‘ATIV – CITY – SEAL 5 DM-I’ สามเส้าเก๋งไฮบริด-ราคาไม่เกิน 7.2 แสน
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์เมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย หลังการมาถึงของกลุ่มรถยนต์จากจีน โดยเฉพาะการทำราคาได้น่าตกใจ ทั้งการเปิดตัวหรือลดราคาในภายหลัง จนแย่งส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ
พลอยทำให้ค่ายรถจากประเทศอื่นๆ ต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มออปชั่นหนักๆ ตั้งราคาที่เหมาะสม รวมถึงมีโปรโมชั่นลดราคาในบางรุ่น
ล่าสุด เป็นคิวของ “ฮอนด้า ซิตี้” ประกาศปรับลดราคาลง 70,000 บาท ในรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ และ 50,000 บาท กับรุ่นไฮบริด (e:HEV)
มองกันว่าส่วนหนึ่งเพราะการมาถึงของ “BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID” ที่ตั้งราคา 699,900 บาท
และการเปิดราคาของโตโยต้า “YARIS ATIV HEV” กับ 2 รุ่นย่อย 719,000-839,000 บาท
ซิตี้ เปิดตัวมาก่อนพักใหญ่โดยไฮบริด 2 รุ่นย่อย ราคาอยู่ที่ 769,000-839,000 บาท
เมื่อปรับราคาลงทำให้รุ่นเริ่มต้นพอฟัดพอเหวี่ยงกับ 2 คู่แข่งในตลาด
ด้วยความน่าสนใจของราคา และความนิยมของคนไทยกับรถเครื่องยนต์ไฮบริด
จึงนำรถเก๋งเล็กไฮบริดที่น่าสนใจทั้ง 3 รุ่นนี้มา “เวอร์ซัส” (VS) กันเสียหน่อยเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจ

ภาพลักษณ์ภายนอก “SEAL 5 DM-I” ได้เปรียบอยู่ประมาณหนึ่ง เพราะออกมาหลังสุดแถมตัวถังขนาดใหญ่เบิ้มพอๆ กับโตโยต้า อัลติส หรือฮอนด้า ซีวิค
กระจังหน้าไร้กรอบ ไฟหน้า Full LED แบบ STAR LIGHT พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ
ไฟท้ายรมดำ แบบ DOT MATRIX พร้อมแถบ LED แบบ Lightbar
ไฟเลี้ยวหลัง แบบ Sequential ส่องพื้นกระจก (puddle lamp)
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
ขณะที่ “YARIS ATIV” ใกล้เคียงกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน กระจังหน้าโครเมียมรมดำ ชายล่างสีเทาเมทัลลิก
ชุดไฟหน้า Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED light guiding
ไฟเลี้ยวท้าย LED Sequential ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว
ด้าน “CITY” ภายนอกปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากรุ่นเดิม กระจังหน้าโครเมียม
ไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
มือจับประตูด้านนอกโครเมียม กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว ฝาครอบกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
เสาอากาศแบบครีบฉลามสีเดียวกับตัวรถ ล้ออัลลอยขนาด 15-16 นิ้ว

ภายใน “YARIS ATIV” พวงมาลัย 3 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น มาตรวัดดิจิทัลพร้อมจอ TFT 7 นิ้ว
ระบบอินโฟเทนเมนต์ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลังและระบบกรองฝุ่น PM 2.5
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) ปรับได้ 64 เฉดสี
ลำโพง Pioneer 6 ตำแหน่ง
“SEAL 5 DM-I” เด่นที่ความกว้างขวาง พวงมาลัยระบบมัลติฟังก์ชั่น มาตรวัดขนาด 8.8 นิ้ว
หน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 12.8 นิ้ว ใช้ควบคุมระบบสั่งการต่างๆ เพื่อลดปุ่มบริเวณคอนโซล รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย
ระบบแผนที่นำทาง NAVI / Music Streaming ระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Assistant
ลำโพง 8 ตำแหน่ง
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบปรับเกียร์แบบหมุนและรวบรวมปุ่มควบคุมต่างๆ ไว้ในตำแหน่งเดียวกัน
เบาะนั่งทรงสปอร์ต วัสดุหุ้มแบบหนังสังเคราะห์
เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
“CITY” พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ปรับระดับ 4 ทิศทาง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ลำโพง 8 ตำแหน่ง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง
ระบบเบรกมือไฟฟ้า และระบบ Auto Brake Hold
ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมต

ขุมพลัง “CITY” ใช้ระบบฟูลไฮบริด e:HEV โดยฟูลไฮบริด e:HEV ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว
ระบบเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน
แรงบิดมอเตอร์สูงสุดที่ 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร รองรับพลังงานทางเลือก E20
“YARIS ATIV” เครื่องยนต์ไฮบริด 2NR-VEX 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i ขนาด 1.5 ลิตร
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กำลังสูงสุด 91 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion)
มอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 80 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร
รวมกำลังจาก 2 ระบบแรงเพิ่มเป็น 111 แรงม้า
ความเร็วสูงสุด 160 ก.ม./ชั่วโมง
เคลมความประหยัดอยู่ที่ 29.4 ก.ม./ลิตร
“SEAL 5 DM-I” ขุมพลังถือว่าได้เปรียบสุดเพราะเป็น “ปลั๊กอิน ไฮบริด”
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,498 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) Blade Battery ขนาดความจุ 18.3 kWh
อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง ภายในเวลา 7.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด 185 ก.ม./ชั่วโมง
รุ่นท็อปวิ่งไฟฟ้าล้วนไกลสุด 120 ก.ม. ส่วนรุ่นรองลงไปทำได้ 80 ก.ม.
ชาร์จไฟ AC Type 2 รองรับสูงสุด 6.6 kW
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเคลมไว้ที่ 26.3 ก.ม./ลิตร
ความปลอดภัยและตัวช่วยการขับขี่ค่ายญี่ปุ่นไม่ได้หนีกันมาก
“YARIS ATIV” มีระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ LKC (Lane Keeping Control) ระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน ที่ทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control แบบ All-speed
ความปลอดภัยอื่นๆ เช่น กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSM
ช่วยเตือนขณะถอยจอด RCTA และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ฯลฯ
“CITY” อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ฯลฯ
ส่วน “SEAL 5 DM-I” ได้เปรียบเพราะใหม่กว่าและตามประสารถจากจีนที่เน้นออปชั่น ทั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ, ควบคุมความเร็วโดยอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ
เตือนการชนด้านหน้า-ด้านหลัง, เตือนเมื่อมีรถผ่านจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ช่วยเตือนจุดอับสายตา ฯลฯ
บอกเลยว่าทั้ง 3 รุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน รวมถึงชื่อชั้นของแบรนด์ และองค์ประกอบด้านบริการ
พิจารณาดูครับกับงบฯ ไม่เกิน 7.2 แสนบาท เก๋งรุ่นไหนถูกใจที่สุด
