bg-single

โตโยต้า ‘NEW INNOVA ZENIX’ รถครอบครัวครบเครื่อง-พลังไฮบริด

20.09.2025

ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต

มาเป็นชุดๆ สมกับความเป็นเต้ยในวงการยานยนต์ไทยและทั่วโลก

ค่ายโตโยต้า ที่เพิ่งแนะนำรถเก๋งไฮบริดและรถ EV ไปหมาดๆ

ตอกย้ำพันธกิจรุกหนักเครื่องยนต์ทางเลือก ส่งรถรุ่นใหม่ “NEW INNOVA ZENIX” (อินโนวา ซีนิกซ์) มาเขย่าตลาดเซ็กเมนต์เอ็มพีวี

พร้อมขุมพลังไฮบริด เทรนด์มาแรงของกลุ่มรถญี่ปุ่น

รวมถึงปรับพื้นฐานช่วงล่างใหม่ เพิ่มความกว้าง ยาว และฐานล้อ ทำให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น

อินโนวา เป็นหนึ่งในรถจากโครงการ IMV (Innovative International Multi-Purpose Vehicle) ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ปิกอัพไฮลักซ์

รวมถึงแตกไลน์รถยนต์พีพีวี “ฟอร์จูนเนอร์” และเอ็มพีวี อินโนวา โดยใช้พื้นฐานเดียวกัน

เรียกว่าเป็นรถ “แฝด 3” ที่ขายในประเทศและส่งออกเป็นล่ำเป็นสัน

ในไทยที่ได้รับความนิยมคือปิกอัพ และฟอร์จูนเนอร์ ขายกันระเบิดระเบ้อ

ส่วนอินโนวา ถือว่ากวาดยอดได้ประมาณหนึ่ง

จากนั้นปรับเปลี่ยนรูปโฉมพัฒนาไปตามกาลเวลา แต่หลักๆ ยังใช้เครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล

จนมาถึงการปรับโฉมครั้งล่าสุดแบบไมเนอร์เชนจ์ นอกจากภายนอก-ภายในแล้ว ขุมพลังถือเป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้โตโยต้า คาดหวังกับยอดขายได้

อินโนวา ปรับโฉมภายนอกเพิ่มลูกเล่นและอื่นๆ ดูพรีเมียมมากขึ้น

เพิ่มชุดตกแต่งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง พร้อมปลายท่อไอเสียสแตนเลส

กระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม คุ้นเคยในรถรุ่นหลังๆ ของโตโยต้า

ไฟหน้า LED มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ

Follow-me-home ที่ไฟจะส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์อยู่พักหนึ่ง

ไฟ Daytime Running Light และไฟตัดหมอกคู่หน้า LED

กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า ติดตั้งไฟส่องสว่าง Welcome Lamp มาด้วย

ซุ้มล้อสีดำขนาดใหญ่ รับกับกันกระแทกชายล่างประตูสีดำเช่นกัน

มือจับประตูภายนอกคาดแถบโครเมียมเพิ่มความหรูหรา

ไฟท้าย LED ทรงคุ้นตาคล้ายกับรุ่น “โคโรลลา ครอส”

ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED เสาอากาศครีบฉลาม

ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า พร้อม Kick Activated

ล้ออัลลอยลายสวยขนาด 18 นิ้ว รัดด้านยางหน้ากว้าง 225/50

ขนาดตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง) 1,850 x 4,760 x 1,790 ม.ม.

ระยะฐานล้อ 2,850 ม.ม.

ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) 160 ม.ม.

ดูจากสเป๊กแล้วกว้างและยาวขึ้นเล็กน้อย เช่นเดียวกับระยะฐานล้อยาวขึ้น ขณะที่ความสูงลดลง

ด้วยขนาดที่กว้างและยาวขึ้น ทำให้ภายในดูโอ่โถง แม้จะใช้โทนสีดำตัดกับสีโครเมียม ดูหรูหราและสปอร์ตในที

พวงมาลัย 3 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น ปรับระดับ 4 ทิศทาง

ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift

จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่ แบบจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว

ตรงกลางเป็นหน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10.1 นิ้ว แบบกึ่งลอยตัว

รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย

เชื่อมต่อไร้สายแบบ Bluetooth และระบบเชื่อมต่อ T-Connect

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมจอแสดงผลดิจิทัล ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย

เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง

ทีเด็ดอยู่ที่เบาะแถว 2 แบบ Captain Seat พร้อมที่วางแขน เบาะรองน่องปรับไฟฟ้า

มีโต๊ะพับส่วนตัวตรงกลางเบาะนั่งแถวที่ 2

เบาะนั่งแถวที่ 3 แยกอิสระ 50 : 50 พับเก็บได้เรียบ

ช่องเชื่อมต่อ USB Type A / Type C ด้านหน้า

ช่องเชื่อมต่อ USB Type C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 2 ตำแหน่ง

และช่องชาร์จไฟ 12V 2 ตำแหน่ง ด้านหน้า-เบาะนั่งแถวที่ 3

หลังคามูนรูฟแบบ Panoramic บานใหญ่เบิ้ม

หรูเพิ่มอีกด้วยไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร

ติดตั้งปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์

ขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร Dual VVT-i กำลังสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด 188 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 – 5,200 รอบ/นาที

ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ Ni-MH ขนาด 1.3 kWh

กำลังเครื่องยนต์รวมกัน สูงสุด 186 แรงม้า แรงบิด 206 นิวตันเมตร

เกียร์อัตโนมัติ e-CVT

มี 4 โหมดการขับขี่ ประกอบด้วย EV / ECO / Normal และ Power

ช่วงล่างด้านหน้า แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม/เหล็กกันโคลง

ที่น่าสนใจคือเปลี่ยนพื้นฐานใหม่ จากรุ่นเดิม Body on Frame วางตัวถังบนแชสซีส์ ขับเคลื่อนล้อหลัง เป็น Monocoque TNGA-C แบบรถเก๋งขับเคลื่อนล้อหน้า

แน่นอนว่าที่ได้มาคือความนิ่มนวลยามขับขี่ บวกกับความสูงที่ลดลงเล็กน้อย แต่ฐานล้อที่ยาวขึ้น ทำให้มีความเสถียรยามเข้าโค้ง หรือใช้ความเร็ว

รองรับน้ำมัน E10 มาตฐาน EURO 6

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเคลมอยู่ที่ 20.6 ก.ม./ลิตร

ความปลอดภัยมาตรฐานโลก Toyota Safety Sense เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed และระบบลดความเร็วอัตโนมัติขณะเข้าโค้ง

ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PCS)

ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDA) พร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ

ตัวช่วยอื่นๆ มีมาให้เหลือเฟือ

อาทิ เบรกมือไฟฟ้า EPB ฟังก์ชั่น Auto Brake Hold

ระบบควบคุมการทรงตัว, ป้องกันการลื่นไถล, ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน

ถุงลม 6 ตําแหน่ง คู่หน้า / ด้านข้างคู่หน้า / ม่านด้านข้าง

กล้องมองภาพขณะถอยหลัง พร้อมสัญญาณเตือนกะระยะ 8 ตำแหน่ง

ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM) พร้อมช่วยเตือนขณะถอยรถ (RCTA) ฯลฯ

กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor

กล้องวิดีโอบันทึกภาพติดรถยนต์ (DVR) ด้านหน้าและด้านหลัง

มี 3 สีให้เลือก สีดำ Attitude Black Mica สีเงิน Silver Metallic และสีขาว Platinum White Pearl (เพิ่ม 10,000 บาท)

โตโยต้า “NEW INNOVA ZENIX” ประกอบด้วย 2 รุ่นย่อย

HEV SMART 1,379,000 บาท

HEV PREMIUM 1,489,000 บาท



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport
Sexercise การออกกำลังกายชั้นยอด
วิวัฒนาการที่กำกับได้ (2) : การกำกับวิวัฒนาการในหลอดทดลอง
ยุคสมัยอันว่างเปล่า เรามีชีวิตไปเพื่ออะไร
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (3)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)