bg-single

วิญญาณโง่เขลาและเดียวดายจำนวนหนึ่ง | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี

10.09.2026

ชั้น 7

การรอคอยมีกลิ่นขม บรูโน่นิ่งคอยเนิ่นนานกว่าที่ประตูสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองบานจะแยกจากกัน ชายหนุ่มเดินเข้าข้างใน กดปุ่มหมายเลข 1 ประตูสองฝั่งหุบเข้าหากันอย่างเชื่องช้า

เสียงเพลงแผ่วเบาว่อนเวียนอยู่ในปล่องสี่เหลี่ยมขนาด 1.10 x 1.40 เมตร

“หลับตาสิที่รัก ในวงแขนของฉัน จะไม่มีผู้ใดคิดทำร้ายเธอได้…”

เพลงที่เขาคุ้นเคย เพลงที่ทำให้น้ำตาไหลทุกครั้งที่ได้ยิน

น้ำตามีกลิ่นขม กลิ่นขมของการรอคอย

บรูโน่คงติดค้างอยู่ในชั้น 7 ของอพาร์ตเมนต์เก่าย่านชานเมืองนานเกินไป นานจนบางวินาทีเผลอคิดว่า ชาชินกับกลิ่นของความเจ็บปวดและรสชาติของความทรมาน แต่เพลงอบอุ่นแฝงด้วยความโศกเศร้าเพลงนั้นเป็นสิ่งสะกิดเตือนเสมอว่าเขาจะไม่มีวันชาชินกับมัน

ต้นธันวาคม เจ้าหญิงนุ่งผ้าถุงสีฟ้าหม่นมารับเขาที่สนามบินขอนแก่น เส้นผมของเจ้าหญิงสีดำขลับยาวถึงกลางหลัง ตัดกับท่อนแขนขาวผ่องชวนมอง บรูโน่เหมือนอยู่ในความฝัน สนามบินถูกหมอกปกคลุม ไอหนาวแทรกซึมเข้ากัดกร่อนจนได้ยินเสียงกระดูกดำและเส้นเลือดแดงหดตัว เขาจับมืออุ่นๆ ของเจ้าหญิง มือของเขาเย็นชืด เจ้าหญิงบีบมือเขาแน่น จากนั้นทั้งสองก็กอดกัน เจ้าหญิงกระซิบว่า เด็กน้อย ฉันจะดูแลเธอเอง

เจ้าหญิงเหวี่ยงกระเป๋าเสื้อผ้าของเขาพ้นไปเบาะหลัง จากนั้นปล่อยให้เขาคุดคู้อยู่ข้างเธอตรงเบาะหน้า ท่าทางของบรูโน่ไม่ต่างจากทารกในมดลูก เจ้าหญิงพาเขาออกจากสนามบินขอนแก่นไต่ไปตามก้อนเมฆเหนือความสลับซับซ้อนของภูเขา บอกเขาว่าเรียนขับรถมาจากพ่อ ไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะปลอดภัย ฉันจะไม่ทำให้เธอตาย แล้วเจ้าหญิงก็หัวเราะ

บรูโน่ขดตัวเล็กลง จินตนาการใบหน้าพ่อของเจ้าหญิงที่เขาไม่เคยรู้จัก ผิวกายคงกรำกร้านเหมือนเปลือกของต้นจามจุรีใหญ่ริมแม่น้ำที่แม่เคยพาเขาไปปูเสื่อนอนเล่นบ่อยๆ ดวงตาคงเป็นสีเทา คิ้วดกหนา ริมฝีปากบวมใหญ่ และอาจมีขนยุบยับเต็มแขนไว้ให้เจ้าหญิงดึงเล่น

บรูโน่รู้สึกว่าเจ้าหญิงเปิดแอร์เย็นเกินไป เขาไม่ปริปากบอก เพียงลูบผิวหนังบางๆ ของตนก่อนขดตัวให้เล็กลงไปอีก เขานึกถึงใบหน้าและลมหายใจของเจ้าหญิงขณะขดตัวในอ้อมกอดของชายตัวใหญ่ ตลอดชีวิต บรูโน่ไม่เคยพูดว่ามีพ่อ เขาไม่ค่อยได้ยินแม่เอ่ยเรื่องนี้ยกเว้นเวลาโกรธ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า บรูโน่เฝ้าถมตัวเองด้วยความคิดที่ส่งต่อมาจากแม่ พ่อก็แค่ก้อนเนื้อใหญ่ก้อนหนึ่งที่ทับอยู่บนตัวแม่ตลอดเวลาเท่านั้นเอง เขาไม่ต้องมีพ่อก็ได้

