E-DUANG
จังหวะก้าวที่พรรคภูมิใจไทยมีมติถอน ส.ส.ออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
จังหวะก้าวที่พรรคประชาชนร่วมกับฝ่ายค้านเสนอผ่านประธานรัฐสภาให้ส่งเรื่องตรวจสอบป.ป.ช.ในมติเกี่ยวกับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
มีความสำคัญและทรงความหมายอย่างสูงในทางการเมือง
ส่งผลสะเทือนต่อโครงสร้างและความสัมพันธ์”ภายใน”ทั้งต่อรัฐบาลและต่อฝ่ายค้าน
ต่อเอกภาพและความเป็นอิสระของ”อำนาจ”สังคม
ไม่ว่าจะต่ออำนาจนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะต่ออำนาจบริหาร ไม่ว่าจะต่ออำนาจตุลาการ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำรงอยู่ของ”องค์กรอิสระ”
จังหวะก้าวนี้ได้นำไปสู่จุดตัดอันอาจก่อให้เกิดการหักเลี้ยวแปรผันและพลิกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ
ทดสอบความเข้มแข็ง ความเป็นเอกภาพของการเมือง
ไม่ว่ามองผ่านพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่ามองผ่านพรรคเพื่อไทย ไม่ว่ามองผ่านพรรคประชาชน
หรือแม้กระทั่งการเลือกของพรรคกล้าธรรม
ทำไมพรรคภูมิใจไทยจึงต้องมีมติในเชิงแสดงปฏิกิริยาต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
ทั้งๆที่เคยเห็นชอบให้ ส.ส.ไปร่วมลงชื่อ
อาจจะอ้างจุดอ่อนเปราะที่อาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เนื้อหาในลักษณาการเดียวกันนี้พรรคภูมิใจไทย ก็เคยเห็นชอบตั้งแต่เมื่อปี 2568 มาแล้ว
เหตุใดจึงเพิ่งมาตื่นตระหนกในต้นเดือนมิถุนายน 2569
ขณะเดียวกัน มติของพรรคภูมิใจไทยก็เสนอคำถามอันแหลมคมยิ่งต่อพรรคเพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
เนื่องจากมีเสียงยืนยันอย่างมั่นคงจากภายในพรรคเพื่อไทย ว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน
ท่าทีสุดท้ายของพรรคเพื่อไทยจึงสำคัญและสะท้อนบทบาท ความหมายของพรรคว่าจะจัดความสัมพันธ์ต่อพรรคภูมิใจไทยอย่างไร
เพราะมติพรรคภูมิใจไทยเท่ากับเป็นการสำแดง”อำนาจ”
ขณะเดียวกัน มติของพรรคประชาชนที่ตัดสินใจเดินหน้าในการตรวจสอบมติป.ป.ช.อันเกี่ยวกับกรณีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
ก็เป็นมติที่ต้องการ”ตรวจสอบ”อย่างแหลมคม
แหลมคมต่อท่าทีของ นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานรัฐสภาว่าจะบริหารจัดการเรื่องนี้แบบไหน
จะส่งต่อให้”เดินหน้า” หรือสกัดขัดขวาง
หากเดินหน้าก็อาจกระทบต่อองค์กรอิสระอย่างป.ป.ช.และเป้าหมายยังเป็น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อันเป็นกล่องดวงใจของ พรรคภูมิใจไทย
แม้ว่าในที่สุดแล้วจะต้องขึ้นกับวิจารณญาณและดุลพินิจของ นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานรัฐสภา
แต่คำถามก็คือ นายโสภณ ซารัมย์ ตัดสินใจได้ระดับใด
จากกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย ไปยังข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบป.ป.ช.กรณี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
จึงกลายเป็นคนละเรื่องอันสร้างจุดสะเทือนเดียวกัน
เป็นจุดสะเทือนต่อทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นจุดสะเทือนอันยืนหยัดสถานะแห่ง”อำนาจ”ทางการเมือง
ปมทุกปมยังแวดล้อมโดยรอบต่อ”ระบอบสีน้ำเงิน”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
