ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

ตอนนี้สมรภูมิการเลือกตั้งอยู่ในช่วง “โค้งสุดท้าย” แล้วครับ

เหลือเวลาแค่สัปดาห์เดียวก็ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์

วันนั้นเราจะได้รู้ว่าพรรคไหนจะชนะเลือกตั้ง

พรรคไหนได้จัดตั้งรัฐบาล

และใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

เอ๊ะ…หรือ “คนเดิม”

ในช่วงเวลาประมาณ 15 วันก่อนการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองจะปรับกระบวนการหาเสียงครั้งใหญ่

เพราะรู้ว่าช่วงโค้งสุดท้ายนั้นสำคัญมาก

การเลือกตั้งนั้นเหมือนกับการวิ่งระยะไกล หรือวิ่งมาราธอน

ต้องมีการวางแผนการวิ่ง

“แพ้-ชนะ” อยู่ที่ว่าใครวิ่งถึงเส้นชัยก่อน

ไม่มีการเก็บคะแนนเหมือน “มวย”

ยกไหนใครได้กี่คะแนน

ครบยกก็มารวมคะแนน

แต่การเลือกตั้งนั้นวัดผลคะแนนนิยมในวันสุดท้าย

เหมือนการวิ่งที่ดูตรง “เส้นชัย” ว่าใครวิ่งถึงเส้นชัยเป็นคนแรก

ก่อนหน้านั้นไม่สนว่าใครจะวิ่งนำช่วงไหน

การวางแผนการวิ่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ใครที่ปล่อยพลังเต็มที่เร่งฝีเท้าตั้งแต่เริ่มต้นอาจหมดแรง

คนที่วิ่งตามมาอาจแซงได้ในระยะ 100 เมตรสุดท้าย

เพราะเขาเก็บแรงไว้สปีดตอนเข้าเส้นชัย

ช่วง “โค้งสุดท้าย” จึงสำคัญมาก

พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะมี “ท่าไม้ตาย” ของเขา

โดยเฉพาะพรรคใหญ่ๆ ที่เคยชนะการเลือกตั้ง

เคยชนะด้วยท่าไหนก็มักจะใช้ท่านั้นอีกครั้ง

อย่างพรรคเพื่อไทยที่เคยชนะเลือกตั้งมาตลอด

เพิ่งมีครั้งที่ผ่านมาที่พ่ายแพ้ต่อพรรคก้าวไกล

วันนี้เขาก็ยังใช้ “ท่าไม้ตาย” เดิม

คือ เล่นเกม “นโยบาย”

ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะปราศรัยใหญ่เปิดนโยบายหาเสียงที่เป็น “ทีเด็ด” ของเขา

ครั้งที่แล้ว ก็คือ “ดิจิทัลวอลเล็ต”

แจกเงิน 1 หมื่นบาท

เขาให้คุณเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเป็นคนประกาศตัวเลขนี้

จำได้ว่าตอนเปิดตัวเลขว่าจะแจกเท่าไร

เหมือนกับเกมโชว์เลยครับ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน พรรคเพื่อไทยก็เปิดแคมเปญเด็ดในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

“รวยทุกวันเงินล้าน”

วันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท

มีทั้งสุ่มจากคน 4 กลุ่ม และชิงโชคจากใบเสร็จรับเงินในการซื้อสินค้า

แต่ครั้งนี้เขาไม่ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริงอย่าง “อาจารย์เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นคนเปิดแคมเปญนี้

พรรคเพื่อไทยให้ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นคนประกาศบนเวที

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่อยากให้รูปแบบ “การชิงโชค” มาทำให้ภาพลักษณ์ “นักวิทยาศาสตร์” ของ “อาจารย์เชน” มัวหมอง

หลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยก็จะเริ่มโหมประชาสัมพันธ์ “นโยบายเด็ด” นี้ไปทุกช่องทาง

ทั้งเวทีปราศรัย ป้ายหาเสียง

และสื่อต่างๆ

นี่คือ “ท่าไม้ตาย” ของพรรคเพื่อไทย

ก่อนจะปราศรัยใหญ่ในเมืองกรุง

ส่วนพรรคประชาชนก็ใช้ “ท่าไม้ตาย” เหมือนกับครั้งก่อนที่พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง

ไม่มีนโยบายเด็ดๆ แบบพรรคเพื่อไทย

แต่ใช้วิธีการปลุกเร้าสร้างกระแสในเชิงอุดมการณ์

ครั้งที่แล้ว เล่นเรื่อง “มีลุงไม่มีเรา”

ต่อสู้กับการสืบทอดการรัฐประหาร

ครั้งนี้เขาเสนอให้คนเลือกว่าจะเลือก “ทางเลือกเก่า” อย่างที่เคยเป็นมา

หรือ “ทางเลือกใหม่” แบบพรรคประชาชน

จะ “เปลี่ยน” หรือ “ไม่เปลี่ยน”

และปลุกเร้าให้ “หัวคะแนนอิสระ” ช่วยรณรงค์หาเสียง

เขาเริ่มต้นด้วยการปราศรัยใหญ่ที่ “สามย่านมิตรทาวน์”

เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

แต่ครั้งนี้เขาเปิด 2 เวที คือ ที่สามย่านมิตรทาวน์ และที่สมุทรปราการ

“จุดขายใหม่” ของเขา คือ “ทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลมาร่วมปราศรัย

ดึงอารมณ์ความรู้สึกเก่าๆ ให้กลับคืนมา

จากนั้นก็จะเริ่มขบวน “รถแห่” จากทุกภาคของประเทศเข้ามา กทม.

และจบด้วยการปราศรัยใหญ่

ครั้งก่อน “รถแห่” ถือเป็น “นวัตกรรม” ของการหาเสียงเลือกตั้ง

เขาใช้ “รถแห่” ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างจังหวัด เพราะสามารถปรับเป็นเวทีดนตรีหรือหมอลำได้

แต่พรรคประชาชนจะใช้เป็นเวทีปราศรัย

มี “ขุนพล” ประจำการอยู่บนรถแห่เดินทางไปตามจังหวัดต่างๆ

ครั้งนี้เขาวางแผนว่าขบวนจะใหญ่กว่าเดิม และจะจัดเส้นทางให้ไปครบทุกเขตเลือกตั้ง

400 เขต

พรรคประชาชนใช้ความได้เปรียบที่ “ขุนพล” ของเขาเยอะมาก

ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน “ขุนพล” ของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

และที่สำคัญรูปแบบนี้ใช้ได้กับพรรค “คนรุ่นใหม่” เท่านั้น

เพราะต้องใช้พลังงานเยอะมาก

ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่ได้เปรียบทางการเมืองมากที่สุด

ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยได้ “แชมป์” มาก่อน

ถ้าเป็น “แชมป์” เขาต้อง “เบ่ง” จากพรรคระดับ 70 เสียง เป็นอย่างต่ำ 150 เสียง

การทำพรรคระดับ 70 เสียงกับ 150 เสียงนั้นแตกต่างกัน

สมัยก่อนพรรคภูมิใจไทยจะมีพื้นที่เป้าหมายไม่มากนัก

ใช้วิธีการ “สไนเปอร์” ได้

แต่พอจะเล่นเกมล้มแชมป์ วิธีการทำงานจะเปลี่ยนไป

เพราะพื้นที่เป้าหมายกว้างขึ้น

จะใช้ “สไนเปอร์” ไม่ได้

ในขณะที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนมี “ท่าไม้ตาย” ในช่วง 15 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

แต่พรรคภูมิใจไทยยังไม่เปลี่ยนกระบวนท่า

ไม่มีนโยบายใหม่เป็น “ทีเด็ด”

ไม่มีขบวน “รถแห่”

ไม่ขึ้นดีเบต

เป็นพรรคเดียวที่ใช้ “ความสงบ” สยบ “ความเคลื่อนไหว”

หรือเขากำลังใช้กลยุทธ์ “เป็ด”

ด้านบนเหนือน้ำดูนิ่งๆ

แต่ด้านล่างที่อยู่ในน้ำ

เท้ากำลังตีน้ำอย่างหนัก

เกมนี้น่าสนใจมาก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’