‘พิชญ์’ วิเคราะห์เลือกตั้งรอบหน้า ‘โพล’ จะสำคัญกว่า ‘ดีเบต’ จับตาตัวแปรชื่อ ‘กล้าธรรม’
เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
‘พิชญ์’ วิเคราะห์เลือกตั้งรอบหน้า
‘โพล’ จะสำคัญกว่า ‘ดีเบต’
จับตาตัวแปรชื่อ ‘กล้าธรรม’
หมายเหตุ เนื้อหาส่วนหนึ่งจากรายการ The Politics ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่ง “รศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งหน้า ในสองประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
“กล้าธรรม”
คือ “เซฟโซนของบ้านใหญ่”
“ผมคิดว่าพรรคที่จะเป็น ‘ตำบลกระสุนตก’ ที่สุด ใน (การเลือกตั้ง) รอบหน้า ก็คือพรรคกล้าธรรม เพราะเขามีสองฐาน ด้านหนึ่งส้มก็เล็งล็อกเป้าถล่ม ‘หัวหน้าพรรคตัวจริง’ เขาไว้แล้ว แต่อีกด้าน กล้าธรรมจะเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ สำหรับหลายๆ ‘บ้านใหญ่’
“บ้านใหญ่จะมีสองแบบในรอบหน้า หนึ่ง ย้ายพรรค แต่การย้ายพรรคไม่ได้ย้ายง่ายๆ เพราะพรรคอื่นเขาก็มีบ้านใหญ่เหมือนกัน ในพื้นที่หนึ่งมันไม่ได้มีบ้านใหญ่หลังเดียว กับสองมันจะมีนโยบายใหม่ที่เรียกว่า ‘หนึ่งบ้านใหญ่หลายพรรค’
“แต่ถ้าไม่นับเรื่องที่ถูกส้มล็อกเป้า กล้าธรรมเขาเป็นพรรคที่ ‘เป็นเพื่อน’ กับทุกพรรค เราไม่เห็นความโกรธแค้นที่เพื่อไทยมีต่อกล้าธรรม กล้าธรรมก็รู้สึกว่าฉันต้องมา (ร่วมรัฐบาล) พรรคฝั่งน้ำเงินก็รู้สึกขอบคุณที่กล้าธรรมมา ฉะนั้น กล้าธรรมจะเป็นพื้นที่ผ่องถ่ายอำนาจของนักการเมืองจำนวนหนึ่ง ซึ่งรักทุกพรรค (อยู่ตรงนี้) เซฟกว่า
“จริงๆ ถ้าไม่จำเป็น การย้ายเข้าน้ำเงินเลย ส่วนหนึ่งก็คือเข้าตาจน แบบถ้าไม่มา กลัวจะไม่ได้ (รับเลือกตั้ง) เพราะต้องการอำนาจรัฐ (ช่วย)
“ฉะนั้น การอยู่กล้าธรรมมันปลอดภัย ต่อให้น้ำเงินบอกว่าจะไม่ร่วมกับเพื่อไทย ไม่เอาชินวัตร ก็ไม่ได้ปฏิเสธกล้าธรรม การย้ายมากล้าธรรมอาจจะง่ายกว่าการย้ายไปภูมิใจไทย นี่คือยุทธศาสตร์ของเขาในภาพรวม
“สมมุติเพื่อไทยได้ 200 เขาก็จะกลับไป (หาเพื่อไทย) ได้ เพราะกล้าธรรมก็เชื่อว่าตัวเองจะเป็น ‘ตัวแปร'”
‘ดีเบต’ จะจืด จุดเดือดจะอยู่ตรง ‘โพล’
“พรรคใหญ่จะไม่ส่งคนไป (เวทีดีเบต) ผมคิดว่าภูมิใจไทยน่าจะส่งน้อย เหลือคุณภราดร (ปริศนานันทกุล) ซึ่งอาจจะไปไม่ทันเพราะสื่อมันเยอะ
“ทุกคนรู้ว่าถ้าเปิดเวทีปุ๊บ ส้มมันเอาไปกิน ยกเว้นแต่รอบนี้ส้มจะโดนบี้เรื่องชายแดน ซึ่งมัน (เวทีดีเบต) ก็ไม่น่าจะคุมเวลาทั้งหมดไปในเรื่องนี้ได้ ฉะนั้น พรรคอื่นที่จะออกมาเฉิดฉายในเวทีเหล่านี้ (จะมี) น้อย เพราะดาวในสภาเองก็น้อย
“ดีเบตมันไม่ใช่ส่งใครมาก็ได้ คนเขาก็คาดหวัง คือเท่าที่เห็น ดีเบตที่ผ่านมามีสองแบบ แบบหนึ่งก็คือคาดหวังเลยว่าแคนดิเดตนายกฯ ต้องมาเอง กับสอง ก็คือจัดดีเบตเป็นหัวข้อเฉพาะไป การศึกษา นู่นนี่ อันนั้นก็อาจจะพอได้ แต่คนไม่สนใจ เพราะสุดท้ายจะเอาอะไร มันก็ต้องไปให้สัญญากันที่ตัวผู้นำ
“รอบนี้ ถ้าให้ผมเดาล้วนๆ ความมันจะอยู่ที่ ‘โพล’ โพลมันจะเยอะมาก โพลเล็กโพลน้อย โพลเต็มระบบ โพลไม่เต็มระบบ มันจะออกมาเยอะไปหมด แล้วข่าวก็จะเล่นตามโพลนี่แหละ เพราะโพลมันขับเคลื่อน ‘ไอโอ’ ได้เร็ว
“แล้วอีกอย่าง ‘คอมเมนเตเตอร์’ (นักวิเคราะห์การเมืองในรายการโทรทัศน์) มันไม่พอ ประเทศนี้ขาดแคลน มีแค่ไม่กี่คนที่จะเรียกทัวร์ อย่าว่าแต่พรรคไปดีเบตเลย คอมเมนเตเตอร์ก็ยังจะไม่พอ วันประกาศผลเลือกตั้ง ผมว่าต้องรวมการเฉพาะกิจไปเลย นั่งรวมไปเลย เพราะมัน (คอมเมนเตเตอร์) จะไม่พอ แล้วจะแย่งกัน
“(คิวคอมเมนเตเตอร์การเมือง) อยู่กันอย่างกับ (หมอ) โรงพยาบาลเอกชน ช่วงเวลานี้อยู่ถึงนี่ ช่วงเวลานี้อยู่ถึงนี่ สังเกตไหมล่ะ เพราะคนไม่ได้อยากฟัง (คอมเมนเตเตอร์) ทุกคน แล้วคอมเมนเตเตอร์ที่คนอยากฟังก็คิวทองเหลือเกิน
“แล้วช่องก็เยอะ (คนดู) เขาไม่แช่หรอก เขาเปลี่ยนไปเรื่อย เพราะในวัน (เลือกตั้ง) จริง คะแนนมันรู้เท่ากัน คะแนนไม่ต้องดูก็ได้ มันต้องดูทรรศนะ (การวิเคราะห์) หรือก่อนหน้านั้น (จุดสนใจ) มันจะอยู่ที่โพล มันไม่ได้อยู่ที่ดีเบต
“เพราะฉะนั้น ใครเริ่มต้นโพลได้เร็วกว่า คำถามแหลมคมกว่า จี๊ดจ๊าดกว่า มันจะได้ความสนใจจากคนมากกว่า”
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