ก่อนผล็อยหลับ บรูโน่ได้กลิ่นเส้นผมของเจ้าหญิงและได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ

เขารู้สึกอุ่นเข้าในหัวใจ

ชั้น 6

ฉันจะไม่ทำให้เธอตาย

ฉันจะไม่ทำให้เธอตาย…

บรูโน่สะดุ้ง ตกจากก้อนเมฆ แผ่นภาพพลิกกลับมายังลิฟต์เก่าโทรม เขาใช้หลังมือขวาอังจมูก รับรู้ถึงกลิ่นเหม็นหืนเอียนๆ ซึ่งอวลไปทั่วปล่องสี่เหลี่ยมคับแคบ มองปุ่มเรืองแสงตรงหน้า เหนื่อยหน่ายจนอยากกดปุ่มสลายตัวเองให้พ้นๆ ไป ชีวิตควรมีจิตวิญญาณเสรี ชายหนุ่มคิดถึงหุบเขาชุ่มชื้นที่มีสายน้ำสีเงินไหลผ่าน เขาคิดว่าควรลงถึงชั้นล่างสุดตั้งนานแล้ว แต่ลิฟต์ยังคงพาชิ้นส่วนของเขาเคลื่อนไหลเชื่องช้า

…ช้าเหมือนสายน้ำซอง

หลังจากโยนตัวเข้าห้องพักหมายเลข 2 ของวังเวียงวิลล่า เจ้าหญิงบอกเขาว่าการเดินทางสู่วังเวียงเป็นเหมือนการทดสอบ สองชั่วโมงครึ่งจากสนามบินขอนแก่นสู่หนองคาย แวะกินข้าวกับซื้อกาแฟที่สะพานมิตรภาพ ก่อนข้ามชายแดนโขยกเขยกไปตามเส้นทางคดเคี้ยวสู่วังเวียงอีกห้าชั่วโมง เจ้าหญิงบอกอีกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตหากยังไม่ตายควรถูกอะไรสักอย่างทดสอบ ความเนิบช้าอาจกร่อนหัวใจให้บอบช้ำบ้าง สายน้ำซองจะชุบชูหัวใจของทุกคนที่ไปถึง

“คืนนี้เธอจงนอนด้วยใจเป็นสุข

ขอจงลืมวันวานผ่านมา…”

เขาฟังเจ้าหญิงฮัมเพลงจนเคลิ้มฝันไปอีกรอบ บนเตียงนุ่มๆ เขาสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนกลิ่นน้ำนม กลิ่นหอมที่แทรกซึมอยู่ในรูขุมขนบนผิวหนังของเจ้าหญิง สัมผัสถึงอ้อมกอดอบอุ่นราวอ้อมกอดแม่ หน้าอกของเจ้าหญิงอ่อนคล้อย หน้าท้องแตกลาย ต้นขาอวบใหญ่

ภายใต้ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แบบของเธอ เขากลับพบว่า อ้อมกอดของเขาสอดประสานลงตัวกับอ้อมกอดของเธอราวถูกออกแบบมาอย่างเหนือชั้น เหมือนชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กกับชิ้นใหญ่ซึ่งตามหากันมานาน

ชั้น 5

พูดถึงกันมานานปี ตึกที่บรูโน่ติดค้างอยู่นี้เคยมีคนตาย “นกน้อย” เด็กสาวผู้อาภัพความรัก ดั้นด้นเดินทางมาจากแผ่นดินไกลโพ้น แผ่นดินที่มีหุบเขาสีฟ้าหม่นและมีสายน้ำสีเงินไหลผ่าน ว่ากันว่ามีเด็กสาวค้าบริการหลายคนถูกทำให้สลายที่นี่ เธอคือหนึ่งในนั้น

ร่างกายของนกน้อยกลายเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ บางชิ้นเล็กกว่าหัวใจเธอเสียอีก ชิ้นส่วนของเด็กสาวอาภัพอัดอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีชมพูใบใหญ่ มันอาจถูกลากมารอลิฟต์อยู่ที่ชั้นไหนสักชั้น บรูโน่ไม่เคยอยากจดจำเรื่องพวกนี้ แต่หัวใจเขาอ่อนไหวเกินกว่าจะลืม

