bg-single

การ ‘เซ็งลี้’, ‘ตลาดมืด’ และ ‘เศรษฐีสงคราม’ สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาในไทย (4)

30.10.2025

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การ ‘เซ็งลี้’, ‘ตลาดมืด’ และ ‘เศรษฐีสงคราม’

สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาในไทย (4)

การปลอมสินค้าช่วงสงคราม

ภาวะสินค้าขาดแคลนในช่วงสงคราม คนทั่วไปคาดว่า สงครามมหาเอเชียบูรพาคงจะกินเวลาไม่นานแค่เพียง 1-2 ปีเท่านั้นคงจบสิ้นลง แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวัง ไม่เป็นความจริง ยิ่งสงครามยืดเยื้อ สินค้ายิ่งขาดแคลนมากยิ่งขึ้น

ไม่นานจากนั้น การเซ็งลี้ก็เกิดขึ้น ระยะแรกการเซ็งลี้มีเพียงสินค้าบางชนิดที่เริ่มขาดแคลน เช่น น้ำมันเบนซิน จอบตราจระเข้ ถ่านหินไฟแช็กสำหรับที่จุดบุหรี่หรือจุดไฟ แต่เมื่อความต้องการไม่ลดลงแต่สินค้าขาดแคลนและไม่สามารถหาสิ่งอื่นมาใช้ทดแทนได้ ความเจ้าเล่ห์แสนกลในวงการซื้อขายก็เกิดขึ้น

การปลอมสินค้าแพร่ระบาด ครั้งนั้น หากใครต้องไปซื้อน้ำมันเบนซินที่บรรจุในถังเหล็ก 200 ลิตรต้องระวังพ่อค้าผสมน้ำลงไปในถังน้ำมันด้วย เมื่อซื้อน้ำมันต้องต่อท่อยางสูบน้ำมันลงไปที่ก้นถังลึกๆจึงแน่ใจว่าจะสูบได้เนื้อน้ำมันครบ ไม่มีน้ำปะปนมาทำให้แครื่องยนต์เสียหายด้วย ส่วนการปลอมจอบตราจระเข้นั้นเป็นการเอาจอบเปล่าไร้ตรามาตอกตราจระเข้ปลอมลงไปเพื่อทำให้คนเข้าใจผิด ครั้งนั้น แหล่งทำจอบปลอมนั้นพบตามโรงกลึงแถบวงเวียนโอเดียนในพระนคร (ลาวัณย์, 2536)

กลักไม้ขีดไฟสมัยก่อน เครดิตภาพ : สิ่งพิมพ์สยาม, สำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์

ปลอมถ่านไฟแช็ก

เมื่อไม้ขีดไฟเป็นสินค้าที่ทุกครอบครัวต้องใช้ในกิจวัตรประจำในการจุดเตาทำอาหาร จุดตะเกียงให้แสงสว่างหรือจุดธูปเทียน จุดบุหรี่ แต่ในครั้งนั้นไม้ขีดไฟขาดตลาด “ยิ่งไม้ขีดไฟยิ่งหายากและราคาแพงถึงห่อละบาทกว่า ซึ่งปกติธรรมดาขายห่อละไม่ถึง 10 สตางค์ ทำนักสูบบุหรี่ต้องหันมาใช้วิธีโบราณ เอาหินเหล็กไฟมาตีจุดชุดกันเป็นส่วนมาก ตัวชุดนั้นประดิดประดอยกันสวยงามเป็นรูปแปลกๆ” (พล.อ.ต.บุญเลิศ สุทธิสำแดง, 2533, (19))

