bg-single

ทางที่ ‘รัฐ’ ต้องเลือก เกียรติตำรวจไทย เกียรติตำรวจเทียม

08.09.2025

เหยี่ยวถลาลม

ทางที่ ‘รัฐ’ ต้องเลือก

เกียรติตำรวจไทย

เกียรติตำรวจเทียม

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือที่เรียกกันว่า “ผู้การเต่า” จะหายใจคล่องขึ้นหรืออึดอัดที่ “อุ๊งอิ๊ง” ร่วงและรัฐบาลเดิมล่ม

“จรูญเกียรติ ปานแก้ว” อดีตเคยเป็นผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ปัจจุบันเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.)

ชื่อชั้นตำรวจคนนี้เกิดจากการทำงาน

เคยบุกจับ นายกเทศมนตรี ลูกเขยของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย แห่งภูมิใจไทย เคยจับนายกเทศมนตรีบางแก้ว สมุทรปราการ จับอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คาห้องทำงาน ยังมีใครต่อใครอีกมากมาย

แต่ที่อลังการงานสร้างก็ที่ผู้การเต่านำกำลังบุกค้นบ้าน “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในยุคที่เพาเวอร์กำลังล้น

“จรูญเกียรติ” จึงเป็น 1 ในตำรวจที่ถูกจับตาว่า

จะไปได้ไกลแค่ไหนกับจะไปรอดหรือไม่

แต่ก็รอดมาได้ เติบโตตามครรลองจนกระทั่งขึ้นนั่งเก้าอี้ “รอง ผบช.ก.”

พอจ่อเก้าอี้ระดับ “ผบช.” ก็ชวนให้จับตาต่อไปอีกว่า สเป๊กตำรวจอย่าง “ผู้การเต่า” จะไปถึงตำแหน่ง “ผบช.ก.” ได้หรือ

ข้อหนึ่งซึ่งเป็นที่ทราบกันก็คือ เก้าอี้ “ผบช.ก.” หรือผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้นถูกสืบทอดกึ่งๆ “ผูกขาด” ใช่ว่าใครจะขึ้นมานั่งได้ง่ายๆ

ถึงแม้ว่าฝีไม้ลายมือประสบการณ์และความสามารถของ พล.ต.ต.จรูญเกียรตินั้นขึ้นนั่งเก้าอี้ “ผบช.ก.” ได้สบายๆ แต่ “หมายตา” ก็ได้แค่หมายตา ใช่ว่าจะเป็นไปตามที่คาดหมาย

“จรูญเกียรติ” เข้าใจเส้นสนกลในดี ดังนั้น ด้วยอายุราชการที่เหลืออีก 4 ปี ถ้าหากมีโอกาสขยับเลื่อนเก้าอี้สูงขึ้น หากได้เป็น “ผบช.” หน่วยปฏิบัติที่ไหนก็เอา

“เต่า” มีจุดขายที่ชื่อเสียงซื่อตรงสุจริต กล้าปราบปรามผู้กระทำผิดไม่เลือกหน้า อาจหาญจัดหนักแม้กระทั่ง “นาย” ที่พัวพันขบวนการพนันออนไลน์

“จุดแข็ง” ของเต่า อาจกลายเป็น “จุดอ่อน”

จะว่าไปแล้ว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ไม่ใช่ตัวแบบในวงการตำรวจ

ในองค์กรที่อบอวลไปด้วยผลประโยชน์ ไม่ค่อยจะมีใคร “กล้าจะเป็น” เช่นเดียวกับ “จรูญเกียรติ”

หลายกรณีเคยมีให้เห็น “เสร็จศึกก็ฆ่าขุนพล” !

หรือไม่ก็บางทีน้องรักหรือเด็กปั้นมากับมือก็ทรยศหักหลังเล่นงานนายผู้นั้นเสียคน

พฤติการณ์ผิดปกติเป็นเรื่องปกติในวงการตำรวจ

ตรรกะที่ใช้ในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจจึงไม่เหมือนกับที่อื่นๆ

หากแต่คราวนี้ ตำรวจมีกฎหมายใหม่ที่บังคับว่า การแต่งตั้งโยกย้ายให้มีตำแหน่งสูงขึ้นนั้น จำนวน “ครึ่งหนึ่ง” ของเก้าอี้ที่ว่างลง ให้แต่งตั้ง “ตามลำดับอาวุโส”

ส่วนที่เหลืออีกครึ่ง ให้พิจารณาจาก “ความรู้ความสามารถ”

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทุกครั้งเต็มไปด้วยปัญหา!

