FAMOUS FEELING ภาพวาดแห่งความสันโดษอันงดงามเรืองรอง ของ ปอม จิตรประทักษ์
อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
ในโลกปัจจุบัน ที่บางคนตามหาหลายสิ่งจากสถานที่อื่น เวลาอื่น หรือผู้อื่น ไม่ว่าจะจากอนาคตอันใกล้หรือไกล สถานที่ที่จับต้องได้หรือไม่ และผู้คนที่รู้จักหรือไม่รู้จัก ความรู้สึกอิ่มเอม มักเกิดขึ้นโดยอาศัยสิ่งอื่นเสมอ ในทางกลับกัน คนเราอาจแสวงหาความสุข ความอิ่มเอมได้ด้วยตัวเองจากการหากิจกรรมที่ชอบทำอย่างสันโดษ เพราะการใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างมีคุณภาพ อาจจะช่วยให้คนเรารู้สึกพึงพอใจและมีความสุขได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นหรือสิ่งอื่นเสมอไป
สภาวะเช่นนี้ ปรากฏอยู่ในผลงานชุดล่าสุดของ ปอม จิตรประทักษ์ ศิลปินร่วมสมัยชาวไทยผู้ทำงานในสาขาจิตรกรรมที่มีสไตล์การวาดภาพอันเปี่ยมเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง FAMOUS FEELING ภาพวาดสีน้ำมันที่นำเสนอขั้วตรงข้ามของความเป็นอื่นในความอิ่มเอมทางความคิดและความรู้สึก ผ่านภาพความโดดเดี่ยวของผู้คนที่ถูกจินตนาการขึ้น ใช้ชีวิตตามปกติในเวลาปกติ ในสถานที่จริงที่ศิลปินเคยได้ประสบและใช้เวลาอยู่


โดยปอมกล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังนิทรรศการครั้งล่าสุดของเขาว่า
“FAMOUS FEELING หมายถึงจังหวะหรือช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่ามีชื่อเสียง มีคนยอมรับ ทำให้เรารู้สึกดี ซึ่งส่วนใหญ่มันจะเกิดจากการที่มีคนยกย่องชื่นชมเรา ทำให้เรารู้สึกโดดเด่น เหมือนเป็นอาการของคนที่พยายามเอาความมีชื่อเสียงติดตัวเอาไว้ ผมมองว่าคนเราในปัจจุบันกำลังพยายามเติมเต็มในส่วนที่หายไปกันมาก หรือเราต้องได้รับการยอมรับจากคนหมู่มาก เราถึงจะมีความสุข เหมือนเราต้องถูกกระทุ้งด้วยสิ่งต่างๆ จนขาดอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง
แต่ผมรู้สึกว่าพื้นฐานของความรู้สึกอิ่มเอมน่าจะมาจากตัวเราเองในพื้นที่ทางกายภาพโดยที่เราไม่ต้องไปตามหาที่ไหนเลย ในผลงานชุดใหม่ของผมก็จะเป็นภาพวาดของตัวละครที่นั่งอยู่คนเดียว ซึ่งค่อนข้างขัดแย้งกับความเป็น Famous Feeling ที่เราต้องถูกห้อมล้อมด้วยคนจำนวนมาก สำหรับผม ความเป็น Famous Feeling คือการที่ตัวเองได้ใช้เวลา พักผ่อน เที่ยว ดื่มอยู่ลำพังแค่เพียงคนเดียว”


“ถ้าคนมองดูภาพวาดชุดใหม่ของผมโดยไม่รับรู้เรื่องราวเบื้องหลัง เขาอาจจะมองว่าเป็นเรื่องราวของความเหงาเปล่าเปลี่ยว แต่อันที่จริงผมรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่ความเหงา แต่เป็นการใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียว มีความรู้สึกอิ่มเอมกับตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องมีปัจจัยอื่น ภายใต้บรรยากาศที่พร้อม ภายในสภาพแวดล้อมที่เราโปรดปราน
ผมมองว่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เรามีความรู้สึกเหมือนเรา Famous อาจเป็นเพราะผมชอบทำอะไรของผมอยู่คนเดียว เที่ยวคนเดียว กีฬาก็ชอบเล่นอยู่คนเดียวอย่างขี่จักรยานหรือวิ่ง ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็น Famous Feeling ส่วนตัวที่เติมเต็มความรู้สึกของผม
Famous Feeling ไม่ได้เป็นความปรารถนาหรือความต้องการในจิตใจของผม หากแต่คือชีวิตของผม คือรูปแบบการใช้ชีวิต ผมแค่ทำงานชุดนี้เพื่อสะท้อนสิ่งนี้ออกมาผ่านภาพวาด บางคนอาจรู้สึกว่าเขา Famous และอิ่มเอม เมื่อเขาได้ยอดไลก์ยอดแชร์เยอะในโซเชียลมีเดีย หรือถูกห้อมล้อมด้วยการมีฟอลโลเวอร์เยอะๆ ผมมองว่าปัจจุบันสังคมโลกเราเอนเอียงไปทางนี้กันเยอะมาก ในโลกที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีเงื่อนไขที่เราต้องยอมทำในสิ่งที่คนอื่นพึงพอใจ
ในความรู้สึกของผม การที่เราอยู่ ณ ห้วงเวลาที่เรารู้สึกกับมันในโลกทางกายภาพ แม้ว่าคุณจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวเหมือนในภาพวาดของผมทุกภาพก็ตาม บางคนอาจมองว่าเป็นความเหงา แต่ผมกลับรู้สึกว่าเป็นความสันโดษที่งดงาม ผมจึงถ่ายทอดออกมาผ่านผลงานชุดนี้”

ก่อนหน้านี้ เราคุ้นเคยกับผลงานของปอมในลักษณะการใช้เส้นสายซับซ้อนละเอียดอ่อน สีสันฉูดฉาดละลานตา ด้วยเทคนิคการวาดภาพที่คล้ายกับการคอลลาจ (ปะติด) องค์ประกอบของสิ่งต่างๆ จนเกิดเป็นเรื่องเล่าใหม่อันเปี่ยมจินตนาการในสไตล์กึ่งนามธรรม หากในผลงานชุดนี้ เขาท้าทายตัวเองด้วยการละทิ้งแนวทางการทำงานแบบเดิม และค้นหาแนวทางใหม่ที่ทำหน้าที่รองรับบริบทของงาน และสื่อสารความรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กับผลงานภาพวาดสีน้ำมันในลักษณะเหมือนจริงอันเปี่ยมอารมณ์ความรู้สึก จนมีบรรยากาศคล้ายกับฉากในภาพยนตร์ก็ไม่ปาน
“ก่อนหน้านี้ผมทำงานในลักษณะของภาพวาดลายเส้นที่ใช้ลักษณะของการวาดที่คล้ายกับการคอลลาจ (ปะติด) องค์ประกอบของสิ่งต่างๆ จนเกิดเป็นเรื่องเล่าใหม่ ผมทำงานในลักษณะนี้มานานจนรู้สึกเบื่อ ผมยังรู้สึกว่า ตลอดเวลาที่ผมทำงาน ผมอยากให้ภาพวาดของผมมีอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง ผมจึงท้าทายตัวเองด้วยการลองวาดภาพด้วยเทคนิคสีน้ำมัน ซึ่งการทำงานแบบเดิมไม่เพียงพอที่จะสร้างอารมณ์ความรู้สึก ผมเลยเปลี่ยนมาทำงานวาดภาพด้วยสีน้ำมัน ซึ่งผมเคยทำมาก่อนในสมัยเรียนไฮสกูล และไม่ได้ทำอีกเลยมาสามสิบกว่าปี



ผมเป็นคนชอบมองอะไรเป็นกลิ่นอายของฟิล์มภาพยนตร์ พื้นที่ที่ผมวาด คือพื้นที่ที่ผมไปจริงๆ แต่บุคคลที่อยู่ในภาพเป็นตัวละครที่ผมใส่เข้าไปเอง ผมเป็นคนชอบไปเที่ยว และจะมีเวลาไปปลีกวิเวกปีหนึ่งประมาณสองสามครั้ง แล้วแต่โอกาส และจะไปอยู่ตามลำพังประมาณ 10 – 13 วัน พอผมอยู่คนเดียว ผมจะรู้สึกเหมือนเป็นเวลาอันล้ำค่า ที่เรารู้สึกดีกับชีวิตของเรา รู้สึกว่าสถานที่ที่เราอยู่เป็นพื้นที่ทางกายภาพที่เราหายใจเข้าไป ที่สำคัญยังเป็นเวลาที่เราไม่เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ ดังนั้น สิ่งที่เราเห็น ก็คือสิ่งที่เราเห็น เรารู้สึก เราสัมผัสได้จริงๆ สัมผัสความร้อนเย็นของอากาศ กลิ่นอายของสิ่งต่างๆ รอบตัว ครบรสในความเป็นกายภาพที่เรารู้สึกในห้วงเวลา กับจริตที่เราชอบช่วงเวลาแบบนั้น ผมก็เลยวาดเป็นภาพออกมา”
FAMOUS FEELING มิได้ถูกสร้างขึ้นโดยมีความคาดหวังว่าผู้ชมจะรู้สึกเช่นใด หรือรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับแรงบันดาลใจของศิลปินผู้ถ่ายทอดออกมา หากแต่เปิดโอกาสอันเปี่ยมอิสรเสรี ที่ผู้ชมจะตีความหรือมองในแง่มุมของตนตามแต่ความรู้สึกนึกคิดของตนเอง
“การทำงานชุดนี้ของผมไม่ต้องการสื่อสารอะไร นอกจากให้ผู้ชมงานมีความรู้สึกของตัวเองจากการได้รับชมผลงานของผม ผมไม่ได้ทำงานเพื่อกำหนดให้ผู้ชมเห็นภาพแล้วรู้สึกแบบนั้นแบบนี้ เขาอาจจะรู้สึกแตกต่างจากสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อสารก็ได้ เขาอาจจะไม่ชอบ หรือไม่น่าสนใจก็ได้ ผมคิดว่า ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ผมอยากให้ผู้ชมชมงานแล้วได้รับความรู้สึกอะไรบางอย่างกลับไป ส่วนจะเป็นความรู้สึกอะไรนั้นก็แล้วแต่ผู้ชมแต่ละคนจะตีความกันไป
ผมคิดว่าสิ่งนี้คือความงดงามของการชมงานศิลปะ ผมไม่คิดว่าคนเราชมงานศิลปะเพื่อความเข้าใจ แต่เราชมงานศิลปะเพื่อความรู้สึกมากกว่า


ผมอยากให้งานของผมแสดงสุนทรียศาสตร์ของห้วงเวลาที่เราอยู่ตามลำพัง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปหาสิ่งเติมเต็มจากการโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย แล้วมีคนกดไลก์กดแชร์เยอะ จนเรารู้สึกว่าเรา Famous เรามีความสุข แต่จริงๆ แล้วเราสามารถอิ่มเอมด้วยตัวเราเองได้โดยไม่ต้องทำอะไรแบบนั้น ไม่ต้องพึ่งพาโซเชียลมีเดีย ไม่ต้องพึ่งพาบุคคลอื่น บางคนอาจจะรู้สึกว่าตัวเองต้องมีเพื่อนรับประทานอาหารด้วยกันตลอดเวลา แต่ผมรู้สึกว่า การทานคนเดียว หรือทำอะไรตัวคนเดียวก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ในปัจจุบัน การทำอะไรแบบนี้ถูกทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลก ผิดปกติ ทั้งๆ ที่ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คุณต้องมีความสุขด้วยตัวเอง ก่อนที่จะมีความสุขจากการพึ่งพาคนอื่น”
นิทรรศการ FAMOUS FEELING โดย ปอม จิตรประทักษ์ จัดแสดงผ่านไปแล้วที่ FV39 Gallery เมื่อวันที่ 6 – 22 พฤศจิกายน 2025
ถ่ายภาพโดย รวินทร์ สุจฉายา