ครั้งนั้น บางคนที่มีฐานะหน่อยจะใช้ไฟแช็กน้ำมันเบนซินจุดไฟต่อบุหรี่ที่ต้องใช้ถ่านหินไฟแช็กให้ประกายไฟ แต่ถ่านหินไฟแช็กช่วงนั้นถูกปลอมโดยใช้ลวดเส้นใหญ่ตัดเป็นท่อนเล็กๆ ชุบสีบรรจุในกลักคล้ายถ่านไฟนำเข้าจากต่างประเทศ แต่มันไม่สามารถให้ประกายไฟได้ ทั้งนี้ ถ่านหินไฟแช็กของแท้นั้นทำจากเฟอร์โรซีเรียม (ferrocerium) ที่ให้ประกายไฟได้ เล่ากันว่า สิงห์บุหรี่บางคนใช้ปากคาบบุหรี่จุดไฟแช็กหลายครั้งจนบุหรี่เปียกก็จุดไฟแช็กไม่ติด ด้วยใช้ถ่านไฟแช็กปลอมที่ทำจากลวดตัดท่อนย้อมสี

คนร่วมสมัยเล่าว่า “สำหรับไฟแช็กหรือไม้ขีดเบนซินนั้นก็หาหินได้ยากจึงไม่ค่อยได้ใช้กัน หินไฟแช็กนั้นราคาขึ้นจาก 2-3 อันต่อสตางค์ เป็นอันละตั้ง 10 สตางค์ พวกนักกักตุนร่ำรวยไปตามๆ กัน ราคาของมันยิ่งแพงขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะนักซื้อขายกักตุนเปลี่ยนมือกันมาไม่หยุดยั้ง ราคาหินไฟแช็กขึ้นจากกิโลกรัมละ 2-3 บาท เป็น 700-800 บาท พวกกักตุนบางครั้งก็โดนต้ม มีคนฉลาดเอาลวดเหล็กมาตัดเป็นท่อนๆ เท่าหินเหล็กไฟแช็กมาหลอกขาย…” (พล.อ.ต.บุญเลิศ, (19))

เมื่อมีการเซ็งลี้เพื่อเอากำไร นักเซ็งลี้มักจะส่งมอบสินค้าปลอมหรือไม่เต็มคุณภาพหรือเต็มจำนวนแก่ผู้ซื้อในเวลากลางคืนเพื่อให้ยากในการสังเกตสินค้า ต่อมาเมื่อคนซื้อนั้นได้รู้ว่า ตนเองพลาดในการซื้อสินค้าปลอมหรือด้อยคุณภาพมาแล้ว เขาจะรีบขายต่อสินค้ามีปัญหาเหล่านั้นออกไปยังผู้อื่นอย่างรวดเร็ว (ลาวัณย์, 2536)

จอบตราจระเข้ ผลิตจากอังกฤษ

ปลอมยารักษาโรค

เมื่อสงครามยืดเยื้อทำให้ยารักษาโรคขาดแคลน เพราะยาส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ยารักษามาลาเรีย เช่น ควินินและอาเตบริน (Atabrine) ขาดตลาดมาก เพราะพ่อค้ากักตุนยารักษาโรคเพื่อขายเอากำไรในตลาดมืดจนหมด ยาอาเตเบริน ก่อนสงครามราคาเม็ดละเพียง 10 สตางค์เท่านั้น แต่ช่วงสงครามราคาขึ้นเป็นเม็ดละ 75 บาท เขาบันทึกว่า “ยาขึ้นราคาอย่างกับทองคำ” (ประเก็บ, 2516, 215)

แม้นแอสไพริน ควินิน องค์การเภสัชกรรมของไทยที่ถูกตั้งขึ้นภายหลังการปฏิวัติ 2475 จะสามารถผลิตเองภายในประเทศได้ก็ตาม แต่ยารักษาโรคชนิดอื่นๆ ที่เกินความสามารถของไทย เช่น ซัลฟา แอสเตปรินที่ใช้รักษามาลาเรียขาดตลาดหายากอย่างกับทองคำ จนกระทั่งมีการทำยาปลอมมาขายด้วยราคาแพงในท้องตลาดอีกด้วย (พล.ต.อ.จำรัส, 75)