นึกถึงใบหน้าของเด็กสาว ไม่รู้ว่าใบหน้าของเธอจะเหมือนกับใบหน้าเจ้าหญิงหรือเปล่า เส้นผมของนกน้อยคงดำขลับน่าลูบไล้ ก่อนที่จะหลุดออกเป็นกระจุกและสลายไปในกระเป๋าใบนั้น กระเป๋าที่มีแต่กลิ่นของความเจ็บปวดและโศกเศร้า

มีกลิ่นไม่คุ้นจมูกทะลักขึ้นมา บรูโน่เย็นเยียบในกระดูก ตัวแข็งเหมือนกิ่งไม้แห้ง กลิ่นพ่นเข้าใส่เขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับมีใครมายืนหายใจรดต้นคอ สับสนปนเประหว่างกลิ่นหอมเย็นกับกลิ่นหืนแห้ง เขาตัวสั่นเล็กน้อย พยายามบังคับใจไม่ให้เตลิด กลิ่นอาจล่องลอยมาจากอดีตไกลโพ้น หรือจากไซนัสในโพรงจมูกตัวเอง

…หรืออาจมาจากกระเป๋าเดินทางใบสีชมพู

กระเป๋าเดินทางใบสีชมพูที่วางอยู่ตรงมุมลิฟต์ตลอดเวลา!

เจ้าหญิงรื้อของออกจากกระเป๋าเดินทาง เธอส่งสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ สีชมพูให้เขา ในนั้นมีความฝันของเธอเต็มไปหมด เจ้าหญิงบอกให้เขาเปิดไปหน้าที่มีภาพท่าน้ำ เธอชี้ให้ดูภาพหญิงสาวผมยาวเปลือยอก นุ่งผ้าถุงสีฟ้าหม่นยืนเคียงคู่ชายหนุ่ม

“เธอไม่มีใบหน้า…” เขารำพึง

เจ้าหญิงพยักหน้า เธอบอกว่าตั้งใจเว้นบางส่วนเอาไว้ รอวันถูกเติมเต็มโดยมือของคนที่ต้องการเธอจริงๆ สักที

“ต้องการฉันมั้ย…” เจ้าหญิงบีบมือเขา ถามแผ่วเบา

สายลมพัดเอาไอเย็นชื้นของน้ำซองเข้าทางช่องหน้าต่าง ม่านสีขาวเยิบยาบ บรูโน่พยักหน้า ก่อนเดินไปยังกรอบหน้าต่างไม้สีน้ำตาลแก่ ด้านนอกแม่น้ำซองไหลเอื่อยก่อนละลายไปในม่านหมอก เจ้าหญิงตามเข้ามาเงียบๆ สวมกอดชายหนุ่ม สอดมือไปยังด้านหน้า ก่อนเอ่ยเบาๆ

“ไปลอกคราบกันเถอะ”

ชั้น 4

บรูโน่น้ำตารื้น หลับตานึกถึงเจ้าหญิง ป่านนี้คงลอกคราบเปลือยร่างร่ายรำอยู่ในสายน้ำ หรืออาจนั่งจิบชาดอกไม้อยู่ในคาเฟ่สไตล์วินเทจกับชายรุ่นลูกคนใหม่ เธอจะให้หนุ่มน้อยคนนั้นเปลี่ยนผ้าถุงให้เหมือนที่เขาเคยทำหรือเปล่า บรูโน่พยายามปลดปล่อยทุกอย่างให้หลุดลอยไป รวมทั้งภาพหลอนร้อยพัน เขาหลับตานึกถึงภาพตะไคร่น้ำสีเขียวอ่อนบนราวจับทางลงแม่น้ำ ภาพฝาผนังแตกร้าว และภาพชายหนุ่มของวังเวียงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีขาว สวมกางเกงขายาวสีดำ ปั่นจักรยานเคียงคู่หญิงสาวไปตามถนนสีครีมพาสเทล กลางแดดเช้าของตลาดวังเวียง ทุกภาพเจ้าหญิงเป็นคนยื่นกล้องแคนนอนให้และสอนเขาปรับแสงเงา

