขยะที่กรุงคิกาลีซึ่งมีบริษัทเก็บขยะและรีไซเคิลขยะ 15 บริษัทที่ร่วมดูแลความสะอาดให้กับเมืองหลวงของรวันดา
นอกจากระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพแล้ว รวันดายังมีโครงการ “อูมิวกันดา” (Umuganda) เป็นโครงการสร้างความตระหนักรู้ให้กับชุมชนในการผนึกพลังเพื่อจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ทุกวันเสาร์สุดท้ายของทุกเดือน ชาวรวันดาทั่วประเทศอายุตั้งแต่ 16-65 ปีจะร่วมชุมนุมเพื่อเรียนรู้การเก็บคัดแยกทำความสะอาด
การร่วมเรียนรู้และทำซ้ำๆ กันต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี ชาวรวันดาจึงซึมซับว่า ชุมชนที่น่าอยู่ มีความสะอาดนั้นมีความสำคัญอย่างไร และ “อูมิวกันดา” ยังช่วยสร้างเสริมพลังสามัคคีของชาวรวันดาให้แข็งแกร่งอีกด้วย

คราวนี้กลับมาดูระบบจัดการขยะพลาสติกในบ้านเรา
กล่าวสรุปได้ว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น?
ปี 2560 กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำรวจพบว่าคนไทยใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 1 คนต่อ 8 ใบต่อวัน หรือเท่ากับ 2,920 ใบต่อปี ถ้าคิดรวมทั้งประเทศใช้ถุงพลาสติกวันละ 500 ล้านใบ หรือปีละ 182,500 ล้านใบ
ปี 2561 คนไทยทิ้งขยะพลาสติกเฉลี่ยวันละ 7,000 ตัน หรือปีละ 2.7 ล้านตัน เป็นผู้ก่อมลพิษขยะใหญ่ที่สุดติดอันดับ 6 ของโลก
เมื่อวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ แถลงว่า คนไทยใช้ถุงพลาสติก 3,000 ใบต่อคนต่อปี หรือรวมกัน 200,000 ล้านใบต่อปี ปี 2567 มีขยะพลาสติกทั้งหมด 2.88 ล้านตัน นำกลับมารีไซเคิลใช้ประโยชน์ใหม่แค่ 720,000 ตัน หรือ 25% เท่านั้น
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยใช้ถุงพลาสติกมากกว่า 8 ปีก่อน
การรณรงค์ลดเลิกใช้ถุงพลาสติกที่ผ่านๆ มาไม่ได้ผล โรดแมปที่ตั้งเป้าว่า ปี 2565 เลิกใช้ถุงพลาสติก 100% แต่ ณ ปัจจุบัน ถุงหิ้วพลาสติกมีขายเกลื่อนเว็บ แพ็ก 1กิโลกรัม 110 บาท
เป้าหมาย “ลดขยะพลาสติก” ในโรดแมปจึงเป็นตัวเลขที่เขียนขึ้นอย่างเพ้อเจ้อ
วันสิ่งแวดล้อมโลกผ่านไปแล้ว 2 เดือน ผมไปเดินเล่นชายหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี ระหว่างนั้นสิ่งที่พบคือกองขยะพลาสติกที่คลื่นซัดมาเกลื่อนชายหาดเป็นแนวยาว ยิ่งเดินยิ่งเห็นมากขึ้น
ขยะพลาสติกบนหาดจอมเทียนบอกให้รู้ว่า ใต้ท้องทะเลไทยต้องมีขยะพลาสติกในปริมาณมหาศาล
ถ้ารัฐบาลยังทำแค่เขียนเป้าหมายตามฝันลอยๆ แต่ของจริงคนไทยยังทิ้งขว้างสะเปะสะปะอย่างที่เป็นอยู่ อีกไม่กี่ปีข้างหน้าไทยอาจได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก
ใต้ภาพ :
เศษขยะพลาสติกถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี บอกให้รู้ว่าใต้ท้องทะเลไทยมีปริมาณขยะพลาสติกมากมายมหาศาล สะท้อนระบบกำจัดขยะที่ล้มเหลว
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
