bg-single

Resilience ศิลปะที่สะท้อนปัญหาอันซับซ้อน ระหว่างพื้นที่กับผู้อยู่อาศัย

15.10.2025

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

“พื้นที่” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทั้งมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แต่ความจำเป็นที่ว่านี้ก็ทำให้ พื้นที่ กลายเป็นต้นเหตุของปัญหา ความขัดแย้ง หรือแม้แต่สงคราม

ในตอนนี้เราขอพูดถึงผลงานศิลปะที่นำเสนอประเด็นอันซับซ้อนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่กับผู้อยู่อาศัยอย่างมนุษย์ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่สร้างสรรค์โดย มรกต เกษเกล้า ศิลปินร่วมสมัยชาวไทย จาก จ.เชียงใหม่ ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงความทรงจำส่วนตัว ประสบการณ์ทางสังคม และความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน กับผลงานในนิทรรศการครั้งล่าสุดของเธออย่าง Resilience นั่นเอง

นิทรรศการ Resilience

“ชื่อ Resilience ของนิทรรศการครั้งนี้ มาจากการที่เราชอบความหมายของคำนี้ ที่พูดถึงความยืดหยุ่น การปรับตัว และการกลับคืนสู่สภาพปกติ เมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรค ความยากลำบาก ความเครียด หรือวิกฤตการณ์ในชีวิต เพราะงานของเรามีที่มาที่ไปจากความห่วงใยที่มีต่อพื้นที่ที่เห็นว่ามีประเด็นปัญหา และอยากให้สถานการณ์ดีขึ้น งานในนิทรรศการนี้จะเป็นงานชุดที่ต่อเนื่องมาจากงานนิทรรศการ Suture ซึ่งแสดงที่จริงใจแกลเลอรี่ จ.เชียงใหม่

“ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับความสนใจเรื่องประเด็นการครอบครอง ยึดครองพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ และเป็นสิ่งที่น่าห่วงใย ด้วยความที่ได้เดินทางไปตะวันออกกลาง จากการถูกเชิญไปเป็นศิลปินพำนักที่เกาะโซโคตรา (Socotra Island) ในประเทศเยเมน และไปเจอวิถีชีวิตของผู้คนที่นั่น ซึ่งมีความเหลื่อมล้ำในการใช้ชีวิตจากการครอบครองพื้นที่อย่างชัดเจน จากการที่นายทุนเข้ามาครอบครองพื้นที่ทำรีสอร์ต กอบโกยผลประโยชน์จากสถานการณ์ทางการเมือง (จากการที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้ารุกรานและยึดครองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของพื้นที่ของเกาะโซโคตราในปี 2018) ในขณะที่คนท้องถิ่น ชาวบ้านที่อยู่มาแต่เดิมกลายเป็นผู้อยู่อาศัย เป็นลูกจ้าง มีชีวิตที่ยากไร้ขัดสน การได้เห็นวิถีชีวิตเช่นนี้ของคนท้องถิ่นทำให้รู้สึกเศร้าใจอย่างมาก และรู้สึกว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับปาเลสไตน์

“หลังใช้เวลาอยู่ที่เกาะนี้ประมาณสองสัปดาห์ พอกลับมาประเทศไทยก็ทำงานที่ได้แรงบันดาลใจจากพื้นที่ภูมิทัศน์ที่ไปอยู่ โดยใช้ภาพถ่ายของพื้นที่บนเกาะที่บันทึกเอาไว้เป็นต้นแบบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สวยงาม มีความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์ น่าประทับใจ แต่กลับรู้สึกเศร้าและสงสารคนท้องถิ่นที่อยู่ที่นั่นมากๆ เพราะเขาเคยเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่อยู่ๆ ก็กลับกลายเป็นคนดูแลพื้นที่เฉยๆ เพราะพื้นที่ถูกครอบครองโดยนายทุน คนร่ำรวยจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปจนหมดแล้ว”

มรกตสื่อสารถึงเหตุการณ์ที่ว่านี้ผ่านภาพภูมิทัศน์บนเกาะในผลงานจิตรกรรมกึ่งนามธรรม (Semi-abstract) ที่ถ่ายทอดพื้นที่ภูมิทัศน์อันงดงาม ทว่า ผสานเอาไว้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันคลุมเครือ พร่ามัว หมองหม่น ราวกับแฝงความเศร้าสร้อยเอาไว้ในพื้นที่เหล่านั้นก็ไม่ปาน ในผลงานยังมีความพิเศษแปลกตาในการใช้ด้ายเย็บชุนรอยขาดทะลุบนผืนผ้าใบ ราวกับเป็นการซ่อมแซมร่องรอยของความเจ็บปวดรวดร้าวในความรู้สึกของเธอเลยทีเดียว

“เวลาวาดภาพ เราต้องการลดทอนความเป็นจริงลงให้มีความเป็นกึ่งนามธรรม เพราะคิดว่าถ้าเขียนภาพให้เหมือนพื้นที่หรือภูมิทัศน์ที่บันทึกมาโดยตรงแล้ว จะไม่ทิ้งอะไรให้คิดต่อ อยากผสมผสานความเป็นจริงกับนามธรรมเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ตรงนั้นให้มีความเป็นสัญญะ มากกว่าที่จะให้บอกทุกสิ่งทุกอย่างจนหมด ภาพที่วาดออกมานั้นมีคุณค่าในความงามของพื้นที่หรือภูมิทัศน์อยู่แล้ว แต่อยากสร้างสัญลักษณ์เพื่อพูดถึงการเยียวยาพื้นที่ ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวด้วยการใช้เทคนิคการชุนผสานลงไปในภาพวาดภูมิทัศน์ เพื่อให้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์มากกว่าที่จะเล่าเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา

“คราบแบบนามธรรมที่เห็นในภาพวาด เป็นเทคนิคของการใช้สี เป็นเรื่องของการควบคุมกับไม่ควบคุม เหมือนเวลาทำงาน จะวางแผนเอาไว้ว่าตรงนี้จะเป็นแบบนี้ แต่จะปล่อยให้มีความเป็นอิสระเกิดขึ้นภายใต้การควบคุมบ้าง เป็นสภาวะกึ่งกลางระหว่างการควบคุม กับการปล่อยให้เป็นอิสระ อย่างตัวเองเป็นคนทำงานสอนเป็นอาชีพ เป็นอาจารย์ นิสัยของเราเวลาสอนก็ยังให้อิสระกับนักศึกษา ให้พวกเขามีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ในทางกลับกัน ก็ต้องมีการควบคุมให้พวกเขาอยู่ในระเบียบด้วย ไม่เข้มงวดหรือปล่อยปละจนเกินไป งานของเราก็เป็นเช่นเดียวกัน”

มรกตยังเผยถึงที่มาของการใช้เทคนิคการซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ขาดชำรุดอย่างการชุน ในผลงานศิลปะของเธอว่า

“ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว การได้คลุกคลีกับแม่ที่ชอบทํางานฝีมือหลากหลาย การชุนผ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น และรูปแบบการชุนนี้ก็ผุดออกมาตอนที่ทํางานในนิทรรศการ Anthropocene Era ที่ Gallery Seescape ปี 2016 ที่พูดถึงยุคของการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ ทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและชีวิตเราเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ป่วย มีอาการปวดหัว ด้วยความที่เป็นคนเคร่งเครียดจริงจังอยู่แล้ว ก็คิดมากจนทําให้รู้สึกกลัวว่าจะเป็นโรคร้าย ซึ่งหมอก็แนะนําให้เอ็กซเรย์สมอง พอดูแผ่นเอ็กซเรย์ก็มองเห็นว่ามันเป็นเหมือนภาพภูมิทัศน์ และเป็นรูปทรงนามธรรม ก็รู้สึกว่า หรือจะต้องซ่อมแซมตัวเองแล้ว?

“ก็นึกถึงการซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยการชุนที่เคยทํามา รู้สึกว่าเวลาที่ซ่อมแซมเสื้อผ้า เรามักจะทําให้คนที่เรารัก ทําให้แม่ พ่อ หรือทําให้ตัวเอง คือการทําให้สิ่งที่สวมใส่กลับมาใช้ได้อีกครั้ง และยังมีคุณค่าอยู่ เหมือนเป็นการเยียวยา การมีความหวังกับสิ่งต่างๆ ก็เลยคิดว่าเทคนิคการชุนตอบโจทย์บริบทในช่วงเวลานั้น ที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะต้องเจออะไรอีกบ้างในชีวิต ก็เลยเอาเทคนิคนี้มาใช้ในการทํางานเรื่อยมา จนในที่สุดก็พบว่าสามารถเอามาใช้แทนสัญลักษณ์ในพื้นที่ภูมิทัศน์หรือพื้นที่ที่เราจะพูดถึงได้ชัดเจนขึ้น

Echo Beyond the Fence (2025)

“เรามักจะใช้เทคนิคการชุนลงไปตรงพื้นที่ที่เป็นเส้นแบ่งพรมแดน ตรงจุดที่แต่ละพื้นที่มาบรรจบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ภูมิทัศน์ต่างๆ อย่างเช่นในผลงานชุดที่แล้วอย่าง The Sea of Hope (2024) ที่ได้ต้นแบบมาจากแผนที่ของฉนวนกาซา พื้นที่ที่ชาวปาเลสไตน์ถูกปิดล้อมโดยอิสราเอล ซึ่งทำให้รู้สึกสงสารห่วงใยมาก ว่าพวกเขาจะทำอย่างไร เพราะถ้าพวกเขาถอยหนีไปก็จะเป็นแค่ทะเลอย่างเดียว แล้วจะให้พวกเขาไปที่ไหนกัน? จึงอยากทำการชุนลงบนเส้นแบ่งพรมแดน เพื่อโอบอุ้มความหวังในชีวิตของพวกเขา เป็นสัญลักษณ์ที่อยากแทนค่าความห่วงใยของเราลงไปในผลงานชิ้นนี้

“ส่วนผลงานชุดใหม่ในนิทรรศการครั้งนี้ ก็ยังรู้สึกกับประเด็นของการครอบครองพื้นที่ การแย่งชิงพื้นที่กัน อย่างประเด็นของเหตุการณ์ความขัดแย้ง ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กระทบความรู้สึกของเรา หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ของแมวที่บ้านแย่งพื้นที่กันก็ตามที จะพูดว่าเรื่องนี้เป็นสัจธรรมของสิ่งมีชีวิตได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเราพอสมควร งานในชุดใหม่จึงมีที่มาจากสิ่งรอบๆ ตัว อย่างภูมิทัศน์ที่บ้าน

“ยกตัวอย่างเช่น ในผลงานชุดใหม่อย่าง Interrupt Bloom (2025) ซึ่งได้ต้นแบบมาจากพื้นที่สีเขียวในเชียงใหม่ ใกล้ๆ บ้าน ซึ่งเป็นป่าที่อยู่มาไม่รู้กี่สิบปีแล้ว แต่กำลังจะถูกเวนคืนเพื่อสร้างถนนหนทาง ป่านี้ยังเป็นสถานที่ที่มีคนไร้บ้านและสุนัขจรอาศัยอยู่ แล้วพวกเขาก็อยู่กันไม่ได้แล้ว เพราะโดนขับไล่ ทำให้รู้สึกสงสารมาก เหมือนเป็นภาพแทนของชีวิตปัจจุบันในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้ ที่ในแต่ละวันเหมือนมีอะไรเข้าไปรบกวนสิ่งที่เคยมีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ภูมิทัศน์ของป่าไม้ เหมือนเป็นการ Disrupt จากอำนาจบางอย่าง แต่งานชุดนี้ไม่ได้ใส่เทคนิคการชุนลงไป เพราะพอทำเสร็จแล้วรู้สึกว่าเส้นสายกราฟิกที่อยู่ในงานนั้นสร้างความรู้สึกรบกวนต่อพื้นที่ทิวทัศน์ในภาพเพียงพอแล้ว”

Beneath the Shifting Light (2025) (รายละเอียดในผลงาน)

นอกจากผลงานจิตรกรรมที่แขวนให้เราดูชมบนผนังตามปกติแล้ว ในนิทรรศการครั้งนี้ยังมีผลงานจิตรกรรมที่ถูกจัดแสดงอย่างแปลกตา ด้วยการจัดวางผลงานจิตรกรรมสองชิ้นประกบชนกันในแนวเอียงวางอยู่บนโครงสร้างรองรับจนดูคล้ายหน้าจั่วของบ้านยังไงยังงั้น และด้วยความที่เป็นภาพวาดของท้องฟ้า จึงทำให้รู้สึกว่าบ้านหลังนี้มีท้องฟ้าเป็นหลังคาก็ไม่ปาน

“การจัดวางภาพวาดเป็นหน้าจั่ว เพราะเป็นคนที่ผูกพันกับความเป็นบ้าน คิดว่าไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างก็ต้องการบ้านเหมือนๆ กัน อย่างเราเองก็มีบ้านที่สุโขทัยอยู่หลังหนึ่ง แต่ด้วยความที่ทำงานจนไม่มีเวลาไปดูแล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดน้ำท่วม จนทำให้รู้สึกกังวลใจ เป็นห่วงบ้านนะ แต่ไม่มีโอกาสไปจริงๆ ช่วงเวลานั้นอยู่บ้านที่เชียงใหม่กับแมว 7 ตัว เวลาเครียด พออยู่กับสัตว์เลี้ยงก็ทำให้ผ่อนคลายขึ้น พอแมวปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน ก็ตามขึ้นไปอยู่กับพวกมัน มองท้องฟ้าบนหลังคากับแมว จนทำให้รู้สึกว่า ลองเปลี่ยนบริบทหรือโครงสร้างความเป็นภาพวาดให้เป็นเหมือนจั่วของบ้านดูดีไหม?

“เราคิดว่า มนุษย์ทุกคนเวลามีปัญหากับพื้นที่ พวกเขามักต้องการบ้าน แม้แต่คนไร้บ้าน บ้านพัง ต้องอพยพหนีสงคราม แต่อย่างน้อยพวกเขาก็รู้สึกว่าท้องฟ้ายังเป็นบ้านหลังใหญ่ พวกเรายังอยู่ในหลังคาเดียวกัน อย่างน้อยยังมีความหวัง ท้องฟ้าบนหน้าจั่วเหมือนเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหวังในชีวิต โดยรวมแล้ว ผลงานทุกชิ้นจะเป็นการพูดถึงพื้นที่ที่ห่วงใย และเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่แห่งความหวังนั่นเอง”

นิทรรศการ Resilience โดย มรกต เกษเกล้า จัดแสดงที่ ATTA Gallery ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน-9 พฤศจิกายน 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [email protected]

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ATTA Gallery



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?