ถ่านหินไฟแช็ก

ผ้าขาดแคลน

มนัส โอภากุล เล่าว่า ครั้งสงคราม ไทยขาดแคลนสินค้าจำเป็นเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง เสื้อผ้าถูกใช้อย่างถนอมรักษา หากกางเกงก้นขาดจะนำผ้าไปปะเป็นรูปใบโพธิ์ เมื่อใช้เสื้อเชิ้ตจนคอเสื้อเปื่อยจะจ้างร้านตัดเสื้อกลับคอเสื้อเสียใหม่ด้วยพลิกเอาด้านเปื่อยเข้าไปไว้ข้างใน เอาด้านไม่เปื่อยออกมาด้านนอกเพื่อให้เสื้อคงทนใช้ต่อไปได้อีกนาน (มนัส, 2554)

ผ้าชนิดต่างๆ ล้วนขาดแคลน รวมทั้งผ้าลายดอกสำหรับตัดเสื้อ แม้นที่ร้านค้าของรัฐบาลจะมีผ้าต่างๆ จำหน่ายให้ชาวกรุง แต่ชาวฝั่งธนบุรีมักไปซื้อไม่ทันชาวพระนคร เพราะต้องเดินทางไกลกว่า ชาวบ้านฝั่งธนบุรีจึงใช้ผ้าฝ้ายทอมือจากภาคเหนือมาตัดเย็บแทน แต่เนื้อผ้าของไทยมักทอไม่แน่น หากใช้จนผ้าขาดแล้วไม่ต้องเย็บซ่อมแซมเพราะเย็บไม่ติด (lek-prapai.org) ในช่วงเวลานั้น รัฐบาลควบคุมการซื้อขายผ้าทั่วไป แต่ผ้าตัดเสื้อชั้นดีต้องไปซื้อที่ร้านค้าญี่ปุ่นมีขายผ้าและเสื้อผ้ามีลวดลายสวยงามที่ผลิตมาจากญี่ปุ่น และต้องใช้บัตรปันส่วนซื้อเช่นกัน (รง ทัศนาญชลี, 2544, 26)

ช่วงสงคราม สินค้าหายากยังหาซื้อได้ด้วยราคาสูงขึ้นกว่าปกติ และราคาสินค้านั้นขยับขึ้นไปเรื่อยๆ หากใครมีเงินพอย่อมหาซื้อมากินมาใช้ได้อย่างไม่เดือดร้อน เสื้อผ้ายังพอหาได้ในท้องตลาดแต่ราคาแพง (ลาวัณย์ โชตามระ, 2536)

เหล็กไฟชุด หรือไฟชุด เครดิตภาพ : ศิลปวัฒนธรรม

ดังมีการบันทึกถึงร้านจำหน่ายผ้าชื่อร้านเฮียบฮะของนายเทียม โชควัฒนา ที่สำเพ็ง มีการเก็บกักตุนผ้าอยู่หลายร้อยพับ มีราคาต้นทุนอยู่ที่พับละ 400 บาท ทว่า ทางรัฐบาลประกาศควบคุมราคาให้มีการขายพับละ 150 บาท ทำให้เกิดการค้าในตลาดมืดโดยผ้ามีราคาสูงถึงพับละ 1,200 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาควบคุมถึง 8 เท่า พ่อค้าครั้งนั้นมีกำไรอย่างมาก (พรรณี บัวเล็ก, 124-125)

วราห์ โรจนวิภาต เล่าว่า ในยามสงครามเกิดสภาพการกักตุนสินค้าที่จำเป็นและหายาก มีการแอบนำสินค้าหายากออกมาขายอย่างลับๆ ทำให้เกิดตลาดมืด พวกนักกักตุนสินค้าเรียกกันครั้งนั้นว่า นักเซ็งลี้ คนพวกนี้จะนำตัวอย่างสินค้าหายากใส่กระเป๋าไปเสนอขายแก่ผู้ต้องการทั้งคนไทยและญี่ปุ่น คนเหล่านี้ภายหลังสงครามร่ำรวยไปตามๆ กันจนได้ชื่อว่า “เศรษฐีสงคราม” (lek-prapai.org/home/view.php?id=191)

เทียม โชควัฒนา เครดิตภาพ : ผู้จัดการ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์