bg-single

เปิดบททดสอบ BYD Sealion 7 SUV ไฟฟ้าราคาดี ขับสนุก-นั่งสบาย

31.01.2026

ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต

ไม่บ่อยครั้งที่การทดสอบรถยนต์ของผมจะมุ่งยังกลุ่ม EV โดยเฉพาะหากต้องเดินทางไกล แม้การขับขี่จะสนุกและอัตราเร่งทันอกทันใจดีเหลือเกินก็ตาม

ส่วนหนึ่งเพราะไม่ค่อยชอบวางแผนแบบจริงจังในการเติมพลังงานไฟฟ้า หรืออาจต้องหงุดหงิดกับผู้ใช้รถบางคนที่อาจไม่ค่อยมีมารยาทในการใช้ตู้ชาร์จไฟร่วมกัน

จึงเมื่อต้องทดสอบรถประเภทนี้จะเน้นวิ่งในเมืองเป็นหลัก หรือออกชานเมืองบ้างประปรายเท่านั้น

รุ่นล่าสุดที่ตกมาถึงมือคือ BYD Sealion 7 รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลาง ที่น่าสนใจและได้รับความนิยมไม่น้อย

เป็นตัวท็อปขับเคลื่อนสี่ล้อ

มาดูรูปร่างหน้าตากันก่อน แม้ได้ชื่อว่าเป็นเอสยูวี แต่หากมองหน้าตรงไม่ต่างจากรถเก๋งกลางสักเท่าใดนัก

พูดง่ายๆ ภาพรวมออกแนวสวยสง่ามากกว่าบึกบึน

จึงไม่แปลกใจที่ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) เพียงแค่ 0.26 ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับรถประเภทนี้

แนวคิดการออกแบบสปอร์ตไดนามิกสไตล์โมเดิร์น กระจังหน้าแบบปิดแต่งด้วยลวดลายเส้นสีเงินโครเมียม

ไฟหน้า LED พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED

ประตูมีลูกเล่นเป็นเหลี่ยมสันทั้งด้านบนและชายล่าง เชื่อมไปถึงด้านหลัง

มือจับประตูไฟฟ้าแบบซ่อน

กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัวและฟังก์ชั่นพับเก็บอัตโนมัติ มีระบบทําความร้อนไล่ฝ้า ปรับองศาอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง และระบบบันทึกตําแหน่ง

ไฟท้ายแบบ LED แนวนอนทอดยาวเชื่อมต่อกันทั้งสองข้าง เอกลักษณ์การออกแบบของแบรนด์นี้

ระบบไฟเลี้ยวด้านหลังแบบ Sequential และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED

ประตูท้ายเปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ

ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ใหญ่เต็มซุ้มพอดี

ภายในออกแบบได้สะดุดตาเน้นความหรูหราและทันสมัย กว้างขวาง

ตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง มีหนังนิ่มและพลาสติกเกรดพรีเมียม

พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ D-Shape จับถนัดมือ พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นรวมถึงปุ่มควบคุมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ

แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้หลากหลาย

หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว สามารถปรับเป็นแนวนอนหรือแนวตั้งได้ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ BYD DiLink

รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

ระบบเสียงแบรนด์ Dynaudio พรีเมียมจากเดนมาร์ก มีลำโพง 12 ตัว

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน ควบคุมอุณหภูมิได้อิสระทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า มาพร้อมฟิลเตอร์อากาศ PM2.5 ทันสมัยเปี๊ยบกับคุณภาพอากาศบ้านเรายามนี้ที่ฝุ่นเต็มไปหมด และเจาะช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วย

หลังคากระจกพาโนรามิกขนาดใหญ่ทอดยาวไปจนถึงแถวที่นั่งหลัง พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า

ที่ขาดไม่ได้คือ Ambient Lighting ปรับเปลี่ยนสีและความสว่างได้ตามต้องการ

ท้ายรถมีพื้นที่เก็บสัมภาระประมาณ 520 ลิตร หากอยากได้มากขึ้นสามารถพับเบาะหลังแบบ 40 : 60 เพิ่มพื้นที่ได้ถึง 1,789 ลิตร

นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของใต้พื้นท้ายรถ สำหรับเก็บสายชาร์จและอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ

ขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยทัศนะวิสัยยอดเยี่ยม แต่พอมองกระจกหลังเท่านั้นแหละ

ไอ้ย่ะ…มุมมองผ่านกระจกด้านหลังค่อนข้างแคบพอสมควร

ใครที่คุ้นเคยกับมุมมองด้านหลังของรถเก๋ง หรือเอสยูวีรุ่นอื่น อาจรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย

เบาะนั่งออกแบบได้กระชับลำตัวและนิ่มมาก เบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศและทำความเย็น

พวงมาลัยวงกำลังเหมาะ เช่นเดียวกับเกียร์ขนาดเล็กแต่ดูหรูหรา

ช่องเก็บของต่างๆ และช่องต่ออุปกรณ์มือถือติดตั้งไว้หลายจุดครอบคลุมทั้งคัน

ปุ่มปรับมีทั้งที่หน้าจอกลางและบริเวณคอนโซลเกียร์

การปรับแอร์ที่ถือเป็นลูกเล่นน่าสนใจ เพียงใช้นิ้วมือ 3 นิ้วปัดที่หน้าจอซ้าย-ขวา เพิ่มพัดลม ถ้าปัดขึ้น-ลง เพิ่ม-ลดอุณหภูมิ

อีกหนึ่งลูกเล่นคือที่เปิดประตูด้านใน เป็นแบบดึงขึ้นนัยว่าสื่อถึงชื่อรุ่นสิงโตทะเล เพราะมองดูคล้ายกับมือหรือครีบนั่นเอง

การเปลี่ยนเลนเวลาเปิดไฟเลี้ยวซ้าย หากปัดขึ้นสุดเป็นจังหวะที่ 2 จะมีภาพด้านซ้ายขึ้นเป็นจอขนาดเล็กที่จอกลาง เพิ่มความปลอดภัยเวลาเลี้ยวเข้าซอยมากขึ้น

อัตราเร่งถือว่ามาเร็วตามประสารถไฟฟ้า และไหลไปต่อเนื่องยาวๆ ไม่มีสะดุด

พวงมาลัยปรับได้ 2 ระดับทั้ง Comfort และ Sport ต่างกันที่ความหน่วงแต่ไม่มากนัก

เช่นเดียวกับเบรกปรับได้ 2 แบบเช่นกัน ส่วนตัวผมชอบแบบ Comfort มากกว่า เพราะปกติเป็นคนแตะแบบเบาๆ แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนัก

ส่วนเบรกแบบสปอร์ต เบรกจับเร็วไปหน่อย หากกดไม่ระวังหัวสั่นหัวคลอนได้

มีระบบเบรกแบบ Regenerative Braking สามารถปรับระดับการชาร์จพลังงานคืนได้หลายระดับ

ระบบตัวช่วย หรือการขับขี่อื่นๆ สามารถตั้งได้ที่หน้าจอกลาง ซึ่งมาละเอียดยิบๆ

ช่วงล่างเน้นความนุ่มนวล ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์

ขับผ่านรอยต่อถนนให้ความรู้สึกสะเทือนน้อยมาก

แต่ต้องแลกมากกับการกระชากเปลี่ยนเลนแรงๆ มีวืดวาดนิดหน่อย

ส่วนการเข้าโค้งไม่มีปัญหายึดเกาะถนนได้ดี ส่วนหนึ่งนอกจากระบบรองรับแล้ว น่าจะมาจากนำหนักแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใต้พื้นรถ สามารถช่วยในเรื่องศูนย์ถ่วงได้ดี

ไม่นับน้ำหนักรถที่แบกมากว่า 2 ตัน ช่วยเรื่องเสถียรภาพ

เสียงลมมีเข้ามาบ้างตอนเร่งเกิน 120 กม./ชั่วโมง แต่ไม่น่ารำคาญเกินไป

การขับขี่มีให้เลือก Eco, Comfort, Sport และ Snow

ขุมพลังมีให้เลือก 2 รุ่น แบบมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง และมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

รุ่นมอเตอร์เดี่ยว วิ่งไกลสุด 567 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) และอีกรุ่นไกลสุด 542 กม. (NEDC)

แต่เตือนก่อนนะครับหากเหยียบหนักๆ อาจได้แค่ 400 ก.ม.บวกลบเท่านั้น

ออปชั่นอื่นๆ ขอข้ามไป เพราะรถระดับนี้จัดเต็มแน่นอนทั้งความปลอดภัยและออปชั่นช่วยการขับขี่

BYD Sealion 7 ราคาล่าสุดตามมาตรการ EV 3.5 ที่เริ่มใช้ช่วงต้นปี 2569

Premium ราคา 1,264,900 บาท

AWD Performance ราคา 1,364,900 บาท

แต่ราคาซื้อขายจริงต่อรองกันดูครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)