bg-single

คุยกับทูต | ฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา การเข้าร่วมอาเซียนของติมอร์-เลสเต ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิภาคและภูมิรัฐศาสตร์โลก (1)

14.09.2025

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

ติมอร์-เลสเต จะเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (ASEAN) อย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค ครั้งที่ 47 ในเดือนตุลาคมนี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

ถือเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการมีส่วนร่วมระหว่างประเทศสำหรับประเทศที่เพิ่งก่อตั้ง มีประชากรกว่า 1.4 ล้านคน พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในการสร้างรายได้และงบประมาณของประเทศ ควบคู่ไปกับการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจำเป็น เช่น ปิโตรเลียมกลั่นรถยนต์ และปูนซีเมนต์ สะท้อนถึงความจำเป็นในการพึ่งพาการค้าและต่างชาติในการดำรงอยู่ของประเทศ

การเข้าร่วมเป็นสมาชิกที่รอคอยมาอย่างยาวนานนี้ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของอาเซียนในการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวในภูมิภาค และตระหนักถึงเส้นทางอันยาวนานสองทศวรรษของติมอร์-เลสเต สู่การเป็นรัฐและความชอบธรรมจากประชาคมโลกผ่านการเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ผู้นำในภูมิภาคเตรียมต้อนรับประเทศที่อายุน้อยที่สุดในเอเชียเข้าสู่ประชาคม ภาพรวมกลับก่อให้เกิดคำถามยากๆ ขึ้น นั่นคือ อาเซียนพร้อมสำหรับติมอร์-เลสเต หรือที่สำคัญกว่านั้น อาเซียนพร้อมสำหรับตัวเองแล้วหรือยัง

อาเซียนอาจยังไม่พร้อมโดยสมบูรณ์สำหรับตัวเอง เนื่องจากยังมีปัญหาและความท้าทายภายในภูมิภาคหลายอย่างที่ต้องแก้ไขเพื่อให้สามารถก้าวไปเป็นประชาคมที่เข้มแข็งและมีตัวตนที่ชัดเจนในเวทีระหว่างประเทศได้ การพัฒนาอาเซียนให้พร้อมนั้นต้องอาศัยการเสริมสร้างทักษะประชาชน การพัฒนาเทคโนโลยี การรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาค

และที่สำคัญที่สุดคือ การรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศสมาชิก เพื่อให้สามารถก้าวไปข้างหน้าและมีบทบาทที่แข็งแกร่งในเวทีโลก

การเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนนำมาทั้งโอกาสและความท้าทาย ติมอร์-เลสเตซึ่งตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ ระหว่างอินโดนีเซียกับออสเตรเลีย จึงมีสถานะที่เหมาะสมในการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแปซิฟิกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา (Mr. Francisco Timan Cepeda) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทย

มติชนสุดสัปดาห์ได้รับเกียรติสนทนาเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนี้กับนายฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา (Mr. Francisco Timan Cepeda) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทย ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2024

“ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณมติชนสุดสัปดาห์อย่างจริงใจสำหรับคำเชิญอันอบอุ่นนี้ ในฐานะหนึ่งในนิตยสารชั้นนำของประเทศไทยที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานด้านการสื่อสารในระดับแนวหน้านับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1978 มติชนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรู้จากการสนทนาอย่างเปิดกว้างในสังคมไทยและสังคมทั่วไป นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมที่ได้มีส่วนร่วมในวันนี้ ด้วยการแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับเส้นทางของติมอร์-เลสเต สู่การเป็นสมาชิกล่าสุดของประชาคมอาเซียน

การเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่ออนาคตของติมอร์-เลสเต เพราะอาเซียนเป็นรากฐานที่มั่นคงในอันที่จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นที่ที่เราอยู่โดยธรรมชาติทั้งในด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

นายฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา (Mr. Francisco Tilman Cepeda) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทย

เป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ทำให้เข้าถึงตลาดที่มีพลวัตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ช่วยให้เราสามารถกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชนของเรา

ที่สำคัญไม่แพ้กัน การเป็นสมาชิกอาเซียนช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านการศึกษา การแลกเปลี่ยนเยาวชน ความร่วมมือทางวัฒนธรรม และโครงการริเริ่มเพื่อการพัฒนาร่วมกัน

สำหรับติมอร์-เลสเต การเข้าร่วมอาเซียนไม่เพียงแต่หมายถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอัตลักษณ์ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการสร้างอนาคตร่วมกันกับครอบครัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา”

รูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
ปีนขึ้นไปบนยอด Cristo Rei รูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เพื่อชมวิวแบบพาโนรามาและเรียนรู้วัฒนธรรม (รูปปั้นนี้เป็นของขวัญจากอดีตผู้ยึดครองชาวโปรตุเกส)

ติมอร์-เลสเต ในฐานะว่าที่สมาชิกเต็มรูปแบบลำดับที่ 11 ของอาเซียน

“ได้รับการชี้นำโดยแผนพัฒนาเชิงกลยุทธ์ (2011-2030) และสอดคล้องกับเสาหลัก 3 ประการของอาเซียนและวิสัยทัศน์อาเซียน 2045”

เสาหลัก 3 ประการของอาเซียนคือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC), ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (APSC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC)

ส่วนวิสัยทัศน์อาเซียน 2045 คือ “อาเซียนที่เข้มแข็ง มีนวัตกรรม มีพลวัต และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” (ASEAN Community Vision 2045 : “Resilient, Innovative, Dynamic and People-Centred ASEAN”) ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติของการพัฒนาภูมิภาค

“ในเชิงเศรษฐกิจ เรามุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจนอกเหนือจากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยการพัฒนาภาคเกษตรกรรม ประมง กาแฟ การท่องเที่ยว การขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมต่อดิจิทัล ซึ่งเป็นภาคส่วนที่จะสร้างงานภายในประเทศและสนับสนุนวิสัยทัศน์ของอาเซียนในการสร้างเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและสามารถแข่งขันได้

ในเสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคง เรามุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและสันติภาพในภูมิภาค โดยมีส่วนร่วมในด้านต่างๆ เช่น ความมั่นคงทางทะเล การรับมือกับภัยพิบัติ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยอาศัยประสบการณ์ระดับชาติของเราเอง”

“โดยอาศัยประสบการณ์ระดับชาติ” หมายถึง การนำความรู้ ประสบการณ์ หรือข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ หรือการศึกษาในระดับทั่วประเทศ มาใช้ในการพิจารณา การตัดสินใจ หรือการดำเนินการบางอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทโดยรวมของประเทศ

ประเทศติมอร์ตะวันออก หรือ Timor-Leste
ชายหาดในกรุงดิลี เมืองหลวง
เกาะอาตาอูโร เกาะเล็กๆ ที่น่าสนใจแห่งนี้มีปะการังและปลาอุดมสมบูรณ์ โดยถือเป็นสถานที่ดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

“สำหรับเสาหลักด้านสังคมและวัฒนธรรม เราให้ความสำคัญกับการศึกษา เยาวชน สุขภาพ ความเท่าเทียมทางเพศ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับวาระที่ประชาชนเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงและการมีส่วนร่วม

เรามองว่า เราเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ไม่ใช่แค่ผู้ได้รับประโยชน์

แม้ประเทศจะมีขนาดเล็ก แต่ติมอร์-เลสเตก็มีทรัพยากรธรรมชาติ ศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียน และโอกาสด้านการท่องเที่ยว

ประวัติศาสตร์หลังสงครามของเรายังทำให้เรามีความน่าเชื่อถือในด้านการทูตเชิงป้องกัน การสร้างสันติภาพ และการปรองดอง ซึ่งเป็นมุมมองที่เรานำมาสู่งานของอาเซียนด้านเสถียรภาพและความมั่นคง

ทั้งนี้ การเข้าร่วมอาเซียน นอกเหนือจากผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ติมอร์-เลสเตยังมีเป้าหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาคมอาเซียน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตร่วมกันของภูมิภาค”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์