เจ้าหญิงเปิดกระเป๋าเดินทาง รื้อผ้าถุงออกวางเรียงบนเตียง ทุกผืนเป็นสีฟ้า เธอเลือกออกมาผืนหนึ่ง ส่งให้เขา ก่อนเปลื้องชุดเดิมออกเหลือแต่ก้อนเนื้อขาวโพลน เจ้าหญิงขยับเท้าเข้าใกล้ สั่งให้เขาสูดกลิ่นของเธอและจดจำไว้ จากนั้นเธอแอ่นกายเข้าหา บอกให้เขาสวมผ้าถุงให้เธอ หน้าอกหย่อนคล้อยไร้สิ่งใดปกปิดส่งกลิ่นหอมเหมือนรวงผึ้ง บรูโน่ส่ายหน้าก่อนกระโจนเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง

ทันใดนั้น ซิปกระเป๋าเดินทางตรงมุมลิฟต์ก็ปริแตก

เส้นผมกระจุกหนึ่งหลุดออกจากกระเป๋า พร้อมเสียงสะอื้นโหยแห้ง

บรูโน่เบิ่งตากว้าง เขาส่งเสียงกรีดร้องราวกับเด็กสาว

คนหาปลาสามคนล่องเรือไปตามแม่น้ำ ท้องเรือเต็มไปด้วยกลิ่นคาวกับเมือกเหนียวของปลากด พวกเขาเลิกกู้เบ็ดหลังจากพบกระเป๋าเดินทางตรงพงหญ้าถัดจากคุ้งน้ำ พวกเขาเล่าว่าชิ้นส่วนของเด็กสาวผมยาวคนหนึ่งกำลังบวมโตและพยายามดันตัวเองให้เป็นอิสระจากกระเป๋าสีชมพู

จากเด็กหญิงตัวเล็กๆ วิ่งเล่นอยู่กลางหุบเขาที่มีสายน้ำสีเงินไหลผ่าน บางอย่างยากเกินเข้าใจ ฝูงนกฤดูไหนที่นำทางนกน้อยโบกบินมาติดขังอยู่ในกระเป๋า กลิ่นความโศกเศร้าของเธอนำพาทุกคนมาหาตึกเก่าโทรมที่บรูโน่เช่าอยู่ ห้องนอนของเธอถูกปิดตาย คู่รักของเด็กสาวหายตัวไป ทุกคนพากันแช่งชักเด็กหนุ่มคนนั้น คำแช่งชักทำให้ผนังตึกปริร้าวเป็นทางยาว และส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วเมือง ตอนนั้น บรูโน่โศกเศร้าเกินอยากรับรู้เรื่องการตายของใครอีก เขาเฝ้าแต่คิดถึงเจ้าหญิงตลอดเวลา

“หลับตาสิที่รัก…”

บรูโน่หลับตา

ร่างซีดๆ ของบรูโน่สั่นเทิ้ม เขารู้ดีว่าปุ่มเรืองแสงยังค้างอยู่ที่หมายเลข 4

มีเสียงร่ำไห้ขณะกระเป๋าเดินทางเปิดออก คล้ายเสียงเจ้าหญิง บรูโน่อยากหลับตาไม่รับรู้อะไร แต่เสียงร่ำไห้แหบแห้งสะกดให้เขาลืมตา นิ่งงันมองก้อนกลมๆ ผมยาวเกรอะกรังไปด้วยดินโคลน ค่อยๆ โผล่ออกมา

ก้อนกลมๆ ที่ไร้ใบหน้า

ชั้น 3

“ฉันจะไม่ทำให้เธอตาย”

บรูโน่ยินเสียงกระซิบของเจ้าหญิง เสียงกระซิบที่ดังอยู่ในกระเป๋า ในมวลอากาศทึบทึม และตรงข้างหูบรูโน่ เจ้าหญิงสัญญาว่าจะไม่ทำให้เขาตาย หลายปีที่ผ่านมาบรูโน่ถูกตอกตรึงเอาไว้ด้วยคำสัญญานี้ บรูโน่น้ำตารื้น เธอไม่รู้หรือว่าการทิ้งให้ใครเดียวดายนั้นยิ่งกว่าการตาย และยิ่งกว่าการทำร้ายใดๆ ในโลก

ภาพทรงจำย้อนไป ริมน้ำซองเช้านั้น หมอกหนาทึบค่อยๆ จางลง ไม่มีเสียงเพลง เขาตื่นมาพบร่างเปลือยเปล่าของตัวเองที่รีสอร์ตริมน้ำ ไร้เงาเจ้าหญิง บนที่นอนสีขาวมีเส้นผมกระจุกหนึ่ง ข้างกันนั้นเป็นผ้าถุงสีฟ้าหม่นผืนหนึ่งถูกพับไว้สวยงาม เขาวิ่งไปยังท่าน้ำ พบแต่สายหมอกเรื่อยริน

น้ำตาของบรูโน่ไหลลงแม่น้ำซอง ก่อนเลือนหายไปในสายหมอก

บรูโน่กลับเข้าห้อง สูดดมกลิ่นผ้าถุง ล้มตัวลงนอนสะอื้น ใช้สองมือขาวซีดโอบกอดตัวเอง ยินเสียงเพลงล่องลอยมาตามลำน้ำ แวะกระซิบข้างหูคนทุกข์ระทมแผ่วเบา ก่อนเลือนลับไป

“หลับตาสิที่รัก ในวงแขนของฉัน…”

“หลับตาสิที่รัก…” เสียงกระซิบเย็นวาบข้างหู บรูโน่ถลันร่างประชิดประตูลิฟต์ กรีดร้องโหยหวน สองมือทุบใส่ประตูไม่ยั้งจนบานประตูลิฟต์แดงฉานไปด้วยเลือด บรูโน่ทุบจนกระดูกนิ้วมือทั้งสิบนิ้วแตกหักแทงทะลุออกมาราวกับกิ่งไม้แห้งสีขาวที่เพิ่งถูกจุ่มลงในถังสีแดง

ในความหม่นมัวของปล่องลิฟต์ หญิงผมยาวสวมผ้าถุงสีฟ้าหม่นยืนยิ้มเยือกเย็น เธอขยับริมฝีปากพร้อมโน้มตัวกระซิบเสียงเพลงที่ข้างหูเขาตลอดเวลา บรูโน่สะอื้น ตัวสั่นเหมือนลูกนกใกล้ตาย

ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เสมอสินะ… บรูโน่รำพัน

เจ้าหญิงไม่ปล่อยเขาไปไหน สองแขนสวมกอดบรูโน่ไว้จากด้านหลัง ขณะขยับปากร้องเพลงตลอดเวลา แม้ว่าขากรรไกรทั้งสองข้างของเธอจะหลุดห้อย ริมฝีปากฉีกกว้างออกไปจนถึงใบหูแล้วก็ตาม

หลับตาสิที่รัก ในวงแขนของฉัน

“ฉั น จ ะ ไม่ ทำ ให้ เ ธ อ ต า ย…”

ชั้น 2

“แม่ครับ ถ้าผมตายแม่จะยังกอดผมมั้ย” เด็กชายตัวเล็กผิวขาวซีดเงยหน้าถามหญิงตัวใหญ่

“แม่จะกอดลูกเสมอ…” ผู้เป็นแม่ตอบ ก่อนใช้หลังมือขวาปาดน้ำตา

“แม่ร้องไห้ทำไมฮะ” เด็กชายถาม รู้สึกคันยุบยิบในดวงตา

เขาไม่เคยชอบเวลาเห็นแม่ร้องไห้

“ทำไมเราต้องร้องไห้ด้วยครับ”

“เพื่อระบายน้ำตาขมๆ ออกไง…” ท้ายประโยคเสียงแม่ของเด็กชายเบาลง เธอลูบไล้หนังกำพร้าขาวซีดเหมือนกระดาษของเด็กชาย พยายามกลั้นน้ำตาที่เหมือนจะแตกผุดอีกหลายระลอก

“แล้วทำไมคนเราต้องมีน้ำตาด้วย”

“น้ำตาเป็นชิ้นส่วนของชีวิต ชิ้นส่วนที่มีเหมือนกันทุกคน สักวันลูกจะเข้าใจ”

เด็กชายยื่นแขนเผือกให้แม่

“ทำไมชิ้นส่วนผมไม่เหมือนคนอื่นครับแม่…”

ทุกชิ้นส่วนของบรูโน่ติดค้างอยู่ริมแม่น้ำซองอย่างเดียวดาย เขาตะเกียกตะกายไปทุกที่ที่เคยจับมือเดินไปกับเจ้าหญิง สูดดมตะไคร่น้ำตามราวจับทางลงท่าน้ำอย่างบ้าคลั่งเพื่อหากลิ่นเธอ สามวันต่อมาจึงเข้าใจว่าที่นี่ไม่มีเจ้าหญิงของเขาอีกแล้ว

