คุยกับทูต | เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน ฉลองครบรอบ 34 ปีแห่งการฟื้นฟูเอกราช (1)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
Chanadda Jinayodhin
เป็นประเทศที่ได้รับฉายาว่า “ดินแดนแห่งเปลวไฟนิรันดร์” หรือ “ดินแดนแห่งไฟ” เนื่องจากมีแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันอุดมสมบูรณ์ที่ผุดขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้เกิดไฟปะทุขึ้นมาได้
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงการบูชาไฟ ซึ่งเป็นศาสนาโซโรแอสเตอร์โบราณ (Zoroastrianism) เช่น วิหารไฟอาเทชกาห์ (Ateshgah) ในกรุงบากู (Baku) เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน ซึ่งการบูชาไฟเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สะท้อนให้เห็นในสัญลักษณ์ประจำชาติของประเทศ
อาเซอร์ไบจานตั้งอยู่ในภูมิภาคคอเคซัสใต้ (South Caucasus) ที่ประกอบด้วยอาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย และจอร์เจีย ซึ่งเป็นทางแยก (crossroads) ระหว่างทวีปยุโรปกับเอเชีย
ภูมิภาคคอเคซัสตั้งอยู่บนทางผ่านของ 3 อารยธรรมหลักของโลก ได้แก่ จักรวรรดิเปอร์เซีย จักรวรรดิออตโตมัน และจักรวรรดิรัสเซีย
ทำให้อาเซอร์ไบจานได้รับอิทธิพลทางภาษาและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันจากอารยธรรมเหล่านี้

หลังจักรวรรดิรัสเซียล่มสลาย เมื่อ ค.ศ.1918 อาเซอร์ไบจานได้ประกาศตัวเป็นเอกราช ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan Democratic Republic : ADR) ถือเป็นประเทศมุสลิมที่เป็นประชาธิปไตย (Islamic Democracy) ประเทศแรกของโลก
อย่างไรก็ดี ADR มีอายุเพียงสองปี ก่อนถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1920 ต่อมา สหภาพโซเวียตล่มสลาย อาเซอร์ไบจานจึงได้ประกาศเอกราชอีกครั้งในปี 1991
ประชากรหลากหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ในภูมิภาคคอเคซัส ตั้งแต่อดีต อาทิ อาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย จอร์เจีย Ossetia Abkhaz Tatysh และ Lezgin ทําให้ประเด็นความแตกต่างทางชาติพันธุ์เป็นหนึ่งในข้อพิพาทสำคัญระหว่างประเทศในภูมิภาคคอเคซัส
ในโอกาสที่นายเอลชิน รากุบ โอกลู บาชีรอฟ (H.E. Mr.Elchin Ragub oglu Bashirov) เข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย (โดยมีถิ่นพำนักในประเทศไทยคนแรก) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ.2024 จึงนับเป็นเกียรติอย่างสูงที่มติชนสุดสัปดาห์ได้สนทนากับทูตคนแรกจากอาเซอร์ไบจานในหลากหลายประเด็น


ด้านการทูตและความสัมพันธ์
“เมื่ออาเซอร์ไบจานได้รับเอกราชคืนหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานและราชอาณาจักรไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 1992 โดยเราต่างธำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ฉันมิตรบนพื้นฐานของความเคารพ ความเข้าใจ และความร่วมมือซึ่งกันและกันตลอดมา
ในปี 2024 อาเซอร์ไบจานเปิดสถานทูตประจำประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ทวิภาคีของเรา ปัจจุบัน สถานทูตทำงานอย่างแข็งขัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคีระหว่างอาเซอร์ไบจานกับไทยในด้านที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน
เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับราชอาณาจักรไทยในทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม และมนุษยธรรม
อาเซอร์ไบจานยังคงมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมือระหว่างกันเพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศซึ่งมีแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่คล้ายคลึงกัน โดยมีนโยบายต่างประเทศที่ยึดมั่นในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และการสนับสนุนลัทธิพหุภาคี
อาเซอร์ไบจานยังคงรักษาความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในองค์การสหประชาชาติและขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองประเทศต่อสันติภาพ การพัฒนา และการทูตพหุภาคี
การพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของสถานเอกอัครราชทูต
ในปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างอาเซอร์ไบจานกับไทยอยู่ที่ 315 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการส่งออกจากอาเซอร์ไบจานมายังไทยอยู่ที่ 234 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่าการนำเข้าจากไทยมายังอาเซอร์ไบจานอยู่ที่ 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”
ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากอาเซอร์ไบจานเป็นส่วนใหญ่
เอกอัครราชทูต เอลชิน บาชีรอฟ ชี้แจงว่า
“ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงพลวัตทางการค้าเชิงบวก แต่เราถือว่าระดับการค้าในปัจจุบันต่ำกว่าศักยภาพที่มีอยู่
ขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังดำเนินการจัดเตรียมงานด้านธุรกิจเพื่อนำเสนอต่อตัวแทนจากแวดวงธุรกิจไทย ถึงโอกาสทางการค้าและการลงทุนของอาเซอร์ไบจาน งานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการติดต่อทางธุรกิจแบบ B2B โดยตรงระหว่างผู้ประกอบการ และเพื่อสำรวจช่องทางใหม่ๆ สำหรับความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ”


นโยบายความเป็นกลาง
ในบริบทของความขัดแย้ง
ที่ยังคงดำเนินอยู่ในยูเครน
“ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานสากล อาเซอร์ไบจานและยูเครนต่างยืนยันการสนับสนุนบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของกันและกันมาโดยตลอด ทั้งสองประเทศต่างยึดมั่นในหลักการนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความเคารพในอธิปไตยและความเป็นรัฐอธิปไตยของกันและกัน
อาเซอร์ไบจานได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครนด้วยการจัดโครงการฟื้นฟูสำหรับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยมีเด็กชาวยูเครนกว่า 206 คนเข้าร่วมโครงการ
โครงการนี้มุ่งเน้นให้การรักษาฟื้นฟูแก่เด็กๆ ผ่านการบำบัดทางกายภาพและการฟื้นฟูสุขภาพจิต รวมทั้งสนับสนุนการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในเมืองเอียร์ปิน (Irpin) ประเทศยูเครน
นอกจากนี้ อาเซอร์ไบจานยังได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศส่งไปยังยูเครนเพื่อสนับสนุนด้านมนุษยธรรม และจะยังคงให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครนต่อไปในอนาคต”
หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต อาเซอร์ไบจานและยูเครนต่างได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต และสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 1992 ความสัมพันธ์ด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ความสัมพันธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศอยู่ในระดับสูงมาก ปัจจุบัน อาเซอร์ไบจานมีบทบาทสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคทั้งด้านองค์กรและนโยบายต่างประเทศของยูเครน
สำหรับ อาเซอร์ไบจานและรัสเซียนั้นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน มีพรมแดนร่วมกันยาว 338 กิโลเมตร และอาเซอร์ไบจานเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตก่อนที่จะแยกตัวในปี 1991 ความสัมพันธ์ในปัจจุบันเป็นไปในเชิงบวก มีความร่วมมือกันในหลายด้าน
กล่าวได้ว่า อาเซอร์ไบจานมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ซับซ้อนกับทั้งยูเครนและรัสเซีย โดยมีท่าทีที่ค่อนข้างเป็นกลางและไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่อาเซอร์ไบจานต้องเผชิญในการรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองกับทั้งสองฝ่าย
