Marco Fusinato ศิลปินและนักดนตรีเชิงทดลองร่วมสมัย ผู้สร้างปฏิสัมพันธ์เชิงสุนทรียศาสตร์ ระหว่างผู้ชมกับศิลปะและสังคม
อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
ในตอนนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของศิลปินร่วมสมัยระดับโลกคนสำคัญ ผู้แวะเวียนมาให้เราได้ทำความรู้จักกันอีกคน ศิลปินผู้นั้นมีชื่อว่า มาร์โค ฟูซินาโต (Marco Fusinato) ศิลปินและนักดนตรีเชิงทดลองร่วมสมัยชาวออสเตรเลีย ผู้สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบศิลปะจัดวาง, ภาพถ่าย, การแสดงสด และงานบันทึกเสียง ในฐานะศิลปิน เขามองผลงานของตนเองว่าเป็นชุดของโครงการที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างต่อเนื่อง โดยบางโครงการพัฒนาและดำเนินต่อผ่านการทำซ้ำหลายครั้ง ภายในโครงการเหล่านี้ ผลงานมักมีลักษณะเป็นชุด และอาศัยกรอบแนวคิดหรือระบบเฉพาะเพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับการทดลอง
ในฐานะนักดนตรี เขาสำรวจแนวคิดของ “เสียงรบกวน” (noise) ในฐานะเสียงดนตรี โดยใช้กีตาร์ไฟฟ้าและการขยายเสียงขนาดใหญ่ เพื่อด้นสดสร้างความถี่เสียงที่ซับซ้อน หลากหลาย และส่งผลกระทบต่อร่างกายของผู้ฟังอย่างชัดเจน
ฟูซินาโตได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศออสเตรเลียในงานมหกรรมศิลปะเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 59 ในปี 2022 โดยเขาได้นำเสนอผลงาน DESASTRES ซึ่งเป็นการแสดงสดในรูปแบบงานศิลปะจัดวางที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนาน 200 วัน
ผลงานของเขายังได้รับการจัดแสดงในนิทรรศการสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ All the World’s Futures ในงานมหกรรมศิลปะเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 56 ในปี 2015, The Imminence of Poetics ใน มหกรรมศิลปะเซาเปาโลเบียนนาเล่ ครั้งที่ 30 ในปี 2012, SUPERPOSITION : Art of Equilibrium and Engagement ใน ซิดนีย์เบียนนาเล่ ครั้งที่ 21 ในปี 2018
ผลงานของเขายังได้รับการคัดเลือกให้จัดแสดงในนิทรรศการ Soundings : A Contemporary Score ซึ่งเป็นนิทรรศการด้านเสียงครั้งแรกของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MoMA) ในนครนิวยอร์ก ในปี 2013



ฟูซินาโตแสดงผลงานอย่างสม่ำเสมอในแวดวงดนตรีทดลองใต้ดิน โดยส่วนใหญ่ในรูปแบบศิลปินเดี่ยว และได้ออกผลงานบันทึกเสียงจำนวนมากในรูปแบบแผ่นเสียงไวนิล ผลงาน DESASTRES ซึ่งเปิดแสดงครั้งแรกที่ Australia Pavilion ในงานมหกรรมศิลปะเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 59 ในปี 2022 ต่อมาได้ถูกนำไปแสดงในเทศกาลต่างๆ ได้แก่ Berlin Atonal (2023), Rewire (2024), Now or Never (2024) และ Unsound (2024) ซีรีส์การแสดงกีตาร์นอยส์แบบยาวนาน ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องของเขาในชื่อ Spectral Arrows ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็น “ประติมากรรมทางเสียงขนาดมหึมา” เปิดแสดงครั้งแรกในงาน Glasgow International เมื่อปี 2012 และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งซีรีส์ดังกล่าวและการแสดงเดี่ยวของเขายังคงถูกนำเสนอในแกลเลอรี, พิพิธภัณฑ์, โรงละคร และเทศกาลต่างๆ ทั่วโลก
ผลงานเด่นๆ ของเขาก็มีอย่างศิลปะการแสดงสด DESASTRES (2022) การแสดงสดในรูปแบบของงานศิลปะจัดวางระยะเวลา 200 วัน ในศาลาออสเตรเลีย ในงานมหกรรมศิลปะเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 59 ปี 2022 ถูกนำเสนอในรูปแบบของเสียงนอยส์เป็นช่วงก้อนใหญ่ที่ด้นสด การป้อนกลับของเสียง (feedback) ที่อิ่มตัวแน่น และความเข้มข้นอันไม่ประสานกลมกลืนจากกีตาร์ไฟฟ้า กระตุ้นให้เกิดการหลั่งไหลพร้อมกันของภาพจำนวนมากที่หลากหลายและไม่เชื่อมโยงกัน ปรากฏบนจอขนาดใหญ่
ภาพเหล่านี้มาจากคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมผ่านการค้นหาแบบเปิดจากหลายแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือเป็นภาพถ่ายที่บันทึกด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ เสียงถูกสร้างขึ้นแบบด้นสด ขณะที่ภาพถูกสุ่มให้แสดงผลโดยไม่มีลำดับตายตัว



และ Mass Black Implosion (Agglomeration, Anestis Logothetis) (2007) ชุดผลงานภาพวาดที่นำสกอร์ดนตรีแนวอาว็องการ์ด (avant-garde) ที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ใหม่ให้กลายเป็นบทประพันธ์แนวนอยส์ : มีการทำซ้ำสกอร์คัดสรรจากนักประพันธ์เพลงอาว็องการ์ดในขนาดเท่าต้นฉบับจริง (1:1) จากโน้ตแต่ละตัวในสกอร์ต้นฉบับ จะมีการขีดเส้นเชื่อมไปยังจุดหนึ่งที่ถูกเลือกขึ้นโดยพลการบนแผ่นสกอร์ เพื่อเสนอความเป็นไปได้ของบทประพันธ์ใหม่ โดยข้อเสนอหลักคือ ให้บรรเลงโน้ตทุกตัวพร้อมกันในคราวเดียว ในฐานะช่วงเวลาแห่งการรวมศูนย์และแรงปะทะอันเป็นเอกภาพ


หรือ The Infinitive 1 (2015) ชุดภาพจากสื่อมวลชนที่บันทึก “จังหวะชี้ขาด” ในเหตุจลาจล ซึ่งตัวเอกในภาพกำลังกวัดแกว่งก้อนหิน หรือก้อนหินท่ามกลางฉากหลังที่ลุกไหม้ด้วยไฟ ภาพแต่ละภาพมาจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกในศตวรรษที่ 21 และถูกขยายขนาดให้ใหญ่เทียบเท่างานจิตรกรรมประวัติศาสตร์ โดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์เชิงพาณิชย์ที่ทันสมัยที่สุด


และ THERE IS NO AUTHORITY (2012) ฉากหลังของวงพังก์อนาธิปไตยนาม Crass ถูกนำมาสร้างใหม่เป็นพรมทอขนสัตว์ที่ปูเต็มพื้นแกลเลอรี ทำให้ผู้ชมจำเป็นต้องเดินเหยียบลงบนผลงานนั้น โดยมีกล้องที่ซ่อนอยู่คอยบันทึกภาพทุกครั้งที่มีคนเหยียบพรม และส่งภาพไปยังจอมอนิเตอร์ที่อยู่ปลายอีกด้านของแกลเลอรี ซึ่งมีช่วงเวลาหน่วงระหว่างการบันทึกและการแสดงผล ทำให้ผู้ชมได้เห็นภาพของตนเองปรากฏซ้อนทับอยู่บนข้อความที่ทออยู่บนพรมขนาดใหญ่ดังกล่าว






ข่าวดีสำหรับมิตรรักแฟนศิลปะชาวไทยก็คือ ตอนนี้เรามีโอกาสได้ชมผลงานของมาร์โค ฟูซินาโต โดยไม่ต้องถ่อไปชมในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศอื่น เพราะดิบ บางกอก (Dib Bangkok) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่เพิ่งเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ได้จัดแสดงผลงานของเขาในนิทรรศการเปิดตัวอย่าง Constellations (2015-2025) ในรูปของผนังสีขาวว่างเปล่าสูงใหญ่ยาวเหยียด ที่มีไม้เบสบอลคล้องโซ่ให้ผู้ชมอย่างเราหยิบเอามาฟาดผนังเพื่อให้เกิดเสียงดังสนั่นจากไมโครโฟนหลายตัวซ่อนอยู่และเชื่อมต่อกับระบบขยายเสียง
ซึ่งผู้ชมได้รับเชิญให้ใช้ไม้เบสบอลตีผนัง โดยที่พวกเขาไม่ทราบว่าการกระทำของพวกเขาจะถูกขยายเสียงดังถึงระดับ 120 เดซิเบล ผลงานชุดนี้แต่ละเวอร์ชั่นถูกออกแบบเฉพาะพื้นที่โดยคำนึงถึงสถาปัตยกรรมและคุณสมบัติการสะท้อนเสียงของแกลเลอรีแต่ละแห่งเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงสุนทรียศาสตร์ระหว่างผู้ชมกับพิพิธภัณฑ์
ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence นิทรรศการที่นำเสนอผลงานชิ้นสำคัญจากคอลเลกชั่นของพิพิธภัณฑ์ดิบ บางกอก จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2025 – 3 สิงหาคม 2026 เปิดทำการวันพฤหัสบดี – จันทร์ เวลา 10.00 – 19.00 น. (ปิดวันอังคารและพุธ) สามารถจองบัตรเข้าชมล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์ https://dibbangkok.org/in-visible-presence.html
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Dib Bangkok, https://tinyurl.com/yc8rwkcz
