bg-single

‘อยู่กันอย่างอดออม’ : การครองชีพสมัยสงคราม (2)

17.09.2025

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปยืดเยื้อ ประกอบกับสงครามมหาเอเชียบูรพาเกิดซ้ำขึ้นอีกในเอเชียทำให้ภาวะขาดแคลนสินค้าในสังคมไทยเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนไทยยากลำบากมากยิ่งขึ้น

ความขาดแคลนครั้งสงคราม

เมื่อสงครามปะทุขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในท้องตลาดราคาเริ่มขยับขึ้นและทยอยหายไปจากชั้นวางสินค้า ชั้นสินค้าจำเป็นที่ว่างเปล่าสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนเป็นอันมาก ส่งผลให้รัฐบาลสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เข้ามาจัดการสินค้าควบคุมราคา ดังนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยา กลุ่มของใช้ทั่วไป กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม กลุ่มเคมีภัณฑ์ กลุ่มเครื่องจักรกล (ศราวุฒิ วิสาพรม, 2562, 42-53)

นายตำรวจคนหนึ่งบันทึกว่า สงครามทำให้ของอุปโภคบริโภคต้องขาดแคลน เช่น ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องจักร เสื้อผ้าและยารักษาโรค (พล.ต.อ.จำรัส มัณฑุกานนท์, 2521, 72-73)

ไม่แต่เพียงสินค้าขาดแคลนเท่านั้น ในช่วงปลายสงคราม เมื่อสัมพันธมิตรโจมตีพระนครทางอากาศอย่างหนักทำให้โรงงานไฟฟ้าที่วัดเลียบและโรงไฟฟ้าสามเสนในเสียหายจนจ่ายกระแสไฟฟ้าไม่ได้มีผลให้เครื่องสูบน้ำไม่ทำงาน ทั่วพระนครขาดแคลนน้ำประปา รถรางหยุดวิ่งด้วยไม่มีกระแสไฟฟ้าเช่นกัน บ้านใดมีโอ่งก็ถูกนำมารองน้ำฝนใช้อุปโภคบริโภคกัน แต่หากไม่มีต้องพึ่งน้ำตามคลองตามบ่อบาดาลใช้ทดแทน

เมื่อโรงไฟฟ้า 2 แห่งซึ่งเป็นแหล่งพลังงานให้แสงสว่างแก่ชาวพระนครถูกทำลายลง ชาวพระนครที่มีฐานะก็จะมีน้ำมันก๊าดใช้จุดไฟให้แสงสว่าง แต่คนชั้นกลางและล่างจะใช้ตะเกียงน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันหมูกันไปตามมีตามเกิด (ประเสริฐ เรืองสกุล, 2549, 48)

สตรีไทยเข้าแถวรับของจากรัฐบาล

ผ้าขาดแคลน

มนัส โอภากุล ชาวสุพรรณบุรี เล่าว่า ขณะนั้นเมืองไทยกําลังขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง หากกางเกงของใครก้นขาดจะนำผ้าไปปะเป็นรูปใบโพธิ์ เสื้อเชิ้ตผู้คนก็ใช้กันจนคอเสื้อเปื่อยจึงไปจ้างร้านตัดเสื้อกลับคอเสื้อเสียใหม่ด้วยพลิกเอาด้านเปื่อยเข้าไปไว้ข้างใน ทำให้ใช้เสื้อต่อไปได้อีกนาน (มนัส, 2554)

ในครั้งนั้น ผ้าลายดอก ผ้าตัดเย็บเสื้อผ้าขาดแคลน แม้นจะมีการขายตามร้านค้าของรัฐบาล แต่ชาวฝั่งธนบุรีมักไปซื้อไม่ทันชาวพระนคร เพราะต้องเดินทางไกลกว่า ชาวบ้านฝั่งธนบุรีจึงใช้ผ้าฝ้ายทอมือจากภาคเหนือมาตัดเย็บแทน แต่เนื้อผ้าของไทยมักทอไม่แน่น หากใช้จนผ้าขาดแล้วไม่ต้องเย็บซ่อมแซมเพราะเย็บไม่ติด (lek-prapai.org)

สมบัติ พลายน้อย เล่าว่า ไม่แต่เพียงคนไทยทั่วไปต้องเผชิญปัญหาสินค้าขาดแคลนเท่านั้น แต่ทหารญี่ปุ่นก็ไม่มีเงินด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทหารญี่ปุ่นจึงเอาของใช้ส่วนตัวมาขายต่อให้แก่ชาวบ้าน เช่น นาฬิกาข้อมือ แม้แต่มุ้งกางนอนกันยุงเพื่อนำเงินบาทไทยไปใช้สอยต่อ ครั้งนั้น แม่ของเขาซื้อมุ้งทหารจากทหารญี่ปุ่น และเลาะตีนมุ้งที่กุ๊นด้วยผ้าเนื้อดีนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อคอกลมและกางเกงในให้ลูกๆ ใส่ อุปกรณ์ตัดเย็บก็ขาดแคลน แม้กระทั่งเข็มเย็บผ้าก็ยังขาดตลาด ครั้งยามปกติก่อนสงครามขายเข็มเป็นห่อ แต่ในช่วงสงครามพ่อค้าแกะห่อแยกขายเป็นเล่ม (สมบัติ พลายน้อย, 2560, 76-77)

