‘CHERY V23’ ปะทะ ‘ซูซูกิ FRONX’ 2 เอสยูวีรุ่นใหม่ 2 ขุมพลังให้เลือก
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
ไล่ๆ กันมาเลยกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จาก 2 ค่ายในไทย
“SUZUKI FRONX” และ “CHERY V23”
ทั้งคู่อยู่ในเซ็กเมนต์เอสยูวี มีมิติตัวถังและราคาใกล้เคียงกันมาก แถมเปิดตัวมาพร้อมๆ กันอีก
ถือเป็น 2 ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังเมียงๆ มองๆ หารถเซ็กเมนต์นี้

เริ่มที่ “SUZUKI FRONX”
แม้ค่ายซูซูกิ จะไม่มีโรงงานในไทยแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ความน่าสนใจลดลง ด้วยเพราะบริการหลังการขายและราคาที่ถือว่าทำได้ดีในหลายๆ รุ่นที่ผ่านมา
รุ่นนี้นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ดูฝีมือแล้วไม่ต่างจากรุ่นผลิตในประเทศ
ดีไซน์ภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนความเป็นสปอร์ต SUV ที่ทันสมัย
กระจังหน้าเสริมความพรีเมียมด้วยลายเส้นโครเมียม
ไฟหน้าพร้อม Daytime Running Light ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
ไฟท้าย LED ออกแบบให้เชื่อมต่อเต็มแนว เพิ่มความปลอดภัยด้วยการมองเห็นที่ชัดเจน
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร ช่วยให้การขับขี่และการจอดรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่าย
การออกแบบภายในเน้นการใช้งานและความสบาย พวงมาลัย Multifunction ดีไซน์สปอร์ต พร้อม Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์
จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD) (เฉพาะรุ่น GLX PLUS) แสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
ตรงกลางเป็นจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย
ระบบ Keyless Push Start เพิ่มความสะดวกสบายในการสตาร์ตเครื่องยนต์
แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ชาร์จสมาร์ตโฟนได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องพกสายชาร์จ
ช่องเชื่อมต่อ USB รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้หลากหลาย
ช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง พร้อม USB Charger

ขุมพลัง 2 บล็อก
รุ่นเริ่มต้นเบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร เครื่องยนต์ K15B กำลังสูงสุดที่ 105 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
และเครื่องยนต์ K15C มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (DualJet) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ
เทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) ผสานพลังเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี Integrated Starter Generator (ISG)
ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
ความปลอดภัยและตัวช่วยขับขี่ เด่นๆ เช่น โครงสร้างตัวถัง TECT แพลตฟอร์ม HEARTECT เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง
ระบบ NVH ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก ทำให้ห้องโดยสารเงียบสงบ

ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ปรับความเร็วอัตโนมัติตามรถคันหน้า
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, เตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ป้องกันรถออกนอกเลน, เตือนเมื่อรถส่าย
ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา, เตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ฯลฯ
SUZUKI FRONX มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย
GL ราคา 689,000 บาท
GLX ราคา 749,000 บาท
GLX Plus ราคา 799,000 บาท

ส่วนอีกรุ่นคู่ปะทะ “CHERY V23” เอสยูวีไฟฟ้า มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตัน-เมตร
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ความจุ 59.93 kWh
รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 85 kW
พร้อมฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายกำลังไฟได้สูงสุด 3.3 kW
อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง ภายใน 11 วินาที
ความเร็วสูงสุด 140 ก.ม./ชั่วโมง
ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 360 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
ขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ด้วยมอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous 2 ตัว กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 292 นิวตัน-เมตร
ด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion (NMC) ความจุ 81.76 kWh
รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 104 kW
พร้อมฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายกำลังไฟได้สูงสุด 3.3 kW
อัตราเร่ง 00-100 ก.ม./ชั่วโมง ภายใน 7.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด 140 ก.ม./ชั่วโมง
ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ทำได้ 430 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)

การออกแบบดีไซน์เป็นกล่องเหลี่ยม ได้แรงบันดาลใจจากออฟโรดคลาสสิค
กระจังหน้าทรงสวยพร้อมด้วยไฟทรงกลม LED ผสมกับแถบไฟวิ่งตอนกลางวันแนวนอน
ทันสมัยเปี๊ยบกับระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบไฟ Follow-Me-Home และปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ
ติดตั้งแผ่นกันกระแทกด้านล่างไว้เลยตามสไตล์ออฟโรด
ชุดแต่งซุ้มล้อที่เพิ่มความดุดันพร้อมบันไดด้านข้าง
ด้านหลังมีการออกแบบเป็นฝาที่เปิดได้แบบด้านข้าง
ห้องโดยสารโทนดำและดูล้ำสมัยด้วยของเล่นติดรถมาเพียบ

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ที่เด่นสุดสุดไม่พ้นหน้าจอกลางแสดงข้อมูลการขับขี่ และระบบความบันเทิงแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว
รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เครื่องเสียงพร้อมลำโพง 7 ตำแหน่ง พร้อมระบบปรับเสียงอัตโนมัติตามความเร็ว
ต่ำลงมาเป็นปุ่มปรับแอร์ทรงกลม ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ มีระบบกรองฝุ่นละออง PM 2.5
เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะคนนั่งปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชั่นระบายอากาศ
เบาะหลังพับแยกได้ 50 : 50 แบบเรียบ มีพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 744 ลิตร
ช่องเก็บของใต้เบาะและห้องเก็บสัมภาระใต้พื้นความจุ 90 ลิตร
มี Super Charging ขนาด 65 วัตต์ รองรับการชาร์จสมาร์ตโฟน

ความปลอดภัยและตัวช่วยขับขี่ เด่นๆ อาทิ กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา (มีมุมมองใต้ท้องรถ)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC
ระบบช่วยการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ, แจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าออกตัว
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, เตือนการชนด้านหน้า-หลัง
แจ้งเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, เตือนเมื่อเปิดประตู, เตือนการออกนอกเลน
ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน, ตรวจสอบจุดอับสายตา, ป้องกันการออกนอกเลน ฯลฯ
CHERY V23 มี 3 รุ่นย่อย
PLAY 2WD ราคา 689,900 บาท
PLUS 2WD ราคา 749,900 บาท
และ PEAK 4WD ราคา 879,900 บาท
(ราคาพิเศษช่วงแนะนำลด 10,000 บาท ถึง 31 ตุลาคม 2568)
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
