E-DUANG
ในความเคลื่อนไหวนับแต่เดือนธันวาคม 2568 กระทั่งเดือนมกราคม 2569 ความชัดเจนในทางการเมืองก็เริ่มปรากฏ
ไม่ว่า”ภูมิใจไทย” ไม่ว่า”เพื่อไทย” ไม่ว่า”กล้าธรรม”
เมื่อเกิด”กรณีบางพลัด” เมื่อเกิด”กรณีตาก” เมื่อเกิด”กรณีหมอสุภัทร หาดใหญ่”
รวมถึง”กรณีประกันสังคม” รวมถึง”กรณีพะเยา”
ยิ่งประสานเข้ากับ”กรณีเครนถล่ม” จากนครราชสีมา กระทั่ง บนถนนพระราม 2
มีคำถามถึง”มืออาชีพ” ถามถึง”The Professinal”
มีคำถามถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถึง นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ ถึง ร.ต.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ต้องการคำตอบจาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
แต่ละการเคลื่อนไหว แต่ละปรากฏการณ์ อันเกิดขึ้นในแต่ละจังหวัด ในแต่ละสถานการณ์
ก่อให้เกิดภาวะ”สั่นไหว”ในทาง”ความคิด”
เมื่อตัวเลขแต่ละ”โพล”เรียงกันเข้ามาให้พิจารณา ทั้งหน้าเก่า อย่าง”นิด้าโพล” และ”สวนดุสิต โพล”
รวมถึง”โพลลับ”ของแต่ละสำนัก ของแต่ละพรรค
เมื่อจับบทสรุปของแต่ละ”เกจิทางการเมือง”ทั้งที่เป็นคอมเมนเตเตอร์ ทั้งที่เป็นนักวิชาการ
ทิศทางการคาดหมายเริ่มเกิดการสั่นไหว แปรเปลี่ยน
ที่เคยคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นอันดับ 1 เริ่มไม่ใช่ ที่เคยคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นอันดับ 3 อาจมิใช่ความจริง
แม้สายตาที่มองพรรคประชาชนก็เริ่มไม่แน่ใจ
มีการปะทะขัดแย้งในทางการเมืองดำรงอยู่อย่างแน่นอน มีการต่อสู้ในทางความคิดตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย
รากฐานเดิมทาง”ความคิด”เริ่มถูกท้าทาย ตั้งคำถาม
รูปธรรมหนึ่งก็คือ เหตุใดผลของ”โพล”จึงไม่เป็นไปอย่างที่ปรากฏผ่านคำแถลง แม้กระทั่งผู้ที่ทำโพลเองก็แทบไม่เชื่อข้อมูลการสำรวจของตน
นั่นเนื่องจากมีบาง”ข้อมูล”ที่ดำรงอยู่และมิอาจให้คำอธิบาย ได้
เมื่อระบุถึง”กระสุน”ก็ไม่สะดวกในการยืนยันว่าเป็น”เงิน”
จึงมองตัวเลขการได้รับเลือกของบางพรรคต่างไปจากคำตอบที่ได้จากวิธีวิจัย
แต่แล้วในช่วง”โค้งสุดท้าย” ปราการความเชื่อก็ถูกท้าทาย
เมื่อเห็นปรากฏการณ์เนื่องแต่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อเห็นปรากฎการณ์เนื่องแต่ น.ส.รักชนก ศรีนอก
นักวิชาการจาก”สามย่าน”เริ่มเปลี่ยน”บทสรุป”
กระนั้น คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ เพียง น.ส.รักชนก ศรีนอก เพียง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เท่านั้นหรือ
มองข้าม”ระบบ”ที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้หรือ
เป็นระบบที่สืบทอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากยุคพรรคอนาคตใหม่ ยุคพรรคก้าวไกล
เป็นคำถามต่อ”เกจิการเมือง” ต่อ”ปัญญาชน นักวิชาการ”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
