bg-single

เกษียร เตชะพีระ : ประชาชนสามารถจะใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนหรือไม่? อย่างไร?

19.10.2018

ประชาธิปไตยของประชาชนต้องเป็นอิสระจากรัฐและทุน ย้อนอ่าน 30 ปี 14 ตุลาฯ (3)

ย้อนอ่านตอน 2

แล้วประชาชนสามารถจะใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนหรือไม่? อย่างไร?

ที่ผ่านมากลุ่มชนและสถาบันที่ครอบงำการนิยามและใช้ประชาธิปไตยในเมืองไทยเป็น ส่วนใหญ่ได้แก่ระบบราชการและภาคเอกชน

ขั้นตอนการเมืองไทยปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างที่กลุ่ม 2 กลุ่มนี้พยายามต่อรองช่วงชิงอำนาจกันอยู่ภายใต้ระบอบสถาบันและหลักการเมืองที่เลือกสรร เน้นย้ำ และดัดแปลงกันแบบรอมชอมชั่วคราวแล้วเรียกว่า “ประชาธิปไตยครึ่งใบ”

เราจะเห็นได้ว่าทศวรรษที่ผ่านมา แนวโน้มทั่วไปก็คือระบบราชการเป็นฝ่ายรับทางยุทธศาสตร์ แต่พยายามรุกทางยุทธวิธีเพื่อหวงที่มั่นทางอำนาจของตนไว้

ในขณะที่ภาคธุรกิจเอกชนเป็นฝ่ายรุกทางยุทธศาสตร์ แต่มักจะตกเป็นฝ่ายตั้งรับทางยุทธวิธี

สัญญาณอันหนึ่งของการนี้ก็คือการที่คำว่า “ภาคเอกชน” หรือ “ภาคธุรกิจเอกชน” ซึ่งพูดง่ายๆ ก็คือ “ทุน” เริ่มมีบทบาทความสำคัญมากขึ้นในภาษาการเมือง

ในขณะที่ “ระบบราชการ” หรือพูดโดยรวมก็คือ “รัฐราชการ” กลับตกเป็นฝ่ายถูกวิจารณ์ กล่าวหา และเป็นตัวปัญหามากขึ้นทุกทีในการสนทนาประสาการเมืองทั่วไป

กรอ. หรือคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนซึ่งกำลังมีบทบาทเป็นแหล่งกำหนด นโยบายทางเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ก็คือประจักษ์หลักฐานทางสถาบันของหุ้นส่วนอำนาจในการปกครองบริษัทประเทศไทยในปัจจุบันนี้

แต่คนพูดกำลังลืมอะไรไปหรือเปล่า?

เราทำอะไรตกหายไปหรือเปล่าในการที่พะวงแต่เน้นย้ำถึงระบบราชการกับภาคเอกชนในภาษาการเมืองไทยปัจจุบัน ราวกับว่าประเทศไทยเราประกอบไปด้วยรัฐราชการและทุนสองกลุ่มสองสถาบันนี้เท่านั้นที่มีเอี่ยวมีหุ้นส่วนอยู่ในชะตากรรมของประเทศชาติ

คำถามที่พึงถามและต้องถามก็คือ เราเอาประชาชน ชาวบ้าน คนชั้นล่าง ประชาคม คนงาน ผู้ใช้แรงงานอีก 40 กว่าล้านคนไปทิ้งไว้ที่ไหน

ในเมื่อมี “ระบบราชการ” กับ “ภาคเอกชน” แล้ว ทำไมไม่มี “ภาคประชาชน” “ภาคแรงงาน” หรือชาวบ้าน ในหุ้นส่วนอำนาจบริษัทประเทศไทยนี้ด้วยเล่า?

การขาดหายไปของคนกว่า 40 ล้านในภาษาการเมืองไทยทุกวันนี้ ในแง่หนึ่งก็คือต้นตอความไร้เสถียรภาพของระบอบประชาธิปไตยไทยปัจจุบัน เพราะตราบที่สถาบันหลักของระบอบประชาธิปไตยไทยดังที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภา พรรคการเมือง หรือการเลือกตั้ง ยังละเลย มองข้าม หรือมองเห็นก็เพียงแบบผิวเผินขอไปทีซึ่งภาคประชาชนของสังคมไทยไม่นำข้อเรียกร้องรูปธรรมของเขาไปยกระดับถึงขั้นนโยบายของพรรค เช่น เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ความชอบธรรมในการนัดหยุดงาน สวัสดิการสังคม ฯลฯ

ตราบนั้นภาคประชาชนก็ย่อมไม่รู้สึกมีส่วนได้เสียกับประชาธิปไตยแบบที่ทำกันอยู่นี้ ก็ในเมื่อเลือกตั้งไปแล้ว ชีวิตการกินอยู่ไม่ดีขึ้น ที่อดยังคงอด ที่ซัดเซพเนจรยังไร้ที่ซุกหัวนอน ก็จะรักษาป้องกันส่วนเกินนี้ไว้ด้วยชีวิตทำไมเล่า? มีอะไรที่ภาคประชาชนจะได้จะเสียกับพรรคการเมืองที่ไม่มีนโยบายค่าจ้างแรงงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมเล่า?

