bg-single

ภูมิรัฐศาสตร์ ของแร่หายากในเมียนมา

03.09.2025

โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

ภูมิรัฐศาสตร์

ของแร่หายากในเมียนมา

จากข้อมูลแหล่งผลิตแร่หายากสำคัญ (rare earth) เมียนมาสามารถผลิตแร่หายากได้มากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก อันมีสัดส่วน 8% ของการผลิตแร่หายากสำคัญในโลก เมียนมาผลิตแร่หายากได้รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลนี้ไม่อาจปฏิเสธบทบาทของเมียนมาในฐานะแหล่งผลิตแร่หายากของโลก

ดังนั้น เมียนมาจึงเป็นประเทศสำคัญทางยุทธศาสตร์ทั้งการทหารและเศรษฐกิจที่อาจนำแร่หายากมาผลิตเป็นชิ้นส่วนสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการทหาร อุตสาหกรรมขั้นสูง และอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งจีน สหรัฐอเมริกาจึงหันหน้าไปสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อเมียนมา ไม่ว่ารัฐบาลเมียนมาจะทำการรัฐประหาร ปกครองประเทศด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ที่น่าสนใจ แหล่งแร่หายากของเมียนมาอยู่ในเขตกลุ่มชาติพันธุ์เสียเป็นส่วนใหญ่ด้วย

อย่างไรก็ตาม หากเรานำประเด็นภูมิรัฐศาสตร์มาวิเคราะห์แร่หายากในเมียนมา เราจะมองเห็นอีกหลายแง่มุมพร้อมกันไปด้วย

ที่มาภาพ – ที่มา USGS

ข้อจำกัดต่างๆ

ปริมาณของแร่หายากมากเป็นอันดับ 3 ของโลกที่เมียนมามีมากเท่าไรก็ตาม สะท้อนความเข้าใจผิดอย่างสำคัญ ด้วยข้อจำกัดต่างๆ

ได้แก่ ความท้าทายด้านโลจิสติกส์ของเมียนมา ข้อจำกัดการผลิตแร่หายากบริสุทธิ์ขั้นสูง การพึ่งพาลึกซึ้งต่อจีนของ Kachin Independence Army-KIA ที่ควบคุมเหมืองแร่หายาก อุปสรรคด้านกฎหมายของจีน สหรัฐอเมริกา และนานาชาติ พลังของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ภาคประชาสังคมในเมียนมาและนานาชาติ ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

เหล่านี้สะท้อนความไม่สมเหตุสมผลในการผลิตแร่หายากในเมียนมา แล้วยังลดทอนความสำคัญของเมียนมาผู้ครอบครองแร่หายากด้วย แม้ว่ามีการเติบโตของเหมืองแร่หายากในเมียนมาก็จริง

อีกทั้งเมื่อ 28 กรกฎาคม 2025 มีการเคลื่อนไหวสำคัญของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่กังวลต่อการเข้าถึงแหล่งสำรองแร่หายากในเมียนมา

เราควรมาดูข้อจำกัดต่างๆ ดังนี้

ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และการผลิต

เมียนมาขาดรากฐานโลจิสติกส์และเทคนิคเพื่อหนุนการส่งออกแร่หายากในระดับเชิงพาณิชย์ การขุดแร่หายากในรัฐคะฉิ่นโดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ KIA การผลิตเป็นเพียงขั้นวัตถุดิบหรือกึ่งวัตถุดิบ แต่ไม่สามารถแยกผลิตแร่หายากบริสุทธิ์ขั้นสูง

กระบวนการผลิตเกือบทั้งหมดทำในจีน ที่บริษัทจีนส่งแร่หายากไปโดยทางเรือเป็นประจำจากเขตเหมืองแร่หายาก

การพึ่งพิงจีนนี้เป็นหลักประกันความแน่นอนของเมียนมาที่ยังคงส่งแร่หายากที่มีมูลค่าน้อย ที่ไม่ได้เป็นแหล่งวัตถุดิบที่ทำให้บริสุทธิ์เพื่อใช้ทำเป็นแร่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

