bg-single

เปิดชีวิตชาวไทยในนิวยอร์ก กลางวิกฤตโควิด-19 ความเสี่ยง-ความตึงเครียด ความเอื้ออาทร-ความหวัง

13.04.2020

การระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ที่คืบคลานไปหลายประเทศ สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศมหาอำนาจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดมากที่สุดในโลก จากไม่กี่จุดในบางเมืองก็ขยายตัวราวไฟลามทุ่ง

ถือเป็นโจทย์ท้าทายทางสาธารณสุขครั้งใหญ่ทั้งรัฐบาลจนถึงระบบสาธารณสุขและประชาชนของประเทศนี้

ตัวเลขล่าสุดของการระบาดก็น่ากังวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นกว่า 3 แสน 3 หมื่นราย ผู้เสียชีวิตกว่า 9,600 ราย กลายเป็นประเทศติดเชื้อมากที่สุดในโลก

การใช้ชีวิตในสถานการณ์การระบาดถือเป็นเรื่องที่ต้องระวัง ทั้งการป้องกันตัว การติดตามสถานการณ์

แต่ถ้าหากอาศัยอยู่พื้นที่ศูนย์กลางแพร่ระบาด ยิ่งต้องระวังพร้อมกับเผชิญภาวะความกังวลและความเครียดว่าตัวเองจะติดเชื้อเมื่อไหร่?

 

“ชูก้า” ชาวไทยที่พำนักอยู่ในย่านควีนส์ของนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเขตที่มีชาวไทยและชาวเอเชียอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีร้านอาหารไทย-จีนมากมาย แต่การต้องเป็นศูนย์กลางการระบาดใหญ่ ความคึกคักกลับแทนที่ด้วยความเงียบงัน

“ชูก้า” ชื่อที่เพื่อนร่วมงานเรียกเธอ ได้พูดถึงการใช้ชีวิตในวิกฤตนี้ว่า อยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างใกล้กับโรงพยาบาลเอล์มเฮิร์ส (Elmhurst Hospital Center) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด ดิฉันอยู่ที่ควีนส์ จริงๆ แล้วนครนิวยอร์กที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือยิ่งตรวจมากขึ้น จำนวนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ประมาณนั้น

ตอนแรกเลย ควีนส์เป็นพื้นที่ที่มีคนไทยอยู่เยอะ เป็นย่านของคนไทย คนจีน ชาวเอเชีย มีร้านอาหาร เป็นชุมชนคนไทย เดินแถวนี้จะเจอคนไทยด้วยกัน หรือได้ยินคนพูดภาษาไทยค่อนข้างเยอะ เขาจะเรียกเหมือนกับเป็นไทยทาวน์ คือจริงๆ ไม่มีไทยทาวน์ แต่บริเวณนี้มีร้านอาหารไทยค่อนข้างเยอะ

ตอนที่เริ่มมีการระบาด จะเป็นที่รัฐนิวยอร์ก ที่เวสต์เชสเตอร์ เคาน์ตี้ก่อน เนื่องจากมีทนาย ตามที่อ่านข่าวมา คือทนายคนนี้ไม่ได้เดินทางไปไหน ไม่ได้ออกนอกประเทศเลย เขาไปฟลอริดา กลับมาเปิดสำนักงานกฎหมายในแมนฮัตตัน ตัวทนายอาศัยอยู่ในเวสต์เชสเตอร์ เปิดสำนักงานก็มีคนเข้ามา ก็ไม่มีใครรู้ว่ามีผลตรวจเป็นบวก

จากนั้นเขาก็ป่วย มาตรวจเชื้อแล้วผลเป็นบวก ทำให้คนที่มาติดต่อกับสำนักงานของเขาเป็นหลักพันต้องไปกักตัว

ลูกของทนายที่เรียนในย่านบรองซ์ก็ต้องปิดโรงเรียน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้น แต่ก็ไม่ได้เป็นเหตุการณ์เดียว

แต่จะเกิดขึ้นตรงนั้น ตรงนี้ แล้วจากนั้นเขาก็ตรวจคนเพิ่มขึ้น แล้วจะพบว่าติดเยอะขึ้น ประมาณนี้

“มันเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ไม่ใช่แค่ทนายคนเดียว แค่เหตุการณ์ของทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

 

“ชูก้า” ยังเล่าสภาพการทำงานในช่วงนี้ว่า เป็นกลุ่มผู้รับมือชุดแรก (First responder) คือตอนนี้คนที่จัดว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานที่สำคัญ (Essential Worker) ก็จะเป็นหมอ พยาบาล อีเอ็มเอส ตำรวจ เจ้าหน้าที่ และพนักงานในขนส่งมวลชน ยังคงเป็นผู้ทำงานที่สำคัญ แต่ตัวเองทำงานในสภาพที่เสี่ยง ไม่ได้เป็นหมอ พยาบาล แต่เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้รับมือกลุ่มแรก

พอดีตัวเองทำงาน แล้วมีอาการไอ เราเริ่มไอ เลยไปหาหมอ หมอสั่งให้หยุดดูอาการ แต่ข้อดีคือไม่มีไข้ เราทำงานที่คนเอเชียทำกันน้อย พอมีอาการไอ ก็รู้สึกไม่สบายใจ หมอก็เลยให้หยุด 3 วัน ทีนี้ถ้าจะกลับไปทำงานได้คือต้องเคลียร์สภาพตัวเองก่อน ให้แน่ใจว่าเราไม่ติดเชื้อ ก็ไปตรวจเชื้อ แล้วรอผล

ตอนนี้ไม่ได้ไอเพิ่มขึ้นแต่ก็ต้องระวังตัว หลังตรวจเราก็ไม่รู้ว่าไปแพร่อีกเมื่อไหร่ ทีนี้ก็จะเห็นส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ คนส่วนใหญ่ที่นี่จะใส่หน้ากากตั้งแต่มีข่าวออกที่จีนแล้วว่าเป็นโรคระบาด เขาเริ่มต้นใส่หน้ากากเร็วมาก ส่วนใหญ่คนในพื้นที่ก็จะมีความเชื่ออีกกระแสที่ว่า ถ้าไม่ป่วยก็ไม่ต้องใส่หน้ากาก แล้วก็จะเห็นว่า อย่างทุกวันนี้ออกนอกบ้าน ไปซื้อกับข้าวก็จะเห็นบางคนไม่ใส่

เมื่อวันก่อนไปหาหมอ ไปทำสวอบ เทสต์การติดเชื้อโควิด คือในพื้นที่ที่เราไปตรวจ ดิฉันจะพยายามไม่ไปโรงพยาบาล ไม่ไปที่มีคนอยู่เยอะ จะเลี่ยง เพราะน่ากลัว บางทีก็ได้ยินว่า ไปตามจุดนั้นแล้วติดเชื้อจากที่มีคนอยู่เยอะ เราก็ไม่ไป มีคนไอ แต่เราก็รักษาระยะ 6 ฟุต แล้วใส่หน้ากาก

คือเราเห็นด้วยตาตัวเอง เขาไอแล้วยังไม่ใส่หน้ากาก เป็นเรื่องแบบคงห้ามกันไม่ได้ เป็นเรื่องส่วนบุคคลเหมือนกัน

 

การที่ พื้นที่ศูนย์กลางการระบาดถือว่าเสี่ยงมาก ชูก้ายังยอมรับว่ากังวลอยู่ แต่จริงๆ แล้วก็มีเรื่องดีๆ ที่ได้เห็นเหมือนกัน อย่างในกลุ่มคนไทยในนิวยอร์ก ก็จะเป็นกลุ่มในโซเชียลมีเดีย หลังจากเกิดสถานการณ์ระบาดนี้ขึ้น ร้านอาหารหลายร้านก็ทำได้แค่สั่งกลับบ้านหรือเดลิเวอรี่ หรือปิดร้าน เพราะทำไปแล้วไม่คุ้ม คนป่วย ร้านอาหารจีนที่กินประจำก็ปิดเลย ร้านอาหารไทยก็เร็วๆ นี้เพิ่งปิด เห็นปิดเยอะมาก เหลือแค่บางร้านที่ยังเปิด