การรอคอยมีกลิ่นขม การจากไปมีกลิ่นขมเช่นกัน ตอนที่บรูโน่นั่งมองชิ้นส่วนของแม่ค่อยๆ จมลงในน้ำ เขาก็ร้องไห้อย่างขมขื่นไม่ต่างจากตอนเจ้าหญิงจากไป เขานึกสงสัยระหว่างความปีติยินดีที่แม่จมลงไป กับการเฝ้ารอคอยว่าแม่จะโผล่ขึ้นมา หากแม่น้ำคายแม่ออกมาแม่จะพาใครขึ้นมาด้วย อาจเป็นวิญญาณพ่อ พ่อที่เขาไม่อยากเจอ

บรูโน่รอจนค่ำ ท้องฟ้าสีส้มค่อยๆ ถูกสีดำกลืนกิน แมลงกลางคืนกรีดปีกส่งเสียงให้กันเป็นทอดๆ ไม่มีชิ้นส่วนไหนของแม่โผล่ขึ้นจากน้ำ บรูโน่กลับเข้าบ้าน ตรงไปรื้อเสื้อผ้าของแม่ เขาเลือกผ้าถุงสีฟ้าหม่นกับเสื้อแขนกุดสีขาวมาสวมใส่ สมมุติตัวเองเป็นแม่ เขาพร้อมแล้วที่จะล่องลอยออกไปร่ายรำในสายน้ำ

ลมจากแม่น้ำหอบไอเย็นมาเป็นระลอก บรูโน่ห่อไหล่ นั่งเงียบเชียบในความมืด นึกถึงอ้อมกอดของแม่ แม่ไม่กลับมาแล้วจริงๆ

“ไม่น่าเลย” เขาคิด

“…ควรเก็บเส้นผมของแม่เอาไว้บ้าง”

เส้นผมหอมๆ ของแม่

จากนั้นบรูโน่ก็เริ่มคิดถึงหน้าอกหย่อนคล้อย หน้าท้องแตกลาย แขนขาเผละผละ บรูโน่ล้มตัวบนที่นอน สูดดมร่างกายตัวเอง สลับสูดดมที่นอนและผ้าห่มของแม่ วาบหนึ่ง บรูโน่คิดว่าอาจดีแล้วที่เขาทำแบบนี้ ร่างกายเผละผละของแม่ไม่ควรอยู่เพื่อผลิตน้ำตาอีกต่อไป

โลกนอกหน้าต่างถูกหยอกเย้าด้วยละอองน้ำค้าง โลกในบ้านเหน็บหนาวและไม่มีใครอื่น บรูโน่ลูบไล้หนังกำพร้าเย็นชืดของตัวเอง ร่ายรำโดดเดี่ยวขณะหลั่งน้ำตา เขาเลียน้ำเค็มขมที่ริมฝีปากตลอดเวลา ก่อนผวาเกร็งตัวและหลับไป

“คืนนี้เธอจงนอน ด้วยใจเป็นสุข…”

บรูโน่สะอื้น สะอิดสะเอียนทุกภาพทุกกลิ่นที่รับรู้ อยากหลับตาตามเธอสั่งเหมือนที่เคยเป็นมา แต่คราวนี้เขากลับหันหน้าไปเผชิญกระเป๋าเดินทางสีชมพู ออกมาสิวะพวกมึง ออกมาหลอกหลอนกูเสียให้พอ

เจ้าหญิงปากกว้างยังเกาะตัวบรูโน่ กลิ่นตัวของเธอหืนแห้งเหมือนกลิ่นชิ้นส่วนของแม่ก่อนถูกโยนลงน้ำ บรูโน่ยิ้มขมขื่น นิ่งมองมือเล็กๆ ที่ยื่นออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับกระจุกผมและก้อนเนื้อเปื่อยๆ

เจ้าหญิงยื่นมือรับและกินมัน

ก้อนที่สอง เธอส่งให้บรูโน่

ชั้น 7

มีใครบางคนอยู่บนตัวแม่ เด็กชายรับรู้การเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดของพื้นและผนังบ้านตลอดเวลา แม่ใช้ผ้าชุบน้ำยาเช็ดกลิ่นของพ่อออกจากทุกชิ้นส่วนของบ้าน แม่บอกพ่อจะไม่กลับมา ผิวขาวเผือกของเด็กชายกลายเป็นสีชมพูอมแดง แม่บอกว่าเส้นเลือดของเขาขยายตัวมากเกินไป ลูกไม่ควรตั้งคำถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายคนนั้น หรือผู้ชายคนไหนก็ตาม สิ่งเดียวที่แม่บอกให้เขาทำคืออยู่ใกล้แม่เอาไว้ กินยาตามที่แม่บอก และหลับตาเอาไว้เมื่อความมืดมาเยือน

