bg-single

นโยบาย ‘กอุพากัม’ : การส่งเสริมสินค้า ‘ไทยทำ’ ช่วงสงคราม (จบ)

20.11.2025

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

นโยบาย ‘กอุพากัม’

: การส่งเสริมสินค้า ‘ไทยทำ’ ช่วงสงคราม (จบ)

ในช่วงสงครามสินค้าอุปโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันขาดแคลนทำให้ผู้ประกอบการชาวไทยและชาวบ้านต่างกลายเป็นนักประดิษฐ์ผลิตของกินของใช้ขึ้นเองเพื่อบรรเทาการขาดแคลนของกินของใช้ในครั้งนั้น

โฆษณานมข้นหวานตราหมีของสวิตเซอร์แลนด์และนมข้นหวานที่ผลิตในไทย (2487)

นมข้นหวานขาดแคลน

ในช่วงสงคราม เครื่องอุปโภคบริโภคที่เคยนำเข้าจากต่างประเทศล้วนขาดตลาด แม้กระทั่งนมข้นหวานที่ใช้มากตามร้านกาแฟซึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ ความขาดแคลนสร้างความเดือดร้อนให้คอกาแฟในครั้งนั้นมาก ต่อมามีโรงงานในไทยผลิตนมข้นหวานออกจำหน่ายหลายยี่ห้อ เช่น ตราหม่าจง ตราเรือสำเภา และตราเครื่องบิน เป็นต้น

แม้นมข้นหวานที่ผลิตขึ้นเองจะสามารถลดความขาดแคลนลงได้แต่ราคาของกาแฟในแต่ละแก้วขยับขึ้นสูง

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยผลิตนมข้นจืดขึ้นออกจำหน่ายด้วย เช่น หลวงจบกระบวนยุทธ (แช่ม กระบวนยุทธ 2434-2515) เขาเล่าไว้ว่า “ราคานมข้นในสมัยนั้นแพงมาก ราคาตกกระป๋องละเกือบ ๑๐ บาท ข้าพเจ้าเป็นผู้ค้นหาวิธีทำนมข้นขึ้นได้เป็นคนแรกในประเทศไทย จึงได้เริ่มทำขึ้น ขั้นต้นใช้ชามกะละมังสีขาวตั้งขึ้นบนเตาอั้งโล่เคี่ยวนมสดให้เป็นนมข้น ครั้นได้ที่แล้วปรากฏว่ามีรสดีกว่านมข้นของต่างประเทศมาก จึงได้ตวงใส่กระป๋องนมเก่าๆ โดยไม่ปิดฝาแล้วนำเอาไปขายให้แก่ร้านที่ชงกาแฟขาย ข้าพเจ้าขายเพียงกระป๋องละ ๖ บาทเท่านั้น พวกจีนตามร้านขายกาแฟชอบใจจึงสั่งซื้อมากขึ้นทุกที…” (sarakadee.com)

ในช่วงสงครามสินค้าขาดแคลนอย่างหนัก อาหารไม่เพียงพอและขาดแคลน มีราคาแพง ผ้าและเครื่องนุ่งห่มขาดแคลนอย่างมาก เครื่องใช้ไม้สอยก็ขาดแคลน แม้แต่แก้วน้ำก็ยังขาดแคลนถึงขนาดชาวบ้านต้องตัดขวดโซดามาทำแก้วน้ำใช้แทน (กาญจนี วินิจฉัยกุล, 2544, 47)

สบู่กรดที่คนไทยผลิตขึ้นใช้เองช่วงสงคราม

ผลิตสบู่กรดใช้เอง

เมื่อสบู่ยี่ห้อดังๆ จากต่างประเทศ เช่น สบู่ลักซ์ ซันไลท์ขาดแคลน สำหรับเครื่องชำระล้างร่างกาย สระผมครั้งนั้น ชาวบ้านใช้ลูกประคำดีควาย ส้มป่อยเทศตามภูมิปัญญาไทยมาใช้แก้ขัดเป็นสบู่ธรรมชาติแทนสบู่และแชมพูอุตสาหกรรม

