เทียบจุดแข็งรุ่นเริ่มต้น 3 ซิตี้คาร์ไฮบริดตัวจี๊ด หลังโตโยต้า ฮึดสู้ฟัดเปิดตัว YARIS ATIV HEV
แม้ภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้จะไม่ค่อยเอื้อให้ตลาดรถยนต์ในประเทศเติบโตมากนัก แต่ค่ายรถยักษ์ใหญ่ก็ไม่ยอมอยู่เฉย ปรับตัวรวดเร็วโดยมุ่งเน้นไปที่การผลิตรถที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานขั้นสุด จนทำให้ตลาดรถซิตีคาร์ไฮบริดในไทยวันนี้คึกคักอย่างยิ่ง
ล่าสุด Toyota เปิดตัว Yaris Ativ HEV เพื่อมาเขย่าตลาดซิตี้คาร์เครือ่งไฮบริด ที่เคยโดนคู่แข่งอย่าง Honda City e:HEV และน้องใหม่มาแรง MG3 Hybrid+ ครองตลาด เป็นโอกาสอันดีให้เราจับเอา 3รุ่นดังตัวเริ่มต้นมาเปรียบเทียบจุดแข็งจุดอ่อน สำหรับคนรักรถที่กำลังมองหารถเล็ก ประหยัด แต่แรงพอตัว แถมใส่เทคโนโลยีมาแบบจัดเต็ม
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกและเปรียบเทียบทั้งสามรุ่นในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ สมรรถนะ ฟีเจอร์ ความปลอดภัย ดีไซน์ และความคุ้มค่า ใครจะเหมาะกับใคร มาดูกัน
1. เครื่องยนต์และสมรรถนะ
Toyota Yaris Ativ HEV
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร (2NR-VEX) DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i
กำลังเครื่องยนต์ 91 แรงม้า + มอเตอร์ไฟฟ้า 80 แรงม้า
กำลังรวมสูงสุด 111 แรงม้า
เกียร์อัตโนมัติ e-CVT
ความเร็วสูงสุด 160 km/h
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 29.4 กม./ลิตร (ทดสอบในห้องแล็บ UN R101)
Yaris Ativ HEV เน้นที่ความประหยัดเป็นหลัก ตัวเลข 29.4 กม./ลิตร ถือว่าประหยัดที่สุดในกลุ่ม ถึงแม้แรงม้าจะไม่สูงมาก แต่พอใช้มอเตอร์ช่วยในจังหวะออกตัวก็คล่องตัวไม่น้อย เหมาะกับคนที่ขับในเมืองเป็นหลัก
Honda City e:HEV
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร (DOHC i-VTEC) 98 แรงม้า
มอเตอร์ไฟฟ้า 109 แรงม้า / แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร
กำลังรวมไม่ได้เคลมชัดเจน แต่สมรรถนะจัดจ้าน
เกียร์ e-CVT
Honda City e:HEV มีความเร็วสูงสุดบนมาตรวัดที่ 185 กม./ชม. แต่ความเร็วที่วัดได้จริงผ่าน GPS โดย headlightmag จะอยู่ที่ประมาณ 177.2 กม./ชม.
Honda City e:HEV มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเคลมไว้อยู่ที่ 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร. การทดสอบในชีวิตจริง โดย ทีมงาน Autospinn ระบุ ว่าสามารถทำได้ 24.7 กิโลเมตรต่อลิตร ในการขับขี่ในเมือง และ 23.7 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับการขับขี่นอกเมือง
มีการทดสอบอื่นๆ ที่ได้ตัวเลขใกล้เคียงกัน เช่น 23-24 กม./ลิตร. การขับขี่ในเมืองอาจได้ตัวเลขที่ดีกว่าเล็กน้อยเนื่องจากระบบไฟฟ้าทำงานบ่อยกว่า.
City e:HEV มีเอกลักษณ์คือใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในความเร็วต่ำถึงกลาง ทำให้แรงบิดมาไวทันใจ ขับสนุกในเมืองและทางไกลก็ยังเหลือ ๆ เรียกว่าเป็นสายบาลานซ์ เน้นสมรรถนะควบคู่กับความประหยัด
MG3 Hybrid+
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Atkinson Cycle 102 แรงม้า
มอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า / แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
กำลังรวมสูงสุด 194 แรงม้า!
เกียร์อัตโนมัติ E-AT
อัตราเร่ง 0–100 km/h ภายใน 8.0 วินาที ความเร็วสูงสุดของ MG3 Hybrid+ ที่ปรากฏบนมาตรวัดคือ 181 กม./ชม. ที่ 5,700 รอบต่อนาที จากการทดสอบของ Headlight Magazine. ความเร็วบนมาตรวัดจะมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความเร็วบน GPS, โดยที่ความเร็ว 100 กม./ชม. บนมาตรวัด จะเท่ากับ 98.4 กม./ชม. บน GPS.