เด็กชายเห็นเส้นเลือดของแม่กับของชายคนนั้นเลื้อยเข้าหากัน จากนั้นเนื้อหนังส่วนหน้าท้องของชายคนนั้นก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกับแผ่นหลังของแม่ราวกับพวกปลาแองเกลอร์

เด็กชายร้องไห้ตลอดเวลาที่ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบและเสียงครวญดังมาจากห้องแม่ แต่หลังจากปลาแองเกลอร์ตัวนั้นอิ่มและออกไป แม่ก็กลับมาเป็นแม่คนเดิม แม่ที่ลอกคราบเปลือยเปล่า สั่งให้เขาเข้าไปกอดและเอาแต่ร้องไห้ น้ำตาของแม่ไหลไปรวมกับแม่น้ำคดเคี้ยว

บางครั้งเขาคิดว่าแม่ควรลงไปอยู่ในน้ำ

การรอคอยมีกลิ่นขม บรูโน่นิ่งคอยเนิ่นนานกว่าที่ประตูสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองบานจะแยกจากกัน ชายหนุ่มเดินเข้าข้างใน กดปุ่มหมายเลข 1 ประตูสองฝั่งหุบเข้าหากันอย่างเชื่องช้า

…คืนนี้เธอจงนอน ด้วยใจเป็นสุข

เสียงเพลงแผ่วเบาว่อนเวียนอยู่ในปล่องสี่เหลี่ยมขนาด 1.10 x 1.40 เมตร

ใครสักคนคลานออกจากกระเป๋า บรูโน่รู้สึกคุ้นหน้าเด็กสาวคนนั้น กลิ่นของเธอหืนเย็น ความโหยแห้งของดวงตาเด็กสาวเสียดลึกเข้าถึงก้านสมองของบรูโน่ เด็กสาวผมยาวส่งยิ้มให้เขา เลื้อยร่างกายยวบยาบและเย็นชืดผ่านหลังเท้าเขาไป ก่อนไต่ผนังลิฟต์ขึ้นเพดาน หัวของเธอห้อยลงมาด้านล่าง สบตาชายหนุ่มก่อนกระซิบแผ่วเบา

“หนูหนาว อยากกลับบ้าน…”

เจ้าหญิงปากกว้างยังรัดรึงบรูโน่จากด้านหลัง เธออ้อมมือขวามาปลิ้นเปลือกตาของบรูโน่ออก เด็กสาวผมยาวห้อยหัวสบตานิ่งนาน ดูนี่ ดูนี่ เจ้าหญิงกระซิบ บรูโน่ส่ายหน้า เขายินเสียงร่ำไห้ปนกับเสียงหัวเราะเยือกเย็น บรูโน่คิดถึงกลิ่นของแม่ คิดถึงการร่ายรำใต้สายน้ำเยือกเย็น

ใจของบรูโน่สงบลงเมื่อคิดถึงแม่ พร้อมยอมรับทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ทรมานของปัจจุบัน หรือวิญญาณของอดีตที่ตามหลอกหลอน

เด็กสาวยิ้มเศร้า ก่อนหล่นเผละจากเพดานปล่องลิฟต์ลงมาเป็นก้อนเนื้อเละๆ ขาของบรูโน่กระตุกเล็กน้อย เจ้าหญิงปากกว้างใช้มืออีกข้างกดร่างบรูโน่ลงกับพื้น จากนั้นขยุ้มชิ้นส่วนเด็กสาวยัดปากบรูโน่ทีละชิ้น

ก้อนเนื้อที่บรูโน่กำลังกินมีขนเต็มไปหมด ไม่ใช่ขนของมนุษย์แต่เป็นขนอ่อนๆ เหมือนขนลูกนก

บรูโน่ยอมจำนน เขากินเด็กสาวและร้องไห้ เธอไม่ควรมาอยู่ที่นี่ แม่น้ำควรพาเธอกลับสู่บ้าน ใครสักคนคงรอคอยการกลับไปของนกน้อย ฉันกำลังกินเธอ ไม่ควรเป็นแบบนี้ ไม่ควรเลยจริงๆ