ส่วนสบู่ทำความสะอาดล้างถ้วยชามนั้น คนไทยผลิตสบู่กรดที่ใช้ซักล้างขึ้นเอง ด้วยการเคี่ยวน้ำมันมะพร้าวกับโซดาไฟ กวนส่วนผสมอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเติมผงครามลงไป สีของสบู่จะออกมาเป็นสีครามสลับกับสีนวลๆ ของน้ำมันมะพร้าว กวนจนเนื้อสบู่หนืดแล้วให้เทใส่ถาดทรงสี่เหลี่ยม คล้ายๆ ถาดขนมหวาน ทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้สบู่เซ็ตตัว จากนั้นใช้มีดตัดตามขนาดที่ต้องการ แล้วแซะออกจากถาด จัดเรียงลงลังไม้ ปล่อยทิ้งไว้สักหนึ่งเดือนเพื่อลดฤทธิ์ของโซดาไฟ ถ้าทำแล้วใช้เลยจะแสบมือมาก แต่พักสบู่ครบเดือนแล้วจึงสามารถนำมาใช้ซักผ้าขัดหม้อได้ (เฟซบุ๊กรอยทางเตี่ย)

อุตสาหกรรมทำรองเท้าในช่วงสงคราม (2484)
รองเท้าทำจากยางรถยนต์

รองเท้าทำจากยางรถยนต์

ในช่วงสมัยรัฐนิยม (2481-2487) รายการวิทยุกรมโฆษณาการชักชวนให้คนไทยสวมรองเท้าด้วยอ้างประโยชน์ทางการแพทย์และความสวยงาม การชักชวนคนไทยสวมรองเท้าครั้งนั้นทำให้ร้านขายรองเท้าและช่างรองเท้าต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อผลิตรองเท้าออกมาขายประชาชน (สังข์ พัธโนทัย, 2499, 260-262)

ภายหลังการรณรงค์ชักชวนให้สวมรองเท้าแล้ว ไม่นานจากนั้น เหล่าหญิงไทยสวมรองเท้าหุ้มส้นเมื่อออกไปธุระนอกบ้าน แต่รองเท้ายางเป็นที่นิยมมากกว่าด้วยมีราคาย่อมเยาและไม่ค่อยกัดเท้าคนที่หัดสวมรองเท้ามือใหม่ (สังข์ พัธโนทัย, 2499, 262)

เมื่อกระแสความต้องการสวมรองเท้าในสังคมมีสูงขึ้นมากทำให้ช่วงต้นสงคราม ราวเดือนมกราคม 2486 เกิดภาวะรองเท้าขาดแคลนและมีราคาแพง ด้วยสินค้าขาดแคลน อีกทั้งจอมพล ป.ต้องการให้ประชาชนสวมรองเท้าให้มากที่สุด ดังนั้น เขาจึงสั่งการไปยังรัฐมนตรีอุตสาหกรรมให้ดำเนินการผลิตรองเท้าที่ทำด้วยไม้อย่างเรียบง่ายที่ผลิตได้อย่างเร็วและมีราคาถูก ทาสีรองเท้าให้สวยงาม ออกแบบให้หุ้มหนังที่ปลายเท้าและส้นเท้าแบบรองเท้าสตรีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายขณะนั้น (อนันต์ พิบูลสงคราม, เล่ม 1, 2540, 277)

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ เขาสั่งการไปยังกองทัพอากาศ ซึ่งมีโรงงานที่ผลิตรองเท้ายางได้ ให้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ผลิตรองเท้ายางสำหรับนักเรียนให้มากกว่าชนิดอื่นเพื่อฝึกหัดให้ยุวชนหัดสวมรองเท้าตั้งแต่อายุน้อยให้คุ้นชินเป็นนิสัยต่อไป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ต้องการเร่งรัดให้ประชาชนสวมรองเท้า (อนันต์ พิบูลสงคราม, เล่ม 1, 2540, 281)