แต่ว่าเราเห็นความช่วยเหลือของกลุ่มคนไทยในโซเชียลมีเดีย จะมาโพสต์กันว่า บางร้านรู้ว่า บางคนไปทำงานไม่ได้ คนไทยที่ทำงานร้านอาหาร ถ้าสถานการณ์นี้จะทำงานไม่ได้ เขาจะมีให้มารับอาหารฟรี ทำกับข้าวมาหยิบกินได้ จะมีโพสต์กันให้เอาอาหารมากินได้

หรือกลุ่มคนที่ทำงานด้านการแพทย์ คนที่ทำงานเป็นพยาบาลจะมาโพสต์เล่าให้ฟังว่า สถานการณ์เป็นยังไง ต้องระวังกันยังไง หรือแชร์กันว่า ตอนนี้หน้ากากหาได้ที่ไหนบ้าง หรือมีความช่วยเหลือว่าตอนนี้หน้ากากขาดแคลนในกลุ่มผู้รับมือกลุ่มแรก

นอกจากนี้ ทางผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กก็พยายามจะจัดหาเครื่องป้องกันให้เพียงพอ ไม่ใช่ว่าขาดแคลนแล้วไม่ดูแล แต่ในความที่เหตุการณ์ระบาดนี้ ไม่มีใครวางแผนหรือรับมือเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน อาจจะมีความล่าช้า

อีกทั้งได้ยินเรื่องราวจากพี่พยาบาลคนไทยที่มาเล่าว่า ทำงานกับผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ หน้ากากอันหนึ่งก็ต้องใส่ถึง 7 วัน แล้วก็มีกลุ่มที่จะหาทางช่วยเหลือร่วมมือกันตรงนี้อีกทาง ไม่ได้รอความช่วยเหลือจากรัฐอย่างเดียว

ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดการระบาด ทางรัฐนิวยอร์กได้มีการรับมือโดยใช้ศูนย์ประชุมจาร์วิต เซ็นเตอร์ ให้เป็นศูนย์รองรับผู้ป่วย และยังเรียกหน่วยงานเป็นทหารสหรัฐจากกองกำลังสำรอง (National Guard) มาช่วยที่ศูนย์ประชุม จัดหาเตียงรองรับผู้ป่วย 1,000 เตียง

และเมื่อไม่นานมานี้ ที่เซ็นทรัลปาร์ก ก็จะตั้งศูนย์เพื่อรองรับผู้ป่วยอีกจุดเหมือนกัน แล้วก็จะมีเรือพยาบาลของกองทัพเรือสหรัฐที่จะมารับผู้ป่วย พวกเขาเตรียมเร่งเตรียมการ แต่อย่างที่บอก เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีการตั้งรับล่วงหน้ามาก่อน

แม้ตอนนี้ดิฉันอยู่บ้าน แต่ถ้าตรวจแล้วผลออกมาไม่ติดเชื้อ ก็ต้องกลับไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงอยู่ดี



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สนทนา ‘อิสริยะ-ภาวุธ’ 2 ขุนพลไอที ‘พรรคประชาชน’ ‘รัฐเอไอ’ ควรทำงานกันอย่างไร?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว
ฉากชีวิต ‘บ่าวนิก สกลนคร’ จากนักแสดงเวทีรัชดาลัย สู่ สัปปายะสภาสถาน บทบาท ส.ส. ‘กล้าธรรม’
เหยี่ยวถลาลม | ‘ป.ป.ช.’ ระอุ ‘แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน’ ไม่ทันจาง ‘ศักดิ์สยาม’ เข้ามาแทรก
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาสรรพยา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
เช็กสเป๊ก ‘ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16’ ใครมาแรงแม่ทัพสีกากี? จับตา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ จัดทัพนายพล
ธงทอง จันทรางศุ | สะสางสิ่งสะสม ด้วยธุรกิจ ‘ผู้ช่วยจัดระเบียบ’
รัฐบาลเตรียมจัดรับขวัญเดือนพระราชธิดา สมเด็จฯ ทรงปลื้มพระทัย ตรัส ”เรามีนางงามแล้ว”
จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