เจ้าหญิงป้อนชิ้นส่วนของเด็กสาวให้บรูโน่กินจนหมด บรูโน่กลายร่างเป็นลูกนกถูกป้อนเหยื่อ ในอกของเขาโหยแห้ง น้ำตาคลอ

แผ่นภาพพลิกไปมา บรูโน่เห็นภาพทรงจำสีเทาหม่น มีลูกนกนอนแห้งอยู่ริมแม่น้ำใต้ต้นฉำฉา เด็กชายผิวเผือกคนหนึ่งกอบลูกนกขึ้นแนบอก น้ำตาของเด็กชายหยดลงบนขนอ่อนของมัน

“มันตายแล้ว” แม่บอกเขา ก่อนจับซากลูกนกโยนหายไปในสายน้ำ

เจ้าหญิงยิ้มให้บรูโน่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนกระชากปากซีกล่างของเธอที่กำลังพะงาบอยู่หลุดออกจากขากรรไกรส่งให้บรูโน่ จากนั้นดึงลิ้นเมือกๆ และควักชิ้นส่วนบนใบหน้าตนออกจนหมดสิ้น

หมายเลขที่ปุ่มเรืองแสงค่อยๆ เปลี่ยนไป…

7

6

5

4

3

2

หลับตาสิที่รัก ในวงแขนของฉัน…

เสียงเพลงเยือกเย็นว่อนเวียนในปล่องลิฟต์ไม่สิ้นสุด บรูโน่สูดดมเส้นผมก่อนหลับตาในอ้อมกอดเย็นชืดของเจ้าหญิงไร้ใบหน้า ราวกับวิญญาณเด็กน้อยคุดคู้อยู่ในมดลูกเรื้อร้างของแม่

เมื่อไหร่ที่แสงไฟผุดวาบตรงเลข 2 และกำลังจะเลื่อนลงต่ำ บรูโน่จะพบตัวเองดีดตัวขึ้นไปยืนอยู่ที่หน้าลิฟต์ชั้น 7 เสมอ

ข้างๆ กันนั้น กระเป๋าเดินทางสีชมพูสามใบกำลังบวมเป่ง ส่งกลิ่นหืนเย็นและกลิ่นของความโศกเศร้าอวลท่วมตึกเก่าโทรมที่ผนังกำลังปริร้าว

ตึกที่ไม่มีใครอีกแล้ว

นอกจากวิญญาณโง่เขลาและเดียวดายจำนวนหนึ่ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วิญญาณโง่เขลาและเดียวดายจำนวนหนึ่ง | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
E-DUANG | คำถามใหม่ ในทาง การเมือง คำถาม อาทิตย์ 13 กันยายน
บิ๊กจ๋อ-มัลลิกา นำทีมรับโล่ “ฐานันดร 4” ยกย่องคนสื่อ–คนทำดีเพื่อสังคม ครบรอบ 10 ปี สมาคมสมาพันธ์นักข่าว ประเทศไทย
“วัชระพล” ลุยกำจัด “ปลาหมอคางดำ” ไม่รอศาลฯ ชี้ขาดถึงที่สุด-ยกเป็นพันธกิจต่อประชาชน – ลั่น! เดินหน้าเข้มข้นไม่ต่ำกว่ามาตรฐานคำพิพากษาศาล
ดร.เรือบิน เผยวัตถุดิบสุดท้ายที่พิสูจน์ว่า #เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ได้ถูกส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว
เปิดตัว “Thai Content Hub (TCH)” คลังข้อมูลภาพยนตร์ไทย ผลักดันหนังไทยสู่เวทีโลก
สส.วิทวัส พรรคประชาชน ชี้กระทรวงพาณิชย์ จัดงบปี 70 หลายโครงการเสี่ยงไม่คุ้มค่า ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น
สภาสังคมสงเคราะห์ระดมแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ “ปลัดเก่ง-ดร.วันดี” ร่วมแจม!!
เชลยศึกสงครามลาว (47)
ลักษณ์ แห่ง ตัวแทน ‘ศรีบูรพา’ สงครามชีวิต ความคิด การเมือง
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (192)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับประวัติศาสตร์ไทยฉบับวิพากษ์ (30)