ถูกต้องตามควรก็เยอะ เลวชัดๆ ก็มีให้เห็น

ปัญหาอยู่ที่ “ผู้บังคับบัญชา” กับ “ก.ตร.” ผู้ทรงคุณวุฒิ

ร้อยละ 50 ที่กฎหมายบังคับให้แต่งตั้งเรียงกันตามลำดับอาวุโสนั้นไม่อาจพลิกแพลง

แต่อีกครึ่งหนึ่ง หรืออีกร้อยละ 50 ที่กฎหมายมีเจตนารมณ์ให้โอกาสผู้บังคับบัญชาและ ก.ตร. “ส่งเสริม-สนับสนุน” ตำรวจที่มีคุณภาพได้เติบโตตามผลงานและความสามารถนั้นกลายเป็น “ปัญหา”

ปัญหาเกิดจากการพลิกพลิ้วตามอำเภอใจ “ผู้มีหน้าที่” โน้มเอียงไปด้วยรัก ด้วยชอบ ด้วยความพอใจ จึงอุปถัมภ์เกื้อกูลกัน

ยังไม่นับความโน้มเอียงด้วยเหตุที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องซึ่งควรถือเป็นการคอร์รัปชั่นที่ยังคงฝังลึกอยู่ในระบบบริหารงานบุคคลขององค์กรตำรวจ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. ทำหน้าที่มีผลงานปรากฏโดดเด่นชัดเจน เหนือกว่าหลายคนที่มีชื่อติดโผ

ตอนแรกเข้าใจว่าที่ไม่ได้เลื่อนขึ้นเป็น “ผบช.” เพราะไม่ใช่ม้าในคอก

แต่ “จรูญเกียรติ” กลับบอกว่าเกิดจาก “ไม่สะดวกคอ” หรือการเป็น “ก้างขวางคอ” พร้อมกันนั้นก็เขย่าวงการสีกากีเบาๆ ว่า “ถึงเวลาแล้วที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเปลี่ยนแปลง”

ที่ว่า “เบาๆ” นั้นก็เพราะคำว่า “ความเปลี่ยนแปลง” นั้นกระทุ้งไปก็ไร้น้ำหนัก

ตำรวจพูดถึงการปฏิรูปปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงมาไม่น้อยกว่า 2 ทศวรรษแล้ว

แต่สุดท้ายเป็นได้แค่ “วาทกรรม” ที่ใช้สลับฉากกับการฟ้อนรำ

ไม่มีรัฐบาลใดสามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจได้อย่างแท้จริง แม้แต่พวกที่มาจากรัฐประหารก็ไม่ลงมือ ถ้าจะมีอยู่บ้างก็แค่การลูบหน้าปะจมูกหรือปะผุ

ระบบตำรวจไม่ได้หยุดนิ่ง แต่แย่ลง เลวลงกว่าเมื่อ 20 ปีก่อน!

การลุกขึ้นมา “ร้องขอความเป็นธรรม” ของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ จึงถือว่าไว้ไมตรีมีน้ำใจ

ไม่อาจเทียบกับการเป็น “ระเบิดพลีชีพ” !

แต่ก็ “ให้แต้ม” ในความกล้าริเริ่มลงมือทวงถามถึง “การทำหน้าที่” ของผู้มีหน้าที่ใช้ดุลพินิจพิจารณาคุณสมบัติข้าราชการตำรวจเพื่อแต่งตั้งโยกย้าย

ตำรวจเสมือน “ต้นธาร” ของกระบวนการยุติธรรม นอกจากมีหน้าที่รับมือกับอาชญากรรม ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ปราบปรามผู้กระทำผิดแล้ว ตำรวจยังเป็น “องค์กรวิชาชีพ” ที่มีบทบาทสำคัญต่อการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้คดีขึ้นสู่ศาลอย่างมีคุณภาพ

ประเทศต้องการตำรวจ

แต่ต้องเป็น “ตำรวจจริง” ไม่ใช่ตำรวจปลอม หรือสีกากีที่ปนเปื้อนเคมีอาชญากร

“ผบ.ตร.” และคณะผู้บริหารระดับสูงทั้งหลายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อ่านไม่ออก และมองไม่เห็นจริงๆ หรือว่า วันนี้ตำรวจเตลิดกันไปไกลจนเกินที่ “รัฐหน่อมแน้ม” จะรับมือไหว

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตำแหน่งทั้งหมดก็จะกลายเป็นแค่ “บันได” ให้ “ตำรวจเทียม” เหยียบย่างขึ้นไปเป็นใหญ่ ควบคุมกิจการ และบังคับใช้กฎหมาย อยู่ภายใต้รัฐบาลที่อ่อนแอ กับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ขี้ขลาด ไม่กล้าลงมือผ่าตัดองค์กรตำรวจ

ถึงจะนั่งหัวโต๊ะเป็น “ประธาน ก.ตร.” ก็ไม่ได้มีท่าอะไรเลย!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’