ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.
แม้สถิติต่างๆ ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บ้านคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นเซ็กเตอร์ใหญ่สุดของอสังหาฯ จะบ่งชี้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 แล้วว่า สถานการณ์ได้ชะลอลงมาอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นสถิติการเปิดตัวโครงการใหม่, การจดทะเบียนที่อยู่อาศัย, การโอนกรรมสิทธิ์ รวมทั้งผลประกอบการบริษัทอสังหาฯ ด้านยอดขาย ยอดรายได้ และกำไร ล้วนแต่ชะลอตัวลดลงมาอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในรอบเวลา 10 ปี หรือ 20 ปีแล้ว
แต่ก็ยังไม่ได้เป็นหลักฐานอะไรว่า ถัดจากนี้ไปทุกสิ่งอย่างของอสังหาฯ จะดีขึ้น
เพราะธุรกิจอสังหาฯ โดยเฉพาะโครงการบ้านคอนโดฯ นั้น เป็นสินค้าชิ้นใหญ่ที่สุดราคาแพงที่สุดของสินค้าทั้งหลายทั้งปวงที่ประชาชนผู้บริโภคต้องซื้อมาเป็นของตัวเอง การตัดสินใจซื้อบ้านซื้อห้องชุดต้องใช้เงินจำนวนมาก และยังต้องการความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่มั่นใจว่าในอนาคตตนจะมีรายได้ที่มั่นคง จึงเกิดการตัดสินใจซื้อได้
แต่แค่นั้นยังไม่พอ การซื้อบ้านหรือห้องชุดเป็นของตัวเองนั้น ผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องใช้เงินกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารด้วย
ดังนั้น ความเชื่อมั่นของธนาคารต่อผู้กู้ ความเชื่อมั่นของธนาคารต่อภาวะเศรษฐกิจ ก็มีผลต่อการอนุมัติหรือไม่อนุมัติปล่อยกู้
เหมือนเช่นปีที่ผ่านมาธนาคารไม่อนุมัติกว่าครึ่งของผู้ยื่นกู้
ดังนั้น ทิศทางหรือแนวโน้มของธุรกิจอสังหาฯ บ้านคอนโดฯ จะดีหรือไม่ จะเติบโตแค่ไหน จึงขึ้นอยู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ที่วัดกันด้วยรายได้ประชาชาติของประเทศหรือ GDP หากโตมากรายได้ของคนส่วนใหญ่ในระบบเศรษฐกิจดี กำลังซื้อดี การซื้อบ้านห้องชุดก็จะเพิ่มขึ้นอย่างเป็นสัดส่วนกันไป
ถ้าอยากมองว่า อสังหาฯ ปี 2569 จะเป็นอย่างไร ก็ต้องมองให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะเป็นอย่างไรด้วย
สถานะของเศรษฐกิจไทยนั้นรู้กันแล้ว วิพากษ์วิจารณ์กันมามาก เกี่ยวกับโครงสร้างการผลิตที่ล้าหลัง ความไม่มีประสิทธิภาพในการแข่งขัน แล้วยังมาเจอสงครามการค้ากำแพงภาษี และจบท้ายปีด้วยสงครามชายแดนกับเขมร
ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร มาดูการวิเคราะห์คาดการณ์ของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568
มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.25 ต่อปี
คณะกรรมการ กนง.เห็นว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 2.2 1.5 และ 2.3 ตามลำดับ โดยเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี 2568 ชะลอลงจากปัจจัยชั่วคราวในภาคการผลิต จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะใกล้ที่ลดลง รวมทั้งสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปจนถึงช่วงต้นปี 2569
สำหรับเศรษฐกิจในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำลงจากปีนี้ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงตามรายได้ และการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว
สรุปง่ายๆ ว่าปี 2568 ที่ผ่านไป เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 2.2 ส่วนปีใหม่ 2569 จะต่ำลงกว่านี้อีกเหลือขยายตัวร้อยละ 1.5 และปีถัดไป 2570 จะขยายตัวร้อยละ 2.3 ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านไป
มองไปถึงระบบและกลไกที่จะบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ซึ่งก็คือรัฐบาล ซึ่งก็คือการเมือง การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
ก็คงต้องทำใจ ยอมรับตัวเลขคาดการณ์นี้
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