การขาดห่วงเชื่อมทางยุทธศาสตร์ระหว่างรัฐสภาและพรรคการเมืองกับภาคประชาชนนี้เองเป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาธิปไตยทุกวันนี้ฐานไม่แน่น และมีโอกาสคลอนแคลนได้ง่าย

เพราะไม่มีประชาชนคนใดยินดีจะเสี่ยงสละชีวิตเลือดเนื้อปกป้องระบอบการเมืองที่ไม่สามารถให้ผลประโยชน์แก่เขาอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมจากนักรัฐประหารคนใด

มองจากชาวบ้านขึ้นมา สิ่งที่ชาวบ้านหรือภาคประชาชนเราขาดก็คืออำนาจ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบราชการและภาคธุรกิจเอกชนหรือกลุ่มทุน จะเห็นได้ว่าชาวบ้านมีความเสียเปรียบอยู่แล้วแต่ต้นมือในเชิงอำนาจ

กล่าวคือ ในขณะที่ระบบราชการมีอำนาจรัฐเพราะเป็นผู้กุมกลไกการปกครอง

และภาคธุรกิจเอกชนมีอำนาจทุนเพราะเป็นผู้กุมปัจจัยเศรษฐกิจ

ภาคประชาชนหรือชาวบ้านเราไม่มีทั้ง 2 อย่าง เราไม่มีอำนาจรัฐที่จะควบคุมกลไกการปกครองในมือ และไม่มีอำนาจทุนที่จะจัดสรรแจกแจงปัจจัยเศรษฐกิจเพื่อสนองผลประโยชน์ของเราเองได้

คำถามก็คือ เช่นนี้แล้วเราจะมีอะไรไปต่อรองกับรัฐราชการและทุนเอกชน?

เราจะอาศัยอะไรสร้างอำนาจของชาวบ้านเราขึ้นมาเพื่อนิยามและใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเรา?

คำตอบที่เสนอไว้ในที่นี้ก็คือ เรามี แน่ล่ะ เราไม่มีอำนาจรัฐและอำนาจทุน เราไม่มีกลไกการปกครองและปัจจัยเศรษฐกิจในมือ แต่ก็ยังมีลู่ทางที่เราพอจะสร้างอำนาจชาวบ้านขึ้นมาในระบอบประชาธิปไตยได้

นั่นก็คือ การรวมตัวจัดตั้งสถาบันอำนาจของชาวบ้านขึ้นมาในรูปองค์การ กลุ่ม สมาคม ชมรม ชุมนุม สโมสร ฯลฯ แล้วอาศัยการจัดตั้งและการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเราเป็นฐานกำลังแทนกลไกการปกครองและทุน ไปต่อรองช่วงชิงสิทธิอำนาจและผลประโยชน์จากผู้มีรัฐและผู้มีทุน

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าพวกเขาฝ่ายหนึ่งมีรัฐ มีกลไกการปกครอง และอีกฝ่ายหนึ่งมีทุน หรือปัจจัยเศรษฐกิจ สิ่งที่เรามีก็คือพลังการจัดตั้งและเคลื่อนไหวทางการเมืองซึ่งเป็นทรัพยากรทางการเมืองของเรา เราต้องเรียนรู้ที่จะสร้างสถาบันอำนาจของชาวบ้านเหล่านี้ขึ้นอย่างหลากหลาย ให้มันแตกหน่อไปทั่ว เพื่อให้มันเป็นเครื่องมือปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของเรา

เราจะต้องเรียนรู้ที่จะร่วมมือสนับสนุน “ยกป้ายเชียร์” ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อภัย สถาบันอำนาจของชาวบ้านพวกเดียวกับเรา

ถ้าเขาต่อสู้สำเร็จ เราควรชม

ถ้าเขาพลั้ง เราควรช่วย

ถ้าเขาโดดเดี่ยว เราควรร่วมสนับสนุน

ถ้าเขาