bg-single

การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โรคโควิด-19*

03.05.2020

*รศ.ดร.นพ.บุญสิน  ตั้งตระกูลวนิช คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์

คำถามที่เป็นข้อถกเถียงทั่วโลกเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ขณะนี้คือ ควรผ่อนคลายหรือปลดมาตรการ    ล็อกดาวน์หรือไม่ เมื่อไหร่ อย่างไร เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ใช้ควบคุมโรคโควิด-19  ถือเป็นยาแรงที่มีคุณอนันต์และก่อให้เกิดโทษมหันต์  ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทำให้คนทั่วโลกตกงานหลายล้านคน และเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวมากขึ้น รัฐบาลไทยควรตัดสินใจอย่างไรเพื่อบรรเทาผลกระทบจากมาตรการนี้ โดยที่ยังสามารถควบคุมโรคได้ มีทางเลือก-ทางออกและความเสี่ยงอะไรบ้าง

 

ทางเลือก-ทางออก-ความเสี่ยง คืออะไร?

สถานการณ์วิกฤติโควิด-19ในประเทศไทย ได้คลี่คลายกว่าในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศโลกตะวันตก จำนวนผู้ป่วยใหม่และจำนวนผู้ป่วยที่รักษาตัวในสถานพยาบาลที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายและสามารถกลับบ้านที่มากขึ้น ประเทศไทยได้รับคำชมจากทั้งองค์การอนามัยโลก (WHO) และประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่ารัฐบาลไทยสามารถบริหารจัดการโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในช่วงเปลี่ยนผ่าน (transition phrase) เพื่อให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติใหม่ โดยต้องยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ พรก.ฉุกเฉินหรือเคอร์ฟิว รัฐบาลจะบริหารจัดการได้ดีเพียงไร จะเกิดปัญหาการแพร่กระจายโรครอบใหม่ (re outbreak) ดังเช่นที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นหรือสิงค์โปร์ หรือไม่ โดยมีทางเลือก-ทางออกและความเสี่ยงแต่ละทางเลือกคืออะไร

1.ดำเนินการล็อกดาวน์ต่อ (health before economy) ข้อดีคือสามารถควบคุมการแพร่กระจายโรคได้ดี ลดโอกาสเกิดการระบาดรอบใหม่ ลดโอกาสการเกิดปัญหาที่มีผู้ป่วยเกินกว่าศักยภาพของระบบสาธารณสุข แต่ข้อเสียคือ ผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจ องค์การการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะหดตัว 5% ในปี 2563 ทำให้คนไทยตกงานกว่า 10 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อช่วยเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจ

2.ผ่อนคลายอย่างเป็นระบบ (health together with economy) เป็นการผ่อนคลายมาตรการอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันมีมาตรการรองรับ (exit strategy)  มีการตรวจสอบ (test) การป้องกันและการประเมินเป็นระยะ ๆเพื่อประเมินผลจากการผ่อนคลายมาตรการ เปรียบเหมือนเครื่องบินที่พร้อมลงจอด (landing)  ต้องมีการตรวจสอบสภาพอากาศ ความพร้อมของเครื่องบิน สนามบินและระบบนำร่อง ว่ามีความพร้อมที่จะให้ลงจอดหรือไม่เพียงไร รวมทั้งต้องมีระบบช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน (rescue management) องค์การอนามัยโลกออกแนวปฏิบัติหรือข้อกำหนด* ให้ประเทศต่าง ๆพิจารณาก่อนผ่อนคลายหรือปลดมาตรการล็อกดาวน์โรคโควิด-19 ประกอบด้วยเกณฑ์ดังนี้

  1. สามารถควบคุมการแพร่กระจายโรคได้ดี
  2. มีระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบ ค้นหา ติดตาม กักตัว (isolate) และรักษาผู้ป่วย
  3. สามารถบริหารจัดการจุดเสี่ยง (hot spot) เช่น บ้านพักคนชรา ซึ่งมีโอกาสเกิดการแพร่กระจ่ายเชื้อโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. มีมาตรการป้องกันที่ดี สำหรับสถานที่สาธารณะและโรงเรียน
  5. สามารถบริหารจัดการ ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางจากต่างประเทศได้
  6. ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจและมีความรับผิดชอบ ในการดูแลตนเองและป้องกันโรคโควิด-19

จากแนวปฏิบัติขององค์การอนามัยโลก รัฐบาลไทยต้องนำเกณฑ์เหล่านี้ไปพิจารณาและใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์หรือไม่ อย่างไร  รวมทั้งต้องเตรียม มาตรการรองรับกรณีเกิดมีการระบาดซ้ำ โดยภาพรวมจะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพและมีความพร้อมค่อนข้างสูงที่จะสามารถผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทั้งนี้ขึ้นกับมุมมอง (perspective) หลักคิดและการประเมินความพร้อมของรัฐบาลไทย

3.เปิดประเทศทันที (economy before health) ในหลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกาและประเทศ สวีเดน ได้ปลดล็อกมาตรการล็อกดาวน์ทันทีเพราะต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีการปลดล็อกดาวน์ทันทีเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรครอบใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเพิ่ม 2-3 เท่าของเวลาก่อนหน้าในการควบคุมโรค

 

ผู้เขียนเสนอหลักคิด  “3 P”: Principle, practice and pitfalls ในการวิเคราะห์และตัดสินใจ

หลักในการตัดสินใจ (principle) อาจใช้หลักเหล่านี้เป็นฐานคิดในการตัดสินใจ

การจัดลำดับความสำคัญ (priority setting) เพราะมนุษย์เป็นทรัพยากรสำคัญที่สุด ทุกประเทศถือว่าสุขภาพประชาชนและสังคมเป็นสิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญ (first priority) กว่าเรื่องเศรษฐกิจ (economy)

ประโยชน์กับความเสี่ยง(risk vs benefit) ใช้หลักการประเมินความเสี่ยงเทียบกับประโยชน์ที่จะเกิด ว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงหรือไม่ และคุ้มค่าไหม เป็นหลักการบริหารความเสี่ยง (risk management) โดยตัดสินใจเลือกแนวทางที่ประโยชน์สูงสุดแต่มีความเสี่ยงต่ำสุด

อรรถประโยชน์สูงสุด (utilitarianism) ใช้อรรถประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและสังคมเป็นหลักในการตัดสินใจ โดยคำนึงถึงปัจจัยทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และประชาชน โดยเน้นให้มีผลลัพธ์เป็น “positive sum game” คือได้ประโยขน์ทุกฝ่ายโดยเฉพาะสังคมและโลก

มัชฌิมาปฏิปทาเป็นคำสอนในพุทธศาสนาที่ให้ยึดหลักทางสายกลาง ไม่สุดโต่งไปในทางปัจจัยด้านใดด้านหนึ่งเกินไป ให้มีความประสานสอดคล้องและสมดุล เช่นระหว่าง เสรีภาพกับสุขภาพ เศรษฐกิจกับสุขภาพและโอกาสกับวิกฤติ เป็นต้น

 

แนวปฏิบัติในการตัดสินใจ (practice)

การตัดสินใจปลดมาตรการล็อกดาวน์โรคโควิด-13 หรือไม่หรือเมื่อไหร่ ถือเป็นการกระทำที่ยากมาก (difficult decision) เพราะทุกทางเลือกมีทั้งข้อดี-ข้อเสียและทุกทางออกมีปัญหาและผลกระทบ (consequence) โดยเฉพาะต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม ด้วยองค์ความรู้ที่จำกัดและไม่มีสูตรสำเร็จ (cook book) ที่ประเทศไทยจะสามารถไปลอกเลียนแบบได้โดยตรง จึงเปรียบเสมือนคนตาบอดคลำช้าง ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบท่ามกลางความกดดัน และถ้าตัดสินใจผิดพลาดอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศ ผู้เขียนได้รวบรวมข้อคิดที่อาจช่วยในการตัดสินใจ ได้แก่

“ช้าๆได้พร้าเล่มงาม” ตามสุภาษิตไทยที่ย้ำให้มีรอบคอบก่อนตัดสินใจ คือต้องมีความพร้อมของทั้งประชาชน ระบบสาธารณสุขและสังคม โดยเฉพาะการทำให้สังคมเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และรับผิดขอบ ซึ่งจะเป็นภูมิต้านทานในการต่อสู้กับวิกฤติโควิค-19 หรือ วิกฤติอื่น ๆ ในอนาคต

“ตามหลังผู้ใหญ่สุนัขไม่กัด” ประเทศไทยต้องถอดบทเรียนโดยเฉพาะจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการโรคโควิค-19ได้แก่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือเกาหลี ถึงขั้นตอนกระบวนการ อุปสรรคและหาปัจจัยแห่งความสำเร็จเพื่อกำหนดกลยุทธ์ มาตรการและการเตรียมความพร้อมทั้งระบบ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านช่วงการปลดล็อคมาตรการล็อกดาวน์ เกิดความสัมฤทธิ์ผลสูงสุดและไม่เกิดความปั่นป่วนในสังคม

ยุทธการ เต่าโผล่หัว” คือ การปรับเปลี่ยนกลยุทธไปตามสถานการณ์ ถ้าสถานการณ์ดีมาก (best case) คือ เต่าก็จะโผล่หัว สามารถใช้มาตรการผ่อนคลาย แต่ถ้าสถานการณ์กลับเลวร้ายลง (worst case) เช่น มีการระบาดซ้ำรุนแรง  เต่าก็หดหัวเข้ากระดอง ต้องกลับมาใช้มาตรการที่เข้มงวดใหม่

ทุบด้วยค้อนแล้วปล่อยให้ฟ้อนรำ( the hammer and the dance) ค้อน คือ การควบคุม การฟ้อนรำ คือ การผ่อนคลาย หลักการคือเมื่อมีผู้ป่วยใหม่สูงขึ้น ต้องใช้มาตรการแรงเพื่อต้องการทำให้จำนวนผู้ป่วยใหม่น้อยลง แต่หากเมื่อไหร่ที่ทำได้สำเร็จผู้ป่วยใหม่น้อยลง ก็สามารถผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆได้ตามความเหมาะสม

 

ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดในการตัดสินใจ (pitfalls) ได้แก่

ตัดสินใจเลือกช่วงเวลาผิด (wrong timing) องค์การอนามัยโลกได้ออกจดหมายเตือนไปยังทุกประเทศไม่ให้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไป (premature) ซึ่งอาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ ซึ่งจะทำควบคุมได้ยาก นอกจากนี้ได้จัดทำแนวปฏิบัติเพื่อช่วยในการตัดสินใจดังได้กล่าวแล้ว อย่างไรก็ดีในทางตรงข้าม การตัดสินใจคลายมาตรการที่ล่าช้า (delay) ก็จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม ได้เช่นกัน

ขาดมาตรการรองรับ (lack of backup plan) รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมระบบสาธารณสุขให้พร้อมทั้งระบบเฝ้าระวัง ตรวจสอบ ติดตามและควบคุม ต้องจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ และงบประมาณให้เพียงพอ

การขาดความตระหนักต่อเนื่อง (lack of public awareness) ประชาชนอาจเข้าใจว่าเมื่อผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ก็กลับไปประพฤติปฏิบัติตน (way of life) เหมือนเดิมเช่น ไม่ใส่หน้ากาก ไม่ล้างมือ หรือไม่เว้นระยะห่างทางสังคม รัฐบาลต้องมีมาตรการที่ทำให้ประชาชนยังคงต้องตระหนักว่าจะต้องดำรงชีวิตแบบใหม่ (new normal) ในอนาคต

ไม่สามารถดูแลผู้อ่อนแอในสังคม (vulnerable people) ประชาชนที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐบาลเช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนตกงาน เป็นกลุ่มเสี่ยงที่รัฐบาลต้องรีบช่วยเหลือ ไม่ทำให้เกิดเป็นปัญหาน้ำผึ่งหยดเดียวและทำให้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองได้

ขาดการรับรู้ทางสังคม (public relation) การให้ข้อมูลทั้งการสร้างความเห็นร่วม (collective decision) ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นและการตัดสินใจ จะช่วยลดความขัดแย้งและความสับสน

 

สรุป

ผู้เขียนได้เสนอหลัก “3P”: Principle, practice and pitfalls ในการวิเคราะห์และช่วยตัดสินใจ  ส่วนการตัดสินใจผ่อนคลายหรือปลดล็อกมาตรการล็อกดาวน์โรคโควิด-19 เพื่อเปลี่ยนผ่านให้สังคมไทยกลับคืนสู่ภาวะปกติใหม่ของรัฐบาล จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะสำเร็จหรือไม่เพียงไร ประชาชนคนไทยเท่านั้นจะเป็นผู้ชี้ชะตาประเทศ อย่างไรก็ตามประเทศไทยต้องชนะและผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน

* https://www.who.int/publications-detail/strategic-preparedness-and-response-plan-for-the-new-coronavirus



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว
ฉากชีวิต ‘บ่าวนิก สกลนคร’ จากนักแสดงเวทีรัชดาลัย สู่ สัปปายะสภาสถาน บทบาท ส.ส. ‘กล้าธรรม’
เหยี่ยวถลาลม | ‘ป.ป.ช.’ ระอุ ‘แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน’ ไม่ทันจาง ‘ศักดิ์สยาม’ เข้ามาแทรก
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาสรรพยา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
เช็กสเป๊ก ‘ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16’ ใครมาแรงแม่ทัพสีกากี? จับตา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ จัดทัพนายพล
ธงทอง จันทรางศุ | สะสางสิ่งสะสม ด้วยธุรกิจ ‘ผู้ช่วยจัดระเบียบ’
รัฐบาลเตรียมจัดรับขวัญเดือนพระราชธิดา สมเด็จฯ ทรงปลื้มพระทัย ตรัส ”เรามีนางงามแล้ว”
จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE