E-DUANG
รอยยิ้มเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งพรรคภูมิใจไทย จับมือกับ นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ แห่งพรรคเพื่อไทย เหมือนกับเป็นรอยยิ้มด้วยความมั่นใจ
มั่นใจต่อ 193 เสียง มั่นใจต่อ 176 เสียง เพราะนั่นเท่ากับ 269 เสียงในมือ
อย่าได้แปลกหากจะสัมผัสได้กับรอยยิ้มในลักษณาการเดียวกันจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จาก นายประเสิฐ จันทรรวง ทอง และจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย
ในเมื่อก่อนนี้พรรคภูมิใจไทยก็เคยประกาศว่ามีพรรคการเมืองขนาดย่อยกว่า 30 เสียงพร้อมให้การสนับสนุน
นั่นหมายถึงความแข็งแกร่ง นั่นหมายถึงความมั่นคง
คำถามที่ตามมาอย่างฉับพลันก็คือ เป็นความแข็งแกร่งจริงละหรือ เปี่ยมด้วยความมั่นคงมากน้อยเพียงใด
เพียงมองเข้าไปใน”กกต.”ก็เริ่มไม่แน่ใจ
ถามว่าปรากฏการณ์จากธัญบุรี ปทุมธานี คืออะไร ปรากฏการณ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามคืออะไร
การชุมนุมต่อเนื่องกัน 3 วันที่บางแสน ชลบุรี จบลงอย่างไร
คำถามแห่งคำถามก็คือ สามารถให้คำตอบ สามารถให้ทางออกเป็นที่พอใจกับสังคม
หรือยังสร้างคำถามตามมาโดยไม่ขาดสาย
ยังไม่ทันที่ข้อสงสัยจากพื้นที่จะได้คำอธิบายก็เกิดคำถามใหม่ปรากฏขึ้นแทบไม่ขาดสาย
ยิ่งเป็น QR code และ Barcode ยิ่งร้อนแรง
หากกรณีนับคะแนนที่ปทุมธานี มหาสารคาม ชลบุรี รวมถึงสุพรรณบุรี เป็นการปะทะระหว่างผู้ลงคะแนนเสียงกับกกต.
ถามว่า QR code และ Barcode คู่ขัดแย้งคือใคร
อาจเป็นชนกลุ่มน้อยอย่างยิ่งที่อยู่ในสายเทค เรียกขานกันว่ากลุ่มเนิร์ด แต่คำถามอันมาจากชนกลุ่มนี้ส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้ง กว้างไกล
ปมเงื่อนอยู่ที่ว่าคำตอบของกกต.เป็นอย่างไร
ต้องยอมรับว่าคำตอบของกกต.ไม่เหมือนเมื่อเผชิญหน้ากับชาวบ้านที่บางแสน ที่สุพรรณบุรี
เห็นได้จากคำถามจากเนิร์ดแห่ง”ไทยรัฐ”
ยิ่งกระบวนการจัดระบบในการแถลงข่าวของกกต.สะท้อนลักษณะกีดกันและควบคุม ขณะที่คนของกกต.เองเงอะงะละล้าละลัง
ยิ่งกลายเป็นความคลางแคลงกังขา
เมื่อโยงไปยังรายละเอียดของการจัดทำบัตรเลือกตั้ง บัตรประชามติ ไม่ว่าจันวาณิชย์ ไม่ว่าที.เค.เอส.ไม่ว่าอาสารักษาดินแดน
“กลิ่นอาย”อันมากด้วย”เงื่อนงำ”ก็เริ่มโชย
คำถามที่ค้างคาและกำลังกลายเป็นประกายไฟไหม้ลามทุ่งอยู่ในขณะนี้ก็คือ เป็นความรับผิดชอบของกกต.เท่านั้นหรือ
หรือมากด้วยความซับซ้อนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอดีต
อดีตเมื่อหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 อดีตอันรับรู้กันจากการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562
นั่นก็คือ ใครเป็นคนเลือกสรร และบริหารจัดการกกต.
