การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ
‘ขอต้อนรับสู่ยุคเทคโนศักดินา’ (จบ)
(คำให้สัมภาษณ์ของ Yanis Varoufakis เลขาธิการขบวนการ DiEM25 – Democracy in Europe Movement 2025 ผู้เขียนหนังสือ Technofeudalism : What Killed Capitalism (2023) แก่ Morgan Meaker แห่งนิตยสาร WIRED เมื่อ 9 เมษายน ศกก่อน ในหัวเรื่อง “ขอต้อนรับสู่ยุคเทคโนศักดินา” (Welcome to the Age of Technofeudalism) ต่อจากตอนที่สอง)
มอร์แกน มีเกอร์ : ผู้คนได้พากันแสดงความไม่พอใจทุนนิยมออกมาแล้วในรูปการเคลื่อนไหวประท้วงต่างๆ นานาทั่วยุโรป ทำไมพวกเขาถึงควรจะแคร์เรื่องที่มีการเปลี่ยนย้ายไปเป็นระบบเทคโนศักดินาที่แตกต่างออกไปเล็กน้อยซึ่งถูกครอบงำโดยบริษัทชนิดที่ต่างออกไปนิดหน่อยล่ะคะ?
ยานิส วารูฟากิส : สามัญชนควรต้องรับรู้เหตุผลเบื้องหลังความไม่พอใจของพวกเขาน่ะซีครับ
ผู้คนที่ไม่พอใจจะถามเสมอแหละครับว่าทำไมเรื่องนี้มันถึงกำลังเกิดขึ้นล่ะ? การให้คำตอบในลักษณะที่มีเหตุผลเป็นที่เข้าใจได้สำหรับพวกเขานั้นมันเสริมเพิ่มพลังแก่พวกเขามหาศาลเลยเชียวครับ
นี่คือรากฐานแก่ความเป็นไปได้ใดๆ ที่จะมีประชาธิปไตย เพราะเพื่อจะมีประชาธิปไตยน่ะ มันไม่พอหรอกนะครับที่จะสามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ทุกๆ สี่หรือห้าปี คุณจำต้องมีประชาชนผู้เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสาเหตุแห่งความไม่พอใจของตัวด้วย
ทั้งนี้ ก็เพราะถ้าเผื่อพวกเขาไม่เข้าใจสาเหตุแห่งความไม่พอใจของตนแล้ว มันก็ง่ายที่พวกเขาจะตกเป็นเหยื่อของลัทธิชังต่างชาติ ลัทธิชังผู้หญิง หรือลัทธินิยมเชื้อชาติ ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะพูดว่ามันเพราะไอ้พวกยิวนี่หว่า หรือไม่มันก็เพราะพวกแขกมุสลิม พวกคนต่างชาติ พวกฝรั่งอังกฤษ พวกเยอรมัน ฯลฯ ทีนี้ผู้คนก็จะยึดติดกับวิธีแก้ปัญหาอย่างมักง่าย ซึ่งก็คือจุดเริ่มต้นของลัทธิฟาสซิสต์นั่นแหละครับ

มอร์แกน มีเกอร์ : เรากำลังอยู่ตรงจุดเริ่มต้นของลัทธิฟาสซิสต์หรือเปล่าคะ? และถ้าใช่ละก็ เอาเข้าจริงมันเป็นความผิดของระบบเทคโนศักดินาใช่ไหม?
ยานิส วารูฟากิส : ผมคิดว่าลัทธิฟาสซิสต์มันผงาดขึ้นมาเรียบร้อยแล้วล่ะครับ
ในฝรั่งเศส ประชากรเกือบ 45% กำลังสนับสนุนมารีน เลอ เปน ซึ่งเป็นพวกนีโอฟาสซิสต์ ในอิตาลี เราได้นายกรัฐมนตรีนีโอฟาสซิสต์ชื่อ จอร์เจีย เมโลนี นั่นไม่ใช่สิ่งที่ระบบเทคโนศักดินาทำเลยนะครับเพราะเทคโนศักดินามาทีหลัง
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือทุนคลาวด์กับการสูบเงินออกไปจากกระแสรายได้ไหลเวียนเพิ่มความไม่พอใจภายในหมู่ประชาชนมากขึ้น ขณะเดียวกันคุณก็มีอัลกอริธึ่มซึ่งทำมาหาเงินและสะสมทุนคลาวด์เสียจนกระทั่งเราหันมาเกลียดชังกันและกัน ความเกลียดน่ะเป็นเชื้อเพลิงขับดันลัทธิฟาสซิสต์ครับ ดังนั้น ถ้าคุณผสมผเสความไม่พอใจ เข้ากับข้อเท็จจริงที่ว่าคนส่วนใหญ่ชักหน้าไม่ถึงหลัง แล้วโยนความเกลียดชังซึ่งสร้างเสริมโดยอัลกอริธึ่มใส่ลงไปด้วย คุณก็ได้ลัทธิฟาสซิสต์นั่นล่ะครับ (ดูภาพประกอบและบทความอ้างอิงด้านบน)

(“The Algorithm of Outrage : How social media brings out the worst in us”, อัลกอริธึ่มแห่งความโกรธแค้น : โซเชียลมีเดียดึงเอาส่วนเลวร้ายที่สุดของเราออกมาอย่างไร https://medium.com/@blazecurrie/the-algorithm-of-outrage-e4795d444684)
มอร์แกน มีเกอร์ : เอาล่ะค่ะ งั้นเราก็มีระบบเทคโนศักดินาใหม่ที่ว่านี้ซึ่งกำลังขับดันลัทธิฟาสซิสต์ใหม่ เราควรทำอะไรกับมันบ้างล่ะคะ?
