สำเริงคดี | ทรงวาด
ดาวดังอีกคนที่ใช้กิจกรรม PRESS CONFERENCE ของเทศกาลหนังเมือง ซาน เซบาสเตียน 2025 ที่สเปน สำแดงจุดยืนทางการเมือง นอกเหนือจากการโปรโมตหนังของตัวเอง เรื่อง DIE, MY LOVE ก็คือ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์
“ฉันรู้สึกพรั่นพรึง แล้วก็เศร้าใจด้วย” นางเอกวัย 35 บอก “สิ่งซึ่งเกิดขึ้น (ในกาซา) มิใช่อื่นใด นอกจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ฉันกลัวแทนลูกๆ ของฉัน กลัวแทนลูกๆ ของพวกเราทั้งหมด”
“การเมืองอเมริกันทั้งน่าดูหมิ่นและสิ้นหวัง” ดาวดังจาก HUNGER GAMES วิพากษ์ “ฉันหมายถึงเด็กๆ ซึ่งออกเสียงเลือกตั้งได้เมื่ออายุ 18 มันเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะรู้สึกจดจำไว้ว่า เมื่อคุณละเลย ไม่ใส่ใจในปัญหาที่อีกซีกหนึ่งของโลก ไม่ช้า มันจะลุกลามมาถึงซีกโลกของคุณแน่นอน”

เจนนิเฟอร์เคยเชียร์กมลา แฮร์ริส ตอนแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เธอบอกว่าเกรงจะพูดมากไป หรือตอบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากไป จนคำพูดของเธอถูกนำไปใช้เป็นเชื้อไฟ หรือบิดเบือนโดยเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
“ฉันอยากให้ผู้คนมุ่งความสนใจไปที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบและสิ่งที่พวกเขาสามารถกระทำได้ ที่จำเป็นต้องแสดงออกให้ชัดเจนหลังการเลือกตั้ง ไม่ใช่ปล่อยให้เหล่านักแสดง และศิลปินสาขาต่างๆ ซึ่งพยายามแสดงออกถึงเสรีภาพในการพูด ต้องมารับเผือกร้อนแทนที่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบ” ผ่านแพล็บผลุง ทัวร์ออนไลน์ก็รุมกระหน่ำกระแนะกระแหนนางเอกออสการ์โดยพลัน เนื่องเพราะเมื่อเริ่มสงครามกาซาใหม่หมาด เจนนิเฟอร์เคยสนับสนุนเพื่อนนักแสดงดาวตลกของเธอ …เอมี่ ซูเมอร์ ที่ออกตัวโลด เชียร์ฝ่ายอิสราเอล ท้าวความถึงคราวที่ชาวยิวถูกทำร้าย ทำลายมาก่อนเก่า แม้ล่าสุดเอมี่จะโพสต์ว่า จริงๆ แล้วเธอต้องการให้ทั้งชาวยิวและชาวมุสลิม มีสันติสุขเช่นเดียวกันก็ตาม
ถ้อยก้อนหิน ก้อนอิฐที่ปลิวคว้างเขวี้ยงใส่อินสตาแกรมของนางเอกสาว อาทิ
“เฮ้ย จำที่นางเคยออกหน้า หนุนยัย เอมี่ ซูเมอร์ ไว้ได้มั้ย นั่งลงซะ! คุณเจนนิเฟอร์”
“ตอนนี้ เธอเปลี่ยนสีแปรธาตุแล้วรึไง เมื่อ 2 ปีก่อน เธอปกป้องเอมี่ ซูเมอร์ ที่เชียร์พวกนักบุกเบิกสร้างอาณานิคมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อยู่นี่นา”
“ดีนะ ที่นางออกมาพูดให้รักสันติ แต่ก็สายไปเสียแล้วละมั้ง”
แต่ก็มีอยู่โพสต์หนึ่ง ที่ให้ความเป็นธรรมแก่นางเอกออสการ์ โดยบอกว่า
“เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ออกมาพูดความจริงอย่างกล้าหาญ ว่าสงครามกาซา คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มันเป็นความล้มละลายทางศีลธรรมในแวดวงนักการเมือง การพูดถึงความจริงที่เกิดขึ้นเป็นความน่านับถือมากกว่าการเงียบเฉยเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกดดัน เธอเตือนให้พวกเราตระหนักว่า ปัญหานี้เป็นความรับผิดชอบของเหล่าผู้นำของประเทศ ไม่ใช่เหล่าศิลปิน อนึ่ง การเพิกเฉยต่อปัญหาในซีกโลกอื่น อาจทำให้มันมาเกิดขึ้นใกล้ตัวเราในไม่ช้า ก็เป็นได้”