การส่งออกวัตถุดิบสู่ตลาดนอกจากจีนแห่งเดียว เผชิญความท้าทายมากกว่า เมียนมาไม่มีโครงสร้างพื้นฐาน ระบบศุลกากร เส้นทางการขนส่งทางเรือไปอินเดียและไทย แม้กรณีอินเดีย การขนส่งจากรัฐคะฉิ่นไปบริเวณชายแดนเมียนมา-อินเดีย ที่เมืองนากาแลนด์ (Nagaland) และมะนาปลอ (Manipur) ยังเป็นเอกเทศและยังไม่เชื่อมต่อกับศูนย์กลั่นแร่ของอินเดีย

หากคิดถึงเส้นทางอื่นๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและตลาดอื่นๆ การขนส่งที่รับประกันได้ก็ถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธกลุ่มต่างๆ

การพึ่งพิงอย่างเป็นระบบ

ของ KIA ต่อจีน

KIA ได้สงวนการร่วมลงทุน (Joint Venture) ยาวนานกับบริษัทจีน หลายๆ การดำเนินการของบริษัทจีนอยู่ภายใต้การจัดการก่อนมีกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (Border Guard Forces-BGF) ที่เป็นพันธมิตรกับทหารเมียนมา

พันธมิตรนี้มีความสำคัญต่อความสามารถของ KIA ในการส่งออกวัตถุดิบและบทบาทของท้องถิ่นยังอยู่ได้

จีนคือประตูบานแรกของ KIA ไม่ใช่แค่การค้าวัสดุ แต่ยังรวมทั้งการนำเข้าสินค้าสำคัญรวมทั้งเชื้อเพลิง ข้าว และวัสดุก่อสร้าง

เส้นทางทางเลือกอื่น เส้นทางผ่านอินเดียหรือไทยเข้าถึงไม่ได้

ศูนย์บัญชาการของ KIA อยู่ตามจังหวัดชายแดนจีน-เมียนมาคือ มณฑลยูนนาน และการเข้าถึงทางการค้าพึ่งพิงอยู่กับความร่วมมือทางการเมืองกับรัฐบาลจีน

เมื่อ KIA ยึดบริเวณแร่หายากเมื่อต้นปี 2024 จีนปิดพรมแดนสั้นๆ ก่อนเปิดพรมแดนอีกครั้ง ตามมาด้วยร่วมมือโดยตรงกับจีน

สิ่งนี้สะท้อนการคัดง้างลึกๆ ของจีน กล่าวได้ว่า ในบริเวณนี้ ยุทธศาสตร์ใดๆ ที่หาทางก้าวข้ามตัวแสดงจีน เป็นความเข้าใจผิดต่อสถานะความสัมพันธ์ระหว่าง KIA กับจีน

จีนควบคุมการไหลเวียนสินค้า การเข้าถึงการผลิตและพื้นที่ทางการเมืองซึ่ง KIA ดำเนินการอยู่

กำแพงสหรัฐอเมริกาและนานาชาติ

การเข้าถึงแร่หายากเมียนมาทำไม่ได้โดยสหรัฐอเมริกาและยุโรป เนื่องจากการทับซ้อนกันของนานาชาติเรื่อง มาตรฐาน due diligence และข้อจำกัดทางกฎหมายสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศเจริญแล้วคือ OECD มีแนวทางด้าน due diligence แสดงข้อห้ามชัดเจนจากหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ประโยชน์กับกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐ (non-state Arm Forces)

ค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ KIA หรือจะเรียกอีกอย่างว่า ค่าคุ้มครอง หรือค่าผ่านทาง ก็ได้ เป็นตัวกระตุ้นให้เห็นถึงระบบดั้งเดิมที่ไม่เข้ากับข้อตกลงต่างๆ ตามกติกาของ OECD

ที่สำคัญมากการที่กลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐเหล่านี้เกี่ยวพันกับระบอบทหารเมียนมา จึงแทบไม่มีทางเลือกสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องติดต่อกับ State Administration Council-SAC หรือรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งเป็นองค์กรผู้ควบคุมสถาบันรัฐเมียนมา แบ่งสรรผลประโยชน์ต่างๆ ด้านการพาณิชย์ของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับ SAC หน่วยทหาร หรือรัฐวิสาหกิจที่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าได้ (เพราะผู้นำทหาร ครอบครัวของพวกเขา นอมินีของพวกเขาล้วนถือหุ้นลมในรัฐวิสาหกิจสำคัญเหล่านี้ทั้งสิ้น)

กล่าวโดยย่อ เมื่อรวมกันแล้ว กฎการ due diligence ของนานาชาติ การแซงก์ชั่นของสหรัฐอเมริกาต่อเมียนมา และกำแพงของระบบการเงินสร้างการสกัดกั้นแหล่งแร่หายากจากเมียนมา เท่ากับว่า ความเสี่ยงของเรื่องนี้คือ กฎหมาย การเงิน และชื่อเสียง

กลุ่มต่อต้าน

ภาคประชาสังคม

และความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อม

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของเหมืองแร่หายากในรัฐคะฉิ่น มีการวิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มภาคประชาสังคม (Civil Society) ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การตรวจสอบอย่างอิสระ ภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันการทำลายป่า แหล่งน้ำเป็นพิษและการสูญเสีย และการต้องย้ายถิ่นฐานจากที่เดิมเนื่องจากการกดดันและบังคับให้ออกจากบริเวณเขตเหมืองแร่หายาก

ผลกระทบเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของสมมุติฐาน แต่มองเห็นได้และกำลังดำเนินอยู่ต่อไป เครือข่ายผู้สนับสนุนการต่อต้านนานาชาติและท้องถิ่น ได้ดำเนินการรณรงค์ เป้าหมายอยู่ที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่หายาก

ผู้สังเกตการณ์บางคนอาจวางกรอบว่า KIA คือพวกนิยมตะวันตก หรือเป็นกลุ่มต่อต้านชาวคริสเตียนที่ต่อต้านจีน แล้วนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมจัดรูปตัวเองด้วยพันธมิตรทางการเมือง

การลงทุนใดๆ ที่สหรัฐอเมริกาหนุนเหมืองแร่ที่คุมโดย KIA จะพบกับการต่อต้านที่เข้มข้น การรณรงค์ต่อต้านได้พิสูจน์การจัดการการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและอารมณ์ของนักลงทุน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการละเมิดสิ่งแวดล้อม

สรุป

ข้อเสนอของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อแสวงหาแร่หายากจากเมียนมา สะท้อนการร่วมเป็นพันธมิตรผิดๆ ระหว่างความทะเยอทะยานทางภูมิรัฐศาสตร์กับข้อจำกัดระดับรากฐาน นโยบายจริงจังใดๆ ต้องเริ่มต้นด้วยการยอมรับ ในเรื่องสำคัญทั้งไม่ควบคุมเงินฝาก และการไม่เกี่ยวพันทางการเมืองเพียงเพื่อเปิดหนทางการเข้าถึงแร่หายาก

การปราศจากกรอบกฎหมายที่บังคับได้ โลจิสติกส์ที่มั่นคงและโครงสร้างการค้าที่ยอมทำตาม การล้นเหลือของเหมืองแร่กลายเป็นไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด แผนงานสำคัญควรเน้นไม่มองข้ามความจริงของโครงสร้างต่างๆ แต่ควบคุมอุปทานแร่หายากผ่านหลักกฎหมายที่ใช้เพื่อการปกครอง โปร่งใสและมีสภาพบังคับได้ด้วย

แร่หายากในเมียนมามีปริมาณมหาศาลก็เท่านั้น ต้องเข้าใจบริบทเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของมันด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’