นัยความเป็นคน | นิ้วกลม
1
สถานที่สำคัญในโรงเรียนสำหรับผมคือสนามกีฬา
นั่นคือเหตุผลที่เด็กชายเอ๋ตั้งตารอไปโรงเรียน
ผมเล่นฟุตบอลจนเสื้อเปียกชุ่มเหมือนวิ่งตากฝน กระโดดฟาดตะกร้อจนกางเกงนักเรียนเป้าขาดครบทุกตัว เล่นบาสจนพระอาทิตย์ตกดินและพี่ยามต้องบอกให้กลับบ้านได้แล้ว มีบทเรียนมากมายที่ผมได้จากการเล่นกีฬา
“รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” ไม่ใช่แค่คำขวัญ เราเรียนรู้สิ่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกผ่านเกมกีฬาที่เล่นช่วงประถม มัธยม มหาลัย นับได้หลายพันครั้ง
แพ้เป็นพันครั้งฝึกหัวใจเราให้แพ้เป็น
ชนะพันครั้งบอกกับเราว่า ถ้าพยายามมันจะสำเร็จ
ในจำนวนหลายพันครั้งนั้นมีครั้งที่เราผสานพลังรวมใจกันได้ดี
และก็มีครั้งที่เราไม่เข้าใจกัน แต่นั่นก็ฝึกให้เรารู้จักให้อภัย
สิ่งที่ทำให้เราเล่นกีฬาสนุกขึ้นคือการ์ตูนญี่ปุ่น
2
กัปตันซึบาสะเพิ่มรสชาติให้การเตะบอล เหมือนที่สแลมดังก์ทำให้เราสมมุติบทบาทตัวเองเป็นตัวนั้นตัวนี้เวลาเล่นบาส
ตัวการ์ตูนในกัปตันซึบาสะที่มีอิทธิพลกับผมมากที่สุดคือ ‘มิซากิ ทาโร่’ ปีกคู่ใจซึบาสะที่คอยป้อนบอลให้ซึบาสะและเพื่อนร่วมทีมได้ยิงอยู่เสมอ บทบาทของเขาคือสร้างโอกาสให้คนอื่น
คนส่วนใหญ่ที่อ่านกัปตันซึบาสะ ใครๆ ก็อยากยิงประตูสุดสวย อยากเลี้ยงบอลฝ่าคู่แข่งทั้งทีม อยากเป็นคนที่ทุกสายตาจับจ้อง
แต่แปลกดีที่ผมไม่ค่อยอินกับความเก่งของพระเอก ตัวละครที่ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่เขาปรากฏกายคือมิซากิ
มิซากิไม่ค่อยได้ยิงประตู กล้องไม่จับที่เขาบ่อยเท่าซึบาสะหรือเฮียวงะ (ศูนย์หน้าตัวฉกาจ) หน้าที่ของเขาคือวิ่งหาพื้นที่ว่าง รับบอล แล้วจ่ายต่อให้เพื่อน ปาฏิหาริย์หลายครั้งของซึบาสะเกิดจากการจ่ายบอลของมิซากินี่เอง
ตอนเด็กผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงชอบตัวละครนี้ เพิ่งมาเข้าใจตอนโตว่า บางทีผมอาจไม่ได้อยากเป็นคนที่ทุกคนปรบมือให้
ไม่ได้อยากอยู่ท่ามกลางแสงไฟ
แต่อยากเป็นคนที่ทำให้ทีมเล่นอย่างมีความสุข
ฉากหนึ่งที่ผมจำได้แม่น ตอนนั้นทีมโดนนำ ซึบาสะพยายามอย่างหนักในการเลี้ยงบอลฝ่าด่านคู่แข่งเพื่อไปทำประตู
เขาทุ่มเทสุดตัวด้วยความสามารถเฉพาะตัว แต่แล้วสุดท้ายก็โดนสกัดบอล ทำให้เขาล้มลง ลูกบอลหลุดจากเท้าไป
ซึบาสะผิดหวังอย่างแรง
แต่ทันใดนั้น มิซากิก็กระโดดมาดักทางบอลลูกนั้นไว้เพื่อบุกต่อ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ซึบาสะแล้วพูดว่า “อย่าลืมสิว่านายมีพวกเราอยู่ด้วย”
วันนี้ผมถึงรู้ว่า ประโยคนั้นไม่ได้อยู่แค่ในการ์ตูน แต่มันอยู่ในสนามชีวิตของผมมาตลอด
และนั่นคือเหตุผลที่ผมชอบกีฬาทีมมากกว่าเดี่ยว
3
ทุกวันนี้ แม้ผมจะมีอาชีพหลักเป็นนักเขียน กระนั้นหลายงานในชีวิตก็ร่วมงานกับทีมที่หลากหลาย ตั้งแต่สมัยตอนเป็นครีเอทีฟและผู้กำกับโฆษณาซึ่งต้องร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ เออี แพลนเนอร์ ลูกค้า ผู้ช่วยผู้กำกับ ทีมอาร์ต โลเกชั่น เสื้อผ้า
หรือตอนทำรายการโทรทัศน์ซึ่งต้องร่วมงานกับครีเอทีฟ ผู้กำกับ ทีมเขียนบท ช่างภาพ
กระทั่งงานเขียนเองก็มีทีมที่เราร่วมงานกันประจำอย่างบรรณาธิการ คนทำอาร์ต ออกแบบปก ภาพประกอบ พิสูจน์อักษร
จะว่าไปทุกงานล้วน ‘เล่นเป็นทีม’ ทั้งสิ้น
ถ้าอยากชนะ ก็ต้องให้ทีมชนะด้วย
รู้แพ้ ก็คือการยอมให้คนอื่นในทีมได้ชนะในบางเรื่องบางเวลา รู้ชนะ คือเวลาที่เราชนะต้องผายมือให้เครดิตคนในทีมด้วย รู้อภัย นั้นถูกนำมาใช้เวลาที่มีใครในทีมทำผิดพลาด
ครั้งหนึ่งในการทำหนังสือมีจุดผิดพลาดเกิดขึ้นจากการทำงานของบรรณาธิการด้วยความเข้าใจผิด คือสลับชื่อ-นามสกุลของผู้ที่ถูกเอ่ยถึงในเล่ม
บรรณาธิการที่ทำงานร่วมกันกับผมแสดงสปิริตอย่างน่านับถือ โดยบอกว่า ขอไม่รับเงินค่าจ้างทั้งหมดเพื่อชดเชยการผิดพลาดนี้
ผมประทับใจในการแสดงความรับผิดชอบ แต่ก็ตอบไปว่า เพียงรับรู้ว่าพลาดและระวังในครั้งหน้าก็โอเคแล้ว รับเงินค่าทำงานไปเถิด
สุดท้ายเราเจอกันครึ่งทางคือบรรณาธิการขอรับค่าตัวแค่ครึ่งเดียว เพราะต้องการย้ำเตือนตัวเองให้รอบคอบมากขึ้นด้วย
ผมเองก็เคยผิดพลาดในการทำงานเป็นทีมและได้รับการให้อภัยเช่นกัน ฟุตบอล ตะกร้อ บาสเกตบอล บอกกับผมว่า เมื่อเราเล่นด้วยกันไปเรื่อยๆ จะมีบางจุดที่ใครคนหนึ่งทำพลาดและต้องการการให้อภัยจากเพื่อนร่วมทีม
ตอนชนะมันไม่ยากหรอก เพราะทุกคนดีใจไปด้วยกันหมด ตอนแพ้และพลาดต่างหากล่ะที่วัดใจว่าเราเป็นนักกีฬาแบบไหน

4
ครั้งหนึ่งตอนทำงานเอเยนซี่ เราต้องพิตชิ่งดึงลูกค้าใหม่เข้าบริษัทกันอย่างหนักเพื่อฝ่าวิกฤตไปให้ได้
หลายครั้งที่พยายามแล้วไม่สำเร็จ พ่ายแพ้คู่แข่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บรรยากาศในออฟฟิศห่อเหี่ยวหมดเรี่ยวแรง
วันหนึ่งไม่รู้ว่าผมคิดอะไรขึ้นมา อยู่ๆ ก็จัดแจงเขียนอีเมลส่งข้อความให้กำลังใจคนในองค์กร แนบเพลง Stop Crying Your Heart Out ของโอเอซิสซึ่งมีเนื้อหาปลอบประโลมและชวนให้ลุกขึ้นสู้ไปด้วย
ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่ก๊อบปี้ไรเตอร์ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โต ไม่ได้มีอำนาจเปลี่ยนสถานการณ์ได้ แค่รู้สึกว่าอย่างน้อยเราน่าช่วยกันประคองใจให้ทีมเดินต่อไปด้วยกัน สงสัยวิญญาณมิซากิเข้าสิงร่าง
การกระทำเล็กๆ ครั้งนั้นอาจไม่ได้ทำให้เราชนะพิตชิ่ง แต่ทำให้เราไม่แพ้ใจตัวเอง
5
มองย้อนกลับไปในวันนี้ ผมคิดว่ามีวิชาที่ผมได้เรียนรู้ทั้งในสนามหญ้าและสนามปูนมากมายที่ยังคงอยู่ในเนื้อตัวและหัวใจ และวิชา ‘ไปด้วยกันเป็นทีม’ น่าจะเป็นวิชาใหญ่ที่ถูกโยนข้อสอบมาให้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ถึงวันนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมชอบเล่นกีฬาทีมมากกว่าเล่นเดี่ยว เพราะบางวันที่เราเล่นไม่ดี ยังมีทีมคอยสนับสนุนเรา และวันที่คนอื่นเล่นไม่ดีหรือท้อใจ เราก็มีคุณค่าด้วยการสนับสนุนพวกเขาให้ผ่านคืนวันเหล่านั้นไปได้
ไม่มีใครแข็งแกร่งทุกวันหรอก
“อย่าลืมสิว่านายมีพวกเราอยู่ด้วย”
