bg-single

จับตา ‘รบ.หนู’ พูดแล้วทำพลัส

22.02.2026

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

ค่อนข้างแน่นอน “อนุทิน ชาญวีรกูล” จะเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทยในเร็ววันนี้ ส่วนการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีพรรคไหนมาร่วมผสมกับภูมิใจไทยให้เกิน 300 เสียงขึ้นไปคงรู้กันในอีกไม่กี่วัน ถ้าทิศทางเป็นอย่างนี้ คนไทยทั้งประเทศต้องหันมาจับตารัฐบาลหนู 2 “พูดแล้วทำพลัส” อย่างที่หาเสียงหรือไม่

พรรคภูมิใจไทย วาดหวังนโยบายพูดแล้วทำด้วยการเติมพลัสเข้าไปเพื่อให้ชาวบ้านรู้ว่าสานต่อนโยบายที่มีอยู่แล้ว แต่อันที่จริงแล้ว 5 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลอนุทินยังไม่ได้ทำอะไรที่เกี่ยวโยงกับนโยบายพรรคภูมิใจไทยเป็นชิ้นเป็นอัน ยกเว้นโครงการแจกเงินคนละครึ่ง

หลังการเลือกตั้งหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ หยิบนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคภูมิใจไทยมานำเสนอ

พร้อมตั้งคำถามว่า เศรษฐกิจสีเขียว การรับมือภัยพิบัติ การตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์หรือ Net Zero ในปี 2573 รวมถึงคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และขยะในทะเล ทำได้จริงหรือเปล่า

พรรคภูมิใจไทยหาเสียงว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวครอบคลุมภาคพลังงาน อุตสาหกรรมสีเขียว การคมนาคมสีเขียว การเงินสีเขียว เกษตรสีเขียว และมาตรฐานกฎหมายสีเขียว เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ใหม่ควบคู่กับการจัดการสิ่งแวดล้อม

แนวคิด “รักษ์โลกคือทางรอดและทางรวย” พรรคภูมิใจไทยชูในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งเพราะเห็นว่ากติกาการค้าโลกเปลี่ยนไป โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนสหภาพยุโรป หรือ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) อียูงัดมาตรการนี้ออกมาใช้เพื่อสกัดสินค้านำเข้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ต้องการบีบให้ผู้ผลิตสินค้าในประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่ค้าผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานสีเขียวตามที่อียูกำหนดไว้

นอกจากมาตรการ CBAM ยังมีกฎหมายว่าด้วยเรื่องภาษีพลาสติก หรือภาษีบรรจุภัณฑ์พลาสติก (Plastic Packaging tax) จะเรียกเก็บเงินหรือค่าธรรมเนียมจากผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและย่อยสลายยาก แต่ไม่รวมบรรจุภัณฑ์พลาสติกจากรีไซเคิล

ประเทศที่ใช้ภาษีพลาสติกในปัจจุบันก็มีอียู เริ่มเก็บมาตั้งแต่ปี 2564 คิด 0.8 ยูโรต่อกิโลกรัม อังกฤษใช้ภาษีพลาสติกในปี 2565 เก็บจากผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้ซื้อ และผู้นำเข้า 200 ปอนด์/ตัน ฟิลิปปินส์ เริ่มใช้เมื่อปลายปี 2565 1.75 ดอลลาร์สหรัฐ/ก.ก. ส่วนประเทศไทยไม่มีกฎหมายฉบับนี้

พรรคภูมิใจไทยยังเชื่อและชี้ชวนให้ประชาชนเห็นว่า กติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนไปนี้จะเป็นเครื่องมือในการเจรจาการค้าและผลักดันสินค้าสีเขียวระดับพรีเมียมด้วยมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก รวมไปถึงการเจรจาจัดซื้ออาวุธจากต่างประเทศจะใช้วิธีเคาน์เตอร์เทรดแลกกับสินค้าเกษตรสีเขียวจากไทยช่วยลดภาระเงินตราต่างประเทศและเพิ่มช่องทางตลาดสินค้าเกษตร

พรรคภูมิใจไทยมีแผนผลักดันกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อวางระบบภาษีคาร์บอนและระบบซื้อขายสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก นำภาษีที่จัดเก็บภายในประเทศไปหักลบกับค่าธรรมเนียมที่ผู้ส่งออกไทยต้องจ่ายในต่างประเทศ

นโยบาย “ฟรีหลังคาโซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟฟ้าหลังคาเรือนละ 450 บาท” ของพรรคภูมิใจไทย เป็นอีกนโยบายที่ต้องจับตาว่าทำได้ในเร็ววันหรือเปล่า เพราะพรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าติดตั้ง 21 ล้านหลังคาเรือน หวังให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดรายจ่ายค่าไฟและผลักดันผลิตโซลาร์เซลล์ชุมชน ส่งไฟฟ้าตรงถึงประชาชนไม่ต้องผ่านหน่วยงานกลางที่คิดค่าผลิตและค่าภาษีซ้ำซ้อน ค่าไฟลดลง

ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์จะได้รับส่วนลดค่ากระแสไฟฟ้าและเครดิตพลังงานเป็นเวลา 25 ปี ตามอายุโครงการความร่วมมือผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน

เมื่อร่วมโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ฟรีแล้ว จะได้รับสิทธิ์ซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบ้านละ 1 คัน ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด นโยบายนี้รวมถึงเครดิตพลังงาน การชาร์จไฟรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ต้องจ่ายค่ากระแสไฟ ลดรายจ่าย มุ่งเจาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและวินมอเตอร์ไซค์

ในแผนภูมินโยบายพลังงานของพรรคภูมิใจไทย เปรียบเทียบข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงต่อปีเมื่อใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 13.5 ล้านตัน โซลาร์เซลล์ 43 ล้านตัน รวมแล้ว 56.5 ล้านตัน คิดเป็น 48.7เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกประเทศไทย

เมื่อคิดเป็นคาร์บอนเครดิตต่อปี มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีมูลค่า 16,000 ล้านบาท โซลาร์เซลล์ 52,600 ล้านบาท รวม 68,600 ล้านบาท เกิดการจ้างงานใหม่ รวม 252,000 ตำแหน่ง เกิดกระแสลงทุนจากโครงการ 2.6 ล้านล้านบาทตลอดอายุโครงการ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผลิตในประเทศไทยผ่านโครงการนี้จะมีรวม 21.7 ล้านคัน เปลี่ยนพลังงานประเทศไทย 44% เป็นพลังงานสะอาด

พรรคภูมิใจไทยยังคุยโม้ผ่านอีบุ๊กในโลกออนไลน์ว่า ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากรัฐบาลในฐานะผู้ผลิตพลังงานสะอาด ลดการลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้าและสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยใหม่

ก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่ผลิตพลังงานสะอาดลำดับต้นๆ ของโลก

นโยบายระบบขนส่งสาธารณะ พรรคภูมิใจไทยมีแผนเปลี่ยนรถเมล์เป็นรถไฟฟ้า ค่าโดยสารเหมาจ่ายไม่เกิน 40 บาท และพัฒนารถไฟฟ้าขนาดเล็กหรือนาโนบัส วิ่งเชื่อมต่อในตรอกซอกซอย เพื่อลดปริมาณรถยนต์ส่วนตัว เป็นนโยบายที่น่าสนับสนุนมาก ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาล “หนู 2” แล้ว ถ้าหยิบเอานโยบายนี้มาทำทันทีจะมีเสียงชื่นชมตามมา

เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่พรรคภูมิใจไทยยกมาหาเสียงผ่านโครงการไฟฟ้าขยะและระบบผลิตเชื้อเพลิง ใช้เทคโนโลยีเตาเผาและระบบแปลงขยะเป็นเชื้อเพลิง (Refuse Derived Fuel ) 107 โครงการ ใน 35 จังหวัด รวมถึงแผนยกเลิกบ่อขยะไม่ได้มาตรฐาน 2,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ เปลี่ยนมาเป็นระบบคลัสเตอร์ 90 แห่ง ถ้าทำได้อย่างที่คุย คุณภาพสิ่งแวดล้อมประเทศไทยจะดีขึ้นโดยเฉพาะฝุ่นและควันพิษ

นโยบายสู้ภัยพิบัติ พรรคภูมิใจไทยเสนอให้ยกระดับฐานข้อมูลการพยากรณ์ ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและเอไอมาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อวางแผนรับมือและประสานงานกับทุกหน่วยได้แม่นยำรวดเร็ว จะจัดทำผังรายละเอียดของพื้นที่ และสร้างช่องทางในการส่งต่อข้อมูล