สมุดรายชื่อร้านค้า ช่วงสงคราม 2488 เครดิตภาพ : นริส จรัสจรรยาวงศ์

ข้าราชการคนหนึ่งรำพึงว่า “ต้องอยู่กันอย่างอดออม ผ้าที่มีในตลาดมืดข้าราชการชั้นกลางๆ และชั้นผู้น้อยสู้ราคาไม่ไหว เสื้อนอก เครื่องแบบ กางเกงที่ขาดก้นหรือคอเปื่อยใช้ไม่ได้แล้วก็เลือกเอาผ้าตอนที่พ้นเหงื่อพอใช้ได้ตัดกางเกงให้ลูก 4-5 ขวบใส่ได้” (พล.ต.อ.จำรัส, 74-75) เช่นเดียวกับสมบัติครั้งเป็นยุวชนทหารช่วงสงครามเล่าว่า ผ้าขาดแคลนมาก เขาต้องนุ่งเกงกางอย่างถนอมรักษา แต่ใช้กางเกงไปนานๆ เข้าเนื้อผ้าก็บางลงและเปื่อยขาดต้องปะกางเกงเป็นรูปใบโพธิ์ตามรอยก้น ในครั้งนั้นมองไปทางใดก็จะพบเห็นผู้คนก็นุ่งกางเกงก้นปะเป็นรูปใบโพธิ์จนกลายเป็นแฟชั่นครั้งสงครามเลยทีเดียว (สมบัติ พลายน้อย, 2560,55)

ภาวะผ้าขาดแคลนและมีราคาแพงนั้น นายตำรวจคนหนึ่งบันทึกว่า นายอำเภอคนหนึ่งไปตรวจเยี่ยมชาวบ้านในชนบท พบชาวบ้านชายคนหนึ่งออกมาต้อนรับนุ่งกางเกงปะทั้งตัว นายอำเภอจึงถามหาภรรยา สามีบอกว่า ภรรยานุ่งผ้าขาดไม่กล้าออกมาต้อนรับ นายอำเภอจึงให้ผ้าขาวม้าที่เคียนพุงกับชาวบ้านนั้น เขาเสริมว่า เรื่องชาวบ้านผลัดกันนุ่งผ้านี้ เขาได้ยินมามากแล้ว หากสงครามไม่สงบลงชาวบ้านคงต้องเปลือยกายกันเป็นแน่ (พล.ต.อ.จำรัส, 75)

แม้กระทั่งรองเท้าก็ขาดแคลนต้องใช้อย่างถนอม รองเท้าหนังพื้นทะลุต้องนำไปให้ช่างปะพื้นใหม่ มีการนำยางรถยนต์มาตัดเป็นรองเท้าแตะที่ใส่ทนมาก ไม่มีสึกนอกจากหูรองเท้าขาด ครั้งนั้น ทุกคนนิยมสวมรองเท้าแตะยางรถยนต์แทนใส่เกี๊ยะและรองเท้าหนัง (มนัส, 2554)

สมุดแบบฝึกหัดที่ผลิตจากกระดาษในประเทศ สมัยสงคราม

ขาดแคลนยา

เมื่อสงครามยืดเยื้อทำให้ยารักษาโรคเป็นสินค้าขาดแคลน เพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แม้นแอสไพริน ควินิน ไทยสามารถผลิตได้ก็ตาม แต่ยารักษาโรคชนิดอื่นๆ ที่เกินความสามารถขององค์การเภสัชกรรม เช่น ซัลฟา แอสเตปริน ที่ใช้รักษามาลาเรียขาดตลาดหายากอย่างกับทองคำ จนกระทั่งมีการทำยาปลอมมาขายด้วยราคาแพงในท้องตลาดอีกด้วย (พล.ต.อ.จำรัส, 75)

สรศัลย์ แพ่งสภา เล่าถึงสภาพการขาดแคลนยารักษาโรคว่า “หยูกยาเวชภัณฑ์แม้แต่โรงพยาบาลของรัฐก็ขาดแคลนและขาดมือ ประชาชีเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องเสี่ยงดวงทางเดียว ราษฎรที่ถูกเกณฑ์แรงงานไปสร้างถนนสายชัยวิบูลย์ตอนที่จะย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ ไปอยู่เพชรบูรณ์ เจ็บไข้ได้ป่วยกันมาก ส่วนใหญ่เป็นมาลาเรีย ว่ากันว่ามีการบังคับเข้าแถวรับยาควินินหรืออาเตบรีนตามแต่จะมีขณะนั้น” (สรศัลย์ แพ่งสภา, 2558,122)

ยารักษาโรคที่ใช้กันตามโรงพยาบาลครั้งสงครามเป็นยาที่ตกค้างในตลาดตั้งแต่ช่วงก่อนสงคราม เมื่อยาขาดแคลน ชาวบ้านจึงใช้ยาพื้นบ้านและสมุนไพรรักษาตัวกันแทน ในช่วงนั้น โรคระบาดที่สำคัญ คือ ไข้จับสั่น แต่ยาควินินหายากมาก ชาวบ้านจึงนำเปลือกต้นสะเดาที่มีรสขมมาต้มน้ำดื่มแทน ด้วยเข้าใจว่ารสชาติขมเหมือนควินินน่าจะมีคุณสมบัติรักษาโรคได้เหมือนกัน (lek-prapai.org)

กล่าวได้ว่า ภาวะขาดแคลนสินค้าในไทยช่วงสงครามทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อสงครามทอดเวลายาวนานออกไปยิ่งส่งผลให้วิถีชีวิตของคนไทยยากลำบาก แม้นรัฐบาลพยายามควบคุม ปราบปรามการเก็งกำไรและการกักตุนสินค้าอย่างหนัก พร้อมมีการส่งเสริมให้คนไทยผลิตสินค้าขึ้นมาทดแทนและสนับสนุนให้คนไทยใช้สินค้าไทยให้มากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ราคาสินค้าก็ไม่ลดลง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์