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจริง ~26.2 กม./ลิตร
MG3 Hybrid+ มาแบบโหดสุดในกลุ่ม แรงม้าเกือบ 200 ตัว ทำให้เป็นซิตีคาร์ที่แรงระดับคอมแพ็กต์คาร์เลยทีเดียว เหมาะกับคนที่อยากได้รถเล็ก แต่ขับมันส์เหมือนรถสปอร์ตเล็ก ๆ



2. ดีไซน์และขนาดตัวถัง
Yaris Ativ HEV ดีไซน์เรียบหรู สปอร์ตกำลังดี ไฟหน้า-ท้าย LED ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ตัวรถมีเส้นสายคมชัดดูโตเกินคลาส
Honda City e:HEV ยังคงความคลาสสิกแบบซิตี้ แต่ปรับโฉมให้ทันสมัยขึ้น กระจังหน้าโครเมียม ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ถือว่าดูภูมิฐานที่สุด
MG3 Hybrid+ มาในสไตล์สปอร์ตจ๋า เส้นสายโฉบเฉี่ยวสุด ล้ออัลลอย 16 นิ้วเหมือนกัน แต่ได้ความกว้างและฐานล้อยาวสุดในกลุ่ม ทำให้ดูแน่นและสปอร์ตที่สุด
ในแง่มิติ MG3 Hybrid+ ใหญ่สุด (ยาว 4,113 มม. / กว้าง 1,797 มม. / สูง 1,502 มม.) มีที่เก็บสัมภาระ 293 ลิตร ส่วน Yaris และ City จะเน้นขนาดพอเหมาะกับการใช้งานในเมือง แต่ภายในกว้างนั่งสบายทุกคัน
3. ภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
Yaris Ativ HEV เด่นที่หน้าจอสัมผัส 10.1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto ไร้สาย พร้อมชาร์จไร้สาย แอร์อัตโนมัติพร้อมกรอง PM2.5 และช่องแอร์หลัง เบาะหนังสังเคราะห์สีดำ-เทา
Honda City e:HEV จอสัมผัส 8 นิ้ว อาจเล็กกว่า แต่ได้ความพรีเมียมจากเบาะหนังแท้ผสมสังเคราะห์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์หลัง มีจุดเด่นที่ระบบเชื่อมต่อครบและใช้งานง่าย แถมมี Remote Engine Start ด้วย
MG3 Hybrid+ จัดเต็มที่สุด หน้าจอคู่ Dual Screen มาตรวัดดิจิทัล 7 นิ้ว และจอกลาง 10.25 นิ้ว รองรับ CarPlay/Android Auto ไร้สาย ระบบกรองอากาศ PM2.5 ช่องแอร์หลังครบ ฟีเจอร์ใกล้เคียงรถยุโรปเลยทีเดียว



4. ระบบความปลอดภัย
Yaris Ativ HEV ได้ Toyota Safety Sense รุ่นใหม่ เพิ่มฟังก์ชัน Lane Keeping Control + Adaptive Cruise All-speed, Blind Spot Monitor, RCTA, กล้องรอบคัน PVM และถุงลม 6 ตำแหน่ง ถือว่าให้มาครบและใช้ได้จริง
Honda City e:HEV มากับ Honda SENSING รุ่นล่าสุดเช่นกัน ครบเครื่องทั้งระบบเบรกอัตโนมัติ CMBS, LKA, ACC พร้อม Low-Speed Follow, RDM, LDW และถุงลมรอบคัน จุดเด่นคือระบบทำงานได้แม่นและเชื่อถือได้จากประสบการณ์ในรุ่นพี่
MG3 Hybrid+ จัดเต็มแบบเหนือคู่แข่งกับ MG Pilot + ADAS ครอบคลุมแทบทุกอย่างที่รถยุโรปมี เช่น ACC, AEB, FCW, ELK, LKA, LDW, TJA, กล้องรอบคัน HD, TPMS และถุงลมรอบคัน เรียกว่าอัดแน่นสุดในกลุ่ม
5. ความคุ้มค่าและกลุ่มเป้าหมาย
Toyota Yaris Ativ HEV (719,000 บาท)
เหมาะกับคนที่อยากได้รถประหยัดน้ำมันสุด ๆ ใช้งานในเมืองบ่อย มั่นใจในศูนย์บริการทั่วประเทศ ขับง่าย เน้นความสบายใจและค่าใช้จ่ายระยะยาวต่ำ
Honda City e:HEV (729,000 บาท)
ราคาใกล้ Yaris แต่ได้ภาพลักษณ์ที่พรีเมียมกว่า ขับสนุกกว่าเล็กน้อย เหมาะกับคนที่อยากได้ความลงตัวทุกด้าน ไม่สุดโต่งทั้งแรงหรือประหยัด แต่มั่นใจในแบรนด์และรีเซลดี
MG3 Hybrid+ (579,900 บาท)
จุดขายคือแรงที่สุด ฟีเจอร์แน่นสุด และเทคโนโลยีล้ำ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยากได้รถเล็กแต่แรงสะใจ เทคโนโลยีจัดเต็ม แต่ต้องแลกกับความใหม่ในตลาดและความเชื่อมั่นศูนย์บริการที่ยังสู้เจ้าตลาดไม่ได้
ถ้าจิตใจโน้มไปในทาง ประหยัดคุ้มค่า ใช้ง่าย ไม่จุกจิก – Toyota Yaris Ativ HEV คือคำตอบ
ถ้าจิตใจโน้มไปในทาง อยากได้แบบบาลานซ์ทั้งสมรรถนะ ความพรีเมียม และเชื่อมั่นในแบรนด์ – Honda City e:HEV ก็ถือว่าลงตัว
แต่ถ้าใจรักความแรง เทคโนโลยีใหม่ ๆ และอยากขับซิตีคาร์ที่แรงไม่แพ้รถรุ่นใหญ่ ในราคาที่ดีกว่า – MG3 Hybrid+ คือทางเลือกที่น่าลอง