การขาดแคลนสินค้าจากยุโรปในช่วงสงครามทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคในสังคมไทยมีความขาดแคลนยิ่ง คนไทยนำวัสดุเหลือใช้มาประดิษฐ์ทำเป็นของใช้หลายอย่าง เช่น การทำรองเท้าด้วยยางรถยนต์ที่ย่านถนนวรจักร แหล่งขายอะไหล่รถยนต์เก่า (อาจินต์ ปัญจพรรค์, 2541, 167)

พลนิกรกิมหงวน ตอน “พ่อค้าสามเกลอ” (2486) เครดิตภาพ : พีระพงศ์ ดามาพงศ์

ทำด้ายเย็บผ้าใช้เอง

แม้กระทั่งเส้นด้ายเย็บผ้าก็ขาดแคลน ใบสอน หัมพานนท์ (2463-2555) ชาวอีสานในช่วงสงคราม เล่าว่า อาหารการกินในอีสานไม่ขาดแคลนด้วยรอบตัวมีพืชผักผลไม้ สิ่งที่กินได้อุดมสมบูรณ์ แต่ที่สิ่งที่ขาดแคลนในอีสานคือด้ายเย็บผ้า ชาวบ้านอีสานครั้งนั้นจึงประยุกต์ใช้ใยกาบกล้วยมาทำเป็นเส้นด้าย บางคนใช้ใยสับปะรดทำเส้นด้ายก็มี (มนตรา เลี่ยวเส็ง, 2554, 236)

ส่วนกระดาษที่เคยทำเข้าจากต่างประเทศที่ขาวสะอาดถูกทดแทนด้วยกระดาษสีน้ำตาลจากโรงงานกระดาษในประเทศ แต่วัตถุดิบที่ใช้เป็นเยื่อไผ่ ผักตบชวา หรือกระดาษเก่าที่นำมาย่อยทำเป็นกระดาษใช้ใหม่เป็นกระดาษที่คุณภาพไม่ดีนัก ในช่วงเวลานั้นไทยพยายามพึ่งพาตนเอง รวมทั้งหมวกซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายที่สำคัญแห่งยุคสมัย ผู้ผลิตในไทยได้สานหมวกด้วยไม้ไผ่ ใบลาน และดัดแปลงหมวกเก่าเพื่อนำมาใช้ใหม่ให้สอดคล้องกับยุคสมัย

ตัวอย่างแก้วน้ำทำจากขวดเครื่องดื่ม

แหล่งเชื้อเพลิงแทนน้ำมัน

สิ่งที่ขาดแคลนมากที่สุดในยามสงครามก็คือน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธปัจจัยสำคัญซึ่งเกือบทั้งหมดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่คนไทยก็สามารถประดิษฐ์และประยุกต์ทรัพยากรรอบตัวใช้ทดแทน อ้วน สุระกุล (2451-2538) อดีตนายอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วงปลายสงครามโลก เล่าว่า

“ระหว่างสงคราม น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับยานพาหนะและให้แสงสว่างตามบ้านเรือนขาดแคลน แต่คนไทยก็สามารถแก้ไขข้อขัดข้องได้โดยกลั่นยางพาราแผ่นให้เป็นน้ำมันเบนซินใช้กับรถยนต์ และใช้น้ำมันยางชนิดใสแทนน้ำมันดีเซลเดินเรือยนต์ ส่วนตามบ้านเรือนก็ใช้น้ำมันมะพร้าวและไต้ อำเภอบ้านนาสารส่งไต้เป็นสินค้าออกไปขายจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ เพราะอำเภอนี้เป็นป่า มีต้นยางมาก ใช้เปลือกเสม็ดชุบน้ำมันยางห่อด้วยกาบหมากหรือใบกะพ้อเป็นลำไต้…” (sarakadee.com)

กล่าวได้ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันขาดแคลนในช่วงสงครามนั้นถูกบรรเทาลงจากการผลิตทดแทนจากอุตสาหกรรมในประเทศและการประดิษฐ์ของใช้ขึ้นใช้เองโดยครัวเรือนทำให้ชีวิตของผู้คนในครั้งนั้นพอดำเนินไปได้ตลอดช่วงสงคราม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์