นโยบายสู้ภัยพิบัติดังกล่าวนี้ หลายประเทศทำมานานแล้วอย่างเกาหลีใต้แก้ปัญหาฝุ่นพิษ 2.5 ส่วนใหญ่กระแสลมหอบฝุ่นพิษมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งจีน ญี่ปุ่น ด้วยการใช้บิ๊กดาต้าหรือข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งดาวเทียมของเกาหลีใต้ “GEO-KOMPSAT-2B” สแกนพื้นที่ทั่วประเทศและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทุกชั่วโมงในช่วงกลางวันว่ามีมลพิษทางอากาศระดับใด

บิ๊กดาต้าจะยิงตรงมายังศูนย์ของรัฐบาลแบบเรียลไทม์ จากนั้นประมวลและวางแผนป้องกันพร้อมแจ้งเตือน หรือเรียกประชุมไตรภาคีระหว่างรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น ทำแผนปฏิบัติการร่วมกันหากปริมาณฝุ่นพิษในชั้นบรรยากาศมีสูงผิดปกติ

รัฐบาลเกาหลีใต้ยังนำโดรนและหุ่นยนต์ติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์ กล้องวิดีโอ บินตรวจสอบปล่องควันโรงงานและเขตก่อสร้าง เมื่อตรวจพบมลพิษสูงเกินค่ามาตรฐานจะแจ้งไปยังศูนย์เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมผู้กระทำผิดทันที

สิงคโปร์เป็นอีกประเทศที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 สถานีตรวจสอบคุณภาพอากาศของสิงคโปร์พัฒนาก้าวหน้าไปมากสามารถตรวจวัดระดับพีเอ็ม 2.5 แบบเรียลไทม์ และมีระบบป้องกันฝุ่นพิษด้วยการนำเอไอมาปรับแก้การไหลเวียนของการจราจรที่ติดขัด เพื่อลดปริมาณก๊าซพิษในอากาศ

ต่างกับบ้านเรา สถานีตรวจสอบคุณภาพอากาศยังใช้เทคโนโลยีแบบอะนาล็อกกว่าจะประมวลผล ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วเมืองหรือเกิดน้ำท่วมใหญ่ไปเรียบร้อย

ทุกครั้งที่มีการอภิปรายงบฯ พรรคฝ่ายค้านจะรุมทึ้งงบฯ การจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเนื่องจากกระบวนการซื้ออุปกรณ์ล้าสมัยมาก ใช้งบฯ ผูกพันต่อเนื่องซื้อเป็นล็อตใหญ่ ราคาแพงเว่อร์แต่ใช้งานไม่คุ้มค่า ถ้าอุปกรณ์ชิ้นนั้นเสีย ต้องรออุปกรณ์ใหม่ใช้เวลานานเป็นเดือนๆ

กรมอุตุฯ ยังเป็นหลุมดำอย่างนี้ การดึงบิ๊กดาต้ามาประมวลผลร่วมกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น จิสด้า เพื่อให้เกิดความแม่นยำรวดเร็วคงเป็นไปได้ยาก

มาถึงวันนี้ พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะอย่างล้นหลามมี ส.ส.รวมแล้ว 193 คน

“อนุทิน” แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 ของพรรค หนีไม่พ้นที่จะต้องรับบทนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 ทำหน้าที่สานนโยบายที่มีอยู่เติมนโยบายใหม่เพื่อปรับโฉมหน้าประเทศไทยที่จมปลักมานานกว่า 2 ทศวรรษ

นายกฯ หนูเคยประกาศระหว่างหาเสียงว่าฝึกงานมา 5 เดือนแล้ว ขอพี่น้องประชาชนสนับสนุนให้ทำงานต่อ ประชาชนทั่วประเทศก็รวมพลังลงคะแนนท่วมท้น

ฉะนั้น เมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จเมื่อไหร่ นายกฯ หนูต้องโชว์ฝีมือให้เด่นชัด และเร่งสะสางอุปสรรคร้ายๆ ที่ขวางทะมึนข้างหน้า

ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ ประเทศไร้ซึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ แรงงานทักษะสูงๆ มีอยู่น้อยนิด ฉ้อโกงคอร์รัปชั่นติดอันดับรั้งท้ายบ๊วยกว่าลาว โจรเทาสแกมเมอร์เกลื่อนเมือง

และหวังว่าจะรับผิดชอบกับคำพูดเมื่อครั้งหาเสียงกับชาวศรีสะเกษ “ถ้าหมด 1 ปีทดลองงานไม่ผ่าน ก็ไปไม่อยู่หรอก”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน