E-DUANG
การประชุมสภาในวันที่ 25 มีนาคมจะเป็นอีกวันหนึ่งซึ่งเป็น”เส้น แบ่ง”ในทางการเมือง
เช่นเดียวกับ เมื่อตอนเลือก”ประธานสภา”
เช่นเดียวกับ เมื่อตอนเลือก”นายกรัฐมนตรี”
คล้ายกับว่าทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้วจากผลของการเลือกตั้ง เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้ชัยชนะ เมื่อได้รับการหนุนเสริมจากพรรคเพื่อไทย
โอกาสย่อมเป็นของ นายโสภณ ซารัมย์ โอกาสย่อมเป็นของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
เป็นเช่นนั้น แต่”มี”มากกว่านั้น
ที่ประเมินและสรุปภายใต้คำว่า”มี”นั้นวางอยู่บน”เส้นแบ่ง”ที่ชัดเจนและอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
แม้จะอยู่บน”บรรทัดฐาน”แห่งการปวด”ปัสสาวะ”
สังคมเห็นการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย เห็นการตัดสินใจของ พรรคเพื่อไทย
ประสานกับท่าทีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์
จึงนำไปสู่บทนิยามพรรค”คอย” สร้างความแตกต่างระหว่าง
พรรค”ร่วม”รัฐบาล กับพรรค”รอ”การเข้าร่วมรัฐบาล
จึงนำไปสู่”ความมั่นใจ”เป็นอย่างสูงของพรรคภูมิใจไทย
สังคมจึงได้เห็นการตัดสินใจเพื่อยับยั้งมิให้พรรคฝ่ายค้านสา มารถผลักดัน”ญัตติด่วน”ที่จะเปิดอภิปรายในปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการ”น้ำมัน”
และคาราคาซังจากวันที่ 19 มีนาคม กระทั่งมาถึงวันที่ 25 สิงหาคม
ถามว่า”ประธานสภา”จะตัดสินใจอย่างไร
ถามว่าการตัดสินใจของ”ประธานสภา”จะวางอยู่บนฐานแห่ง”ความมั่นใจ”แบบใด
มั่นใจใน”อำนาจ” ในมือมากน้อยเพียงใด
การบริหารอำนาจมีความละเอียดและประณีตเป็นอย่างสูงในทาง การเมือง
โดยเฉพาะการเมืองอันมากด้วย”ความลึกลับ”แห่ง”กลไก”
หากไม่มีความมั่นใจเหตุใดจะกล้าปฏิเสธสถานะและการดำรงอยู่ของ นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับงานด้านกฎหมายได้เล่า
หากไม่มีความมั่นใจเหตุใดจะหาญอ้างเหตุผล”ปวดปัสสาวะ”มาเป็นปัจจัยในการตัด”ญัตติด่วน”ได้เล่า
สถานการณ์ในวันที่ 25 มีนาคมจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยนี้
เป็นปัจจัยที่ดูประหนึ่งว่าตัดสินใจมาจากพรรคภูมิใจไทยทั้งๆที่มีมากกว่านั้น
รวมถึงความเป็นจริงอันดำรงอยู่ใน”ฝ่ายค้าน”ด้วย
การตัดสินใจของ”ประธานสภา”ในวันที่ 25 มีนาคม จึงสัมพันธ์กับ การตัดสินใจของ”นายกรัฐมนตรี”
สัมพันธ์กับสถานะและความเป็นจริงของ”ภูมิใจไทย”
รวมถึงความมั่นใจของพรรคภูมิใจไทยต่อการร่วมรัฐบาลของ พรรคเพื่อไทย รวมถึงความมั่นใจของสภาพการดำรงอยู่ของพรรค”คอย”ที่”รอ”เข้าร่วมรัฐบาล
ทั้งหมดเพื่อ”โดดเดี่ยว”พรรคประชาชนในที่สุด