ยานิส วารูฟากิส : ทำได้หลายอย่างเลยครับ
แต่ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันว่าเราอยู่ตรงไหน เพื่อที่เราจะได้ไม่ไปเที่ยวโทษคนต่างชาติเอย โทษผู้หญิงเอย โทษคนข้ามเพศเอย เป็นต้น ความรู้แม้เพียงเล็กน้อยจะช่วยให้เราสร้างสภาพการณ์สำหรับการสนทนาที่ดีงามในหมู่เราไปได้ไกลโขเลยทีเดียวครับ
ในแง่เศรษฐกิจ เราควรต้องเริ่มเก็บภาษีคลาวด์โดยทันที อย่างเช่นเรียกเก็บภาษี Amazon 5% จากธุรกรรม ทุกครั้งที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของบริษัท
จากนั้นก็สร้างสมรรถวิสัยให้คนอย่างคุณกับผมสามารถจะเป็นเจ้าของเอกลักษณ์ดิจิทัลได้ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยให้ Google หรือ Facebook มารับประกันยืนยันว่าเราเป็นใครในอินเตอร์เน็ต การที่พวกเราแต่ละคนจะได้เอกลักษณ์ดิจิทัลที่รัฐออกให้จะนำพาเราไปไกลโขในเรื่องฟื้นคืนหรือหยิบยื่นกรรมสิทธิ์เหนือข้อมูลของเราให้แก่เราเอง เพราะตอนนี้น่ะคุณไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลของตัวคุณหรอกนะครับจะบอกให้
คุณจะสามารถนำหลักการเรื่องการทำงานร่วมกันข้ามระบบ (interoperability) มาใช้ สมมุติว่าผมอยู่บนแพลตฟอร์ม X ผมจะข้ามไปแพลตฟอร์ม Bluesky ไม่ได้ เอาเป็นว่าอีตาอีลอน มัสก์ ตัดสินใจจะบล็อกผมเพราะผมดันไปพูดอะไรบางอย่างที่ผิดหูเขา เขาเคยบล็อกผมมาแล้วก่อนหน้านี้นานสองสัปดาห์ ทีนี้ผมเผอิญมีคนติดตามกว่าล้านคนบน X ขืนผมทิ้ง X ไปก็จะพลอยสูญเสียพวกเขาไปด้วย และถ้าผมไป Bluesky ตอนนี้ ผมจะเหลือผู้ติดตามแค่สิบคนเท่านั้นเอง
หลักการทำงานร่วมกันข้ามระบบ (interoperability) จะหมายความว่าถ้าผมข้ามไปแพลตฟอร์มอื่น อาทิ Bluesky เมื่อใดที่ผมโพสต์อะไรบางอย่างลง Blusky ผู้ติดตามผมทั้งล้านคนบน X ก็จะรับฟังรับชมมันได้ด้วยไงครับ
มอร์แกน มีเกอร์ : น่าสนใจมากค่ะที่คุณพูดเรื่องหลักการทำงานร่วมกันข้ามระบบ (interoperability) เพราะนั่นเป็นข้อเสนออย่างหนึ่งในรัฐบัญญัติตลาดดิจิทัลของสหภาพยุโรปด้วย (https://digital-markets-act.ec.europa.eu/index_en) ซึ่งทำให้รู้สึกว่าอย่างน้อยสหภาพยุโรปก็กำลังพยายามแก้ไขปัญหาบางอย่างที่คุณบรรยายคร่าวๆ ออกมา คุณคิดว่ามันไปไกลมากพอไหมคะ?
ยานิส วารูฟากิส : ไม่ครับ มันไปไม่ไกลพอแน่ๆ
อันที่จริงก็มีความคิดน่าสนใจบางอย่างอยู่ในกฎหมายนั้น อย่างเช่น หลักการทำงานร่วมกันข้ามระบบ เป็นต้น แต่เอาเข้าจริงไม่มีใครในรัฐบาลกำลังทำงานเรื่องนี้อยู่เลย นี่แหละครับปัญหาของผม ไม่ใช่ว่ามันเป็นภาระหน้าที่ยากลำบากหรอกครับ แต่ไม่มีใครกำลังทำงานเรื่องนี้เลย เพราะพวกเขาไม่แคร์ พวกเขาล้วนแต่อยู่ในเป๋าตังค์ของพวกที่ผมเรียกว่าเจ้าเทคโนศักดินาใหญ่กันทั้งนั้น
มอร์แกน มีเกอร์ : งั้นถ้าคุณเชื่อว่าไม่มีใครในรัฐบาลกำลังทำอะไรเรื่องนี้เลย คุณจะเดินหน้าต่อจากจุดนั้นยังไงคะ?
ยานิส วารูฟากิส : นั่นเป็นคำถามที่ดีมากเลย แต่ผมไม่รู้หรอกนะครับ ทว่า นี่คือเหตุผลที่ทำไม -ทั้งที่มันขัดกับจิตวิญญาณของผม ขัดกับความชมชอบและความปรารถนาของผม- ผมจึงยังอยู่ในวงการเมือง เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการเมืองครับ
