ชิมลางล่วงหน้า ผลงานในนิทรรศการ Vessels of Other Worlds ของศิลปินหลากสาขาชั้นนำของโลก Wallace Chan
อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้รับคำเชิญชวนให้ไปเยือนประเทศจีน เพื่อชมผลงานของศิลปินร่วมสมัยคนหนึ่งที่มีผลงานโดดเด่นน่าสนใจอย่างยิ่ง ศิลปินผู้นั้นมีชื่อว่า วอลเลส เฉิน (Wallace Chan) ศิลปินร่วมสมัยหลากสาขาชาวจีน/ฮ่องกง ผู้มีผลงานครอบคลุมทั้งสาขาเครื่องประดับ งานแกะสลักอัญมณี และงานประติมากรรม
โดยทั่วไป วอลเลสเป็นที่รู้จักจากการออกแบบและสร้างสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่มีผลงานได้รับการสะสมโดยพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของโลกอย่าง บริทิชมิวเซียม (British Museum) เป็นต้น
ทั้งที่ไม่เคยเล่าเรียนในระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ และเรียนรู้การทำงานสร้างสรรค์ทุกอย่างด้วยตัวเอง หากวอลเลสกลับเป็นนักสร้างสรรค์ที่ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค Wallace Cut ที่เขาคิดค้นขึ้นในช่วงปี 1987 ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น “การแกะสลักอัญมณีอันซับซ้อนและลวงตา” ด้วยการใช้การสะท้อนแสงและเงาสร้างภาพที่ดูเหมือนลอยอยู่ภายในอัญมณีจากมุมต่างๆ จนมองเห็นภาพหลายชั้นหลากมิติราวกับสร้างด้วยเวทมนตร์
เทคนิคนี้ถือเป็นการปฏิวัติวงการอัญมณีและศิลปะ จนทำให้วอลเลสได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในช่างอัญมณีผู้มีนวัตกรรมมากที่สุดในโลก เขายังประดิษฐ์การฝังอัญมณีอันซับซ้อนโดยไม่ใช้โครงสร้างโลหะ และการคิดค้นนวัตกรรมวัสดุอย่าง Wallace Chan Porcelain ที่มีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กถึงห้าเท่า
ต่อมา วอลเลสหันเหมาพัฒนาทักษะการทำงานประติมากรรมแบบตะวันตก โดยได้แรงบันดาลใจจากการเยี่ยมชมสุสานคริสเตียนที่มีประติมากรรมหินอ่อนของเทวทูตและนักบุญ ความหลงใหลในประติมากรรมผลักดันให้เขาสร้างผลงานจากวัสดุที่หาง่ายและราคาย่อมเยามาทำงานทั้งประติมากรรมและเครื่องประดับ เช่น คอนกรีต ทองแดง และสแตนเลส



หลังการวิจัยทดลองอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี วอลเลสพัฒนาวิธีการทำงานกับวัสดุอย่างไทเทเนียม โดยเริ่มใช้ในงานเครื่องประดับ ก่อนที่จะขยับขยายไปสู่การทำงานประติมากรรมขนาดใหญ่
การใช้ไทเทเนียมเป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญในการใช้วัสดุของวอลเลส เพราะก่อนหน้าเขา ไม่มีใครใช้ไทเทเนียมในการสร้างงานศิลปะ นอกจากการใช้ทางเทคโนโลยี สร้างยานอวกาศ เครื่องบิน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และงานสถาปัตยกรรม หากวอลเลสใช้ไทเทเนียมในการทำงานเครื่องประดับ ต่างกับนักทำเครื่องประดับคนอื่นที่ใช้วัสดุล้ำค่าอย่างทองคำ แพลทินัม เงิน ถึงแม้วัสดุอย่างไทเทเนียมจะไม่มีมูลค่าสูงเท่ากับทองคำ แต่กระบวนการทำงานกับวัสดุชนิดนี้ต้องใช้ความพยายามและทรัพยากรอย่างมาก
วอลเลสใช้เวลาถึง 8 ปี ในการสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับไทเทเนียม เพื่อที่เขาจะได้สร้างผลงานที่มีรูปทรงลื่นไหล สีสันสวยงาม ทำให้เขากลายเป็นผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมเครื่องประดับ รวมถึงการทำงานประติมากรรมด้วยการใช้วัสดุชนิดนี้
“ผมเชื่อว่าไทเทเนียมเป็นวัสดุที่ใกล้เคียงกับความเป็นนิรันดร์มากที่สุด ผมอยากให้คนรุ่นถัดไปในอนาคตมีโอกาสได้เห็นผลงานของผม ผมจึงมักพยายามใช้วัตถุดิบอย่างไทเทเนียม เพราะถึงแม้ผมจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ตลอดไป แต่ผมสามารถทำให้งานของผมอยู่ได้นานกว่าชีวิตของผมมาก ผมจึงพยายามทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่ผมทำซึ่งแสดงออกถึงตัวตนของผม สามารถอยู่ต่อไปให้ผู้คนในอนาคตมีโอกาสรับชมได้”


การเดินทางไปเมืองจีนในครั้งนี้ เรามีโอกาสได้ไปชมผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่อลังการของวอลเลส ที่จัดแสดงอย่างโดดเด่นอลังการบนพื้นที่กลางแจ้งหน้าพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่โตโอฬารอย่าง Long Museum ในเขตศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมของเซี่ยงไฮ้อย่าง West Bund
ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการแสดงเดี่ยวของเขาอย่าง Vessels of Other Worlds ที่จะจัดแสดงที่ Long Museum ในเดือนกรกฎาคม ปี 2026 โดยผลงานที่ว่านี้เป็นหนึ่งในสามของผลงานชิ้นหลักของนิทรรศการ ซึ่งเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากไทเทเนียม
“ผมได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้จากการเข้าไปในโบสถ์ที่เมืองเวนิส และได้เห็นภาชนะบรรจุน้ำมันแกะสลักที่บาทหลวงใช้ในพิธีแบปทิสต์ ผมจึงตัดสินใจใช้ภาพลักษณ์แบบนี้ทำงานประติมากรรมขนาดใหญ่ขึ้นมา โดยทำประติมากรรมในรูปของภาชนะบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ในแบบร่วมสมัย ชิ้นแรกเป็นตัวแทนของการเกิด ชิ้นที่สองเป็นตัวแทนของการเติบโต ส่วนชิ้นที่สามเป็นตัวแทนของการตาย เหมือนวัฏจักรชีวิต ไม่ใช่แค่สำหรับมนุษย์ หากแต่รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่าง”
ผลงานที่วอลเลสนำมาจัดแสดงทางด้านหน้า Long Museum ในครั้งนี้เพื่อเป็นอารัมภบทสู่นิทรรศการของเขาในปีหน้า ซึ่งเป็นผลงานประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของการเกิดนั่นเอง
“เหตุผลที่ผมจัดแสดงงานชิ้นนี้ก่อนที่จะมีการจัดนิทรรศการขึ้นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะเป็นหนทางที่จะทำให้ผู้ชมได้ทราบว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ และอะไรคือสิ่งที่ผมจะแสดงให้ชมกันในปีหน้า รวมถึงแนวคิดเกี่ยวกับประติมากรรมชิ้นนี้ เพราะในปี 2026 ผมจะมีนิทรรศการแสดงเดี่ยวที่ Long Museum ทั้งผมและผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะจัดแสดงประติมากรรมชิ้นนี้หน้าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในช่วงเวลาของ Shanghai Art Week ซึ่งผลงานชิ้นนี้ก็จะเป็นหนึ่งในผลงานที่ถูกจัดแสดงในนิทรรศการเดี่ยวของผมภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในปีหน้า ร่วมกับผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่อีกสองชิ้น โดยชิ้นนี้เป็นตัวแทนของการเกิด ส่วนอีกสองชิ้นเป็นตัวแทนของการเติบโต และการตาย ประติมากรรมชิ้นนี้มีขนาดย่อมที่สุดคือ 7 เมตร ส่วนอีกสองชิ้นมีขนาด 8 เมตร และ 10 เมตร ตามลำดับ”


“การที่ผมเลือกงานประติมากรรมชิ้นนี้มาจัดแสดงก่อนชิ้นอื่น นอกจากเหตุที่ผมทำงานชิ้นนี้เสร็จเป็นชิ้นแรกแล้ว ยังเป็นเพราะ ตามธรรมชาติ คนเราต้องเกิดมาก่อนที่จะเติบโต และตายไปในที่สุด ผมจึงเริ่มต้นทำผลงานชิ้นนี้ที่เป็นตัวแทนของการเกิดเป็นอันดับแรก ผมคิดว่า การเกิด เติบโต และตาย เป็นวัฏจักรที่มนุษย์เราล้วนดำรงอยู่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมคิดถึงวัฏจักรที่ว่านี้ สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความคิดและการทำงานศิลปะของผมมาโดยตลอด”
“ถ้าคุณจัดลำดับของช่วงเวลาในชีวิตของมนุษย์ เมื่อเราเกิดขึ้น ทุกลมหายใจของเราจะประกอบด้วยความเป็นไปได้อันไม่มีที่สิ้นสุด โลกทั้งโลกกำลังรอคอยคุณอยู่ เมื่อคุณเติบโตขึ้น คุณจะเผชิญหน้ากับประสบการณ์อันแตกต่างหลากหลายมากมาย อาจเป็นประสบการณ์ที่ดีหรือร้าย แต่ก็หวังว่าเราจะเผชิญหน้าประสบการณ์เหล่านั้นอย่างลึกซึ้งเปี่ยมอารมณ์ความรู้สึก แต่เมื่อคุณเดินทางไปถึงความตาย ก็หวังว่าคุณจะไปถึงความรู้สึกตระหนักรู้และความสว่างทางปัญญา ผมจึงทำประติมากรรมที่เป็นตัวแทนของการตายเป็นสีน้ำเงิน ส่วนประติมากรรมชิ้นแรกที่เป็นตัวแทนของการเกิด ผมทำให้มีหลากสีสัน ส่วนประติมากรรมที่เป็นตัวแทนของการเติบโต ผมทำให้มีสีแดง เหตุที่ประติมากรรมที่เป็นตัวแทนของการตายเป็นสีน้ำเงิน เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่คุณได้ก้าวสู่จุดเริ่มต้นของการบรรลุการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ และกำลังเริ่มต้นก้าวเดินไปสู่วัฏจักรถัดไปหลังการมีชีวิต”

เมื่อสังเกตดูรายละเอียดบนงานประติมากรรมชิ้นนี้ของวอลเลส นอกจากโครงสร้างของภาชนะบรรจุน้ำมันอันล้ำสมัย ที่ประดับด้วยใบหน้าของมนุษย์ และร่างกายเล็กๆ ของเด็กน้อย อันเป็นตัวแทนของการเกิดแล้ว ยังประกอบด้วยสัตว์และสิ่งมีชีวิตหลากชนิดรายรอบตัวประติมากรรมอีกด้วย
“องค์ประกอบของเหล่าบรรดาสัตว์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อยู่บนประติมากรรมเหล่านี้เป็นทั้งสัญลักษณ์ส่วนตัวของผม และสัญลักษณ์ในระดับสากลด้วย ผมเลือกธาตุที่เป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติจำนวน 12 ชนิด มาประกอบในผลงานประติมากรรมชิ้นนี้ เมื่อชมผลงาน คุณจะเห็น กระต่าย, ผีเสื้อ, ดอกทานตะวัน, ดอกบัว ฯลฯ สำหรับผม สิ่งเหล่านี้หมายถึง ชีวิต และพลังงานเชิงบวกในจักรวาล, องค์ประกอบที่ว่านี้ยังปรากฏในประติมากรรมที่เป็นตัวแทนของการตาย ในรูปของสัญลักษณ์ประจำราศีของตะวันตก รวมถึงสัตว์ที่อยู่ในสัญลักษณ์นักษัตรจีน หากแต่เป็นการตีความสัญลักษณ์เหล่านี้ในมุมมองส่วนตัวของผม”
วอลเลสยังทิ้งท้ายถึงความเชื่อมโยงระหว่างผลงานของเขาที่กำลังจะจัดแสดงในพื้นที่แสดงงานเอกชนขนาดใหญ่ในเซี่ยงไฮ้อย่าง Long Museum ว่า




“ผมพยายามทำให้ศิลปะของผมมีความเป็นสากลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แน่นอนว่าพื้นที่แสดงผลงานนั้นมีความสำคัญ เพราะผมสร้างนิทรรศการโดยใช้พื้นที่เป็นส่วนประกอบหลักในการตัดสินใจว่าจะแสดงผลงานอะไรที่ไหน แต่ผมก็รู้สึกว่าผมสามารถจัดแสดงผลงานของผมได้ในทุกประเทศหรือทุกเมืองในโลกใบนี้ ตราบใดที่มีพื้นที่สำหรับงานศิลปะของผม แน่นอนว่า Long Museum นั้นเป็นพื้นที่ที่สำคัญและสอดคล้องกับผลงานของผมอย่างยิ่ง แต่พื้นที่แสดงงานทุกแห่งในโลกก็มีความสำคัญและสามารถสอดคล้องเชื่อมโยงกับผลงานของผมได้เช่นเดียวกัน”
ไม่เพียงได้เดินทางไปชิมลางผลงานชิ้นเด่นของวอลเลสที่เซี่ยงไฮ้ เรายังมีโอกาสได้ไปเยือนสตูดิโอศิลปะขนาดใหญ่มหึมาของเขาที่เมืองจูไห่ และได้ชมเบื้องหลังการผลิตผลงานอันล้ำสมัยเปี่ยมเทคโนโลยีของเขาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์อันยากจะลืมเลือนจริงๆ อะไรจริง!
นิทรรศการ Wallace Chan : Vessels of Other Worlds โดย วอลเลส เฉิน และภัณฑารักษ์ เจมส์ พัตนัม (James Putnam) นอกจากจะจัดแสดงที่ Long Museum (West Bund) เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในวันที่ 18 กรกฎาคม – 25 ตุลาคม 2026 แล้ว ยังจะจัดแสดงที่ Santa Maria della Piet? ในเมืองเวนิส อิตาลี ในวันที่ 8 พฤษภาคม – 18 ตุลาคม 2026 ในช่วงเวลาของมหกรรมศิลปะ เวนิสเบียนนาเล่ อีกด้วย
ขอบคุณภาพและข้อมูลจากศิลปิน วอลเลส เฉิน, Long Museum
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
