เจาะลึก Honda STEP WGN e:HEV MUV7 ที่นั่ง จากญี่ปุ่นส่งตรงเมืองไทย
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
เผยโฉมไปเมื่องานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปลายปีที่ผ่านมา สำหรับ Honda STEP WGN e:HEV SPADA
รถอเนกประสงค์ ที่ฮอนด้าเรียกว่า MUV แบบ 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ข้างทั้ง 2 ด้าน
เป็นรุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยล่าสุดฮอนด้าประกาศราคาอย่างเป็นทางการที่ 1,780,000 บาท
รุ่นนี้เป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ซึ่งประเทศไทยเคยต้อนรับรถรุ่นนี้ในเจเนอเรชั่นที่ 4 เมื่อ 10 กว่าปีก่อน
สมัยนั้นยอดขายพอกล้อมแกล้ม จนต้องหยุดทำตลาดไป
แต่มาถึงปัจจุบันที่รถประเภทนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในบ้านเรา ฮอนด้าจึงกลับมาทำตลาดอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ผมเคยนำเสนอรายละเอียดรถรุ่นนี้ไปแล้วประมาณหนึ่ง แต่เมื่อเปิดตัวและเปิดราคาอย่างเป็นทางการ
จึงขอลงรายละเอียดให้ยิบขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกของคนที่สนใจ

ภาพลักษณ์ภายนอกออกแบบทรงกล่อง ซึ่งเป็นเทรนด์นิยมของรถในญี่ปุ่นมายาวนาน
กระจังหน้าโครเมียมแบบกว้าง ตกแต่งอย่างพรีเมียม มอบความรู้สึกแข็งแกร่งและทรงพลัง
กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพับเก็บอัตโนมัติ พร้อมไฟเลี้ยว
รับกันดีกับไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential
ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED

ชายล่างรอบคันตกแต่งโครเมียม
ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่ง มาพร้อมเซนเซอร์สัมผัส แค่แตะเบาๆ ก็เปิดประตูได้ง่ายๆ ถือเป็นครั้งแรกในรถแบรนด์นี้
รวมถึงสามารถเปิดได้จากปุ่มใกล้มือคนขับด้วย
ด้านท้ายเส้นสายทรง Box และไฟท้ายแบบ LED ที่รวม Reflector ไว้ในชุดเดียวกัน
สปอยเลอร์หลังสีเดียวกับตัวรถที่เสริมความสปอร์ต
ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ที่สามารถตั้งระดับความสูงในการเปิดได้ตามต้องการ
แน่นอน ข้อดีกรณีจอดในพื้นที่แคบและเตี้ย ไม่ต้องกังวลว่าบานท้ายจะไปกระแทกสิ่งกีดขวาง
ล้ออะลูมิเนียม 16 นิ้ว สี Smoke ปัดเงา

ด้านในเป็นจุดเด่นสุดของรถตระกูลนี้ เน้นความกว้างขวางออกแบบภายใต้แนวคิด “OUR COMFORT SPACE”
เน้นสีโทนดำตัดกับโครเมียม พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ตพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น มาตรวัดแบบ TFT 10.2 นิ้ว
จอกลางขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมสั่งการด้วยเสียง ลำโพง 6 ตำแหน่ง
ต่ำลงมาเป็นช่องแอร์ เพิ่มลูกเล่นด้วยหน้ากากลายฉลุ อารมณ์เดียวกับรุ่น CR-V
เชื่อมกันลงมาเป็นคอนโซลกลางที่รวบเป็นก้อนเดียวกัน มีปุ่มเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ ปุ่มควบคุมแอร์
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Tri-Zone พร้อมระบบฟอกอากาศ Plasmacluster และหน้าจอแสดงระดับฝุ่น PM 2.5
ทำให้พื้นที่ระหว่างที่นั่งคู่หน้าสามารถวางของได้มากขึ้น
เบาะ 7 ที่นั่งที่ปรับได้ถึง 15 รูปแบบ
คู่หน้ามีที่วางแขนปรับระดับได้ต่อเนื่อง พร้อมช่องเก็บของหลังเบาะและตะขอแขวนสัมภาระ
เบาะแถว 2 ปรับแยกอิสระได้ เลื่อนหน้า-หลัง และซ้าย-ขวา ปรับเอนได้ มาพร้อมเบาะรองน่อง Ottoman
โต๊ะอเนกประสงค์แบบพับเก็บได้พร้อมที่วางแก้ว พร้อมม่านบังแดด
เบาะแถว 3 ออกแบบมาให้นั่งสบาย ด้วยพนักพิงใหญ่กว้าง เบาะหนา บุนุ่ม สามารถพับแบนราบไปกับพื้นรถแบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่ท้ายรถ
ช่อง USB ถึง 6 ตำแหน่ง (Type-C 5 ตำแหน่ง, Type-A 1 ตำแหน่ง) ที่วางแก้วน้ำ 15 ตำแหน่ง

ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด Honda e:HEV – THE EXCITING HYBRID
เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 145 แรงม้า แรงบิด 175 นิวตัน-เมตร
ทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว โดยมอเตอร์ตัวแรกปั่นกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่ ส่วนตัวที่สองส่งกำลังไปยังเกียร์ e-CVT
เครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกัน ให้กำลังรวม 184 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 0-2,000 รอบ/นาที
แบตเตอรี่เป็นชนิด Lithium-ion
ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
เคลมอัตราการประหยัดน้ำมัน 18.5 กม./ลิตร

มี 4 โหมดการขับขี่
EV Drive Mode – ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ทำงานขณะออกตัว หรือช่วงขับขี่ด้วยความเร็วต่ำถึงปานกลางแบบคงที่
Hybrid Drive Mode – ผสานพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว
Engine Drive Mode – ใช้เครื่องยนต์เต็มประสิทธิภาพ ที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่
Regeneration Mode – ขณะถอนคันเร่งหรือเบรก ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่

ความปลอดภัยและตัวช่วยขับขี่ จัดเต็มกับระบบอัจฉริยะ Honda SENSING ผสานการทำงานของกล้องมุมกว้างด้านหน้าและเรดาร์ ในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนน
ฟังก์ชั่นการทำงานหลักๆ อาทิ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรืออยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ ทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 5 กม./ชม. ขึ้นไป
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้า
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ ตรวจจับสภาพแสงบนท้องถนน และรถที่วิ่งบนท้องถนน หากอยู่ในที่มืดและไม่มีรถคันหน้า ระบบจะปรับเป็นไฟสูงอัตโนมัติ เพิ่มทัศนวิสัยดีขึ้น
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ
ส่วนอื่นๆ ที่ควรมีจัดมาให้ครบๆ เช่น เซนเซอร์กะระยะ 8 จุด (หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ ฯลฯ
Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นอีกตัวเลือกที่ต้องลองไปสัมผัส ก่อนตัดสินใจ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
