พระกรุเก่า พระนาคปรก ช่อคันไถ-วัดพะนังตรา จากสุโขทัยถึงเมืองนครฯ
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
พระเครื่องที่เป็นพระกรุเก่า การเรียกชื่อองค์พระ มักจะตั้งชื่อและเรียกกันง่ายๆ ตามที่เห็นรูปทรงของพระบ้าง เรียกตามสถานที่ขุดพบบ้าง โดยตั้งชื่อเพื่อให้รู้ว่าเป็นพระอะไร พบที่ไหน แต่ไม่ได้คิดมากเรื่องชื่อของพระเท่าใดนัก
ยกตัวอย่าง พระที่ตั้งชื่อเรียกกันง่ายๆ เช่น พระสุพรรณหลังผาล เนื่องจากเป็นพระที่พบในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งพบพระพิมพ์ต่างๆ มากมาย
พระสุพรรณหลังผาลที่เรียกกันแบบนั้น เนื่องจากเป็นพระที่มี 2 หน้า คือ มีด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนที่เป็นด้านหลัง มีรูปพระองค์เล็กๆ และมีกรอบนอกเป็นรูปร่างคล้ายกับผาลไถนา ก็จึงตั้งชื่อเรียกกันง่ายๆ ว่า พระสุพรรณหลังผาล
คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นพระที่พบที่เมืองสุพรรณ และด้านหลังมีพระที่มีกรอบพิมพ์คล้ายรูปผาลไถนา แต่ที่ด้านหลังเรียบ เรียกว่าพระสุพรรณหลังเรียบ เป็นต้น
ครั้งนี้ ขอกล่าวถึงพระเครื่องอีกแบบหนึ่งที่มีชื่อเรียกเกี่ยวกับการเกษตรกรรม และไม่ค่อยจะได้พบเห็นทั่วไปนัก จนอาจจะไม่ค่อยมีคนรู้จัก ซึ่งพระเครื่ององค์นี้ เป็นพระที่พบในจังหวัดสุโขทัย กรุวัดมหาธาตุ คือ พระนาคปรกช่อคันไถ
บางท่านเรียกสั้นๆ ว่า พระช่อคันไถ
พระนาคปรกช่อคันไถ เป็นพระเนื้อชิน จำนวนพระที่พบน้อยมาก อาจจะชำรุดไปตามกาลเวลาเสียตั้งแต่อยู่ในกรุก็เป็นได้
มีรายละเอียดของพิมพ์แปลกมาก และไม่เจอพระนาคปรกที่ทำพิมพ์เป็นแบบนี้ พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งพระนาคปรกส่วนมากเป็นแบบปางสมาธิเป็นส่วนใหญ่
นอกจากพระพุทธรูปประทับนั่ง มีนาคแผ่พังพานเป็นนาค 7 เศียรแล้ว ส่วนยอดต่อจากนาคปรก ยังมีทำเป็นช่อดอกไม้หรือกิ่งโพธิ์ต่อขึ้นไปอีก
ตอนที่มีผู้ขุดพบ เห็นกิ่งโพธิ์ด้านซ้ายมือเรา เป็นลักษณะโค้งลงคล้ายกับคันไถ จึงกลายเป็นที่มาให้ตั้งชื่อเรียกกันง่ายๆ ตามที่เห็นว่า พระนาคปรกช่อคันไถ ศิลปะขององค์พระน่าจะเป็นศิลปะแบบสุโขทัยยุคต้น และมีรายละเอียดของพิมพ์น่าสนใจมาก ไม่พบเห็นในพระเครื่องนาคปรกในกรุอื่นๆ
ปัจจุบันหาชมยากมาก ไม่ค่อยได้พบเห็นกัน และน่าเสียดายที่อาจไม่ค่อยมีผู้รู้จักกันเสียแล้ว โดดเด่นทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี
คนสมัยก่อนต่างหวงแหนกันมาก เนื่องจากจำนวนพระมีน้อยมาก แต่ปัจจุบันกลับแทบไม่มีคนรู้จักกันแล้ว

เปลี่ยนบรรยากาศมุ่งหน้าลงพื้นที่ปักษ์ใต้กันบ้าง
จะขอกล่าวถึงพระเครื่องพระกรุที่เป็นที่นิยมและหวงแหนของชาวนครศรีธรรมราชชนิดหนึ่ง คือพระนาคปรกกรุวัดพะนังตรา แต่ก็เป็นพระที่หายากมาก อาจจะเป็นเพราะจำนวนที่พบเมื่อครั้งตอนที่กรุแตกมีไม่มากนัก
จึงเป็นพระเครื่องที่หวงแหนของชาวนครศรีฯ
วัดพะนังตรา เป็นวัดเก่าแก่ในอำเภอท่าศาลา สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยลพบุรีเมื่อครั้งเรืองอำนาจ ต่อมา เมื่อประมาณปี พ.ศ.2485 มีการขุดพบกรุพระขึ้น มีพระพิมพ์ต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่จะมีศิลปะแบบลพบุรี ซึ่งมีทั้งพระแผงขนาดใหญ่ เช่น พิมพ์ซุ้มปรางค์ พิมพ์ซุ้มกระรอกกระแต พิมพ์ซุ้มประตู เป็นต้น
เป็นพระที่มีขนาดเขื่องแบบพระแผง ส่วนพระที่มีขนาดย่อมลงมาและมีขนาดที่นำมาห้อยคอได้จะเป็นพระนาคปรก ขอบของพระจะเป็นสี่เหลี่ยม มีพระนาคปรกประทับอยู่บนฐาน
และที่ฐานจะมีรูปพระองค์เล็กๆ นั่งพนมมืออยู่ที่ฐานด้านล่าง

พระนาคปรก กรุวัดพะนังตรา เท่าที่พบส่วนใหญ่เป็นพระเนื้อดินเผา อีกเนื้อหนึ่งจะเป็นพระเนื้อชินเงิน แต่พบจำนวนน้อยกว่า อาจจะเป็นเพราะผ่านอายุกาลมานาน จึงผุกร่อนชำรุดผุพังไปเสียมากก็เป็นได้ จึงพบน้อยกว่าพระเนื้อดินเผา พระนาคปรกเนื้อดินจึงมีผู้พบเห็นมากกว่า และเป็นที่นิยมมากกว่าครับ ในด้านประสบการณ์นั้นมีมากมาย เด่นทางด้านอยู่คงและแคล้วคลาด ชาวนครศรีฯ หวงแหนมาก
พระนาคปรก กรุวัดพะนังตราสร้างย้อนยุคอยู่บ้าง แต่พิมพ์และเนื้อหาจะต่างกัน สำหรับพระกรุเก่านั้นหายากมาก สนนราคาสูงทั้งเนื้อดินเผาและเนื้อชินเงิน พระเนื้อชินเงินเท่าที่พบจะไม่ค่อยสมบูรณ์ จะมีร่องรอยผุระเบิดเป็นหย่อมๆ ในด้านมูลค่าพระเนื้อดินจะสูงกว่าพระเนื้อชินเงิน
กล่าวได้ว่า พระนาคปรก กรุวัดพะนังตราเป็นพระกรุยอดนิยมของชาวใต้ และมีราคาสูงมากทีเดียว ถ้าเป็นคนนครศรีฯ ที่มีพระนาคปรก กรุวัดพะนังตราส่วนมากจะไม่ยอมปล่อยให้เช่าง่ายๆ และส่วนมากล้วนได้รับตกทอดมาแทบทั้งสิ้น จึงหวงแหนกันมาก
ส่วนพระทำปลอมเลียนแบบก็มีมานานแล้ว เวลาจะเช่าหา จึงควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนหรือปรึกษาผู้รู้มีความชำนาญ และไว้ใจได้เท่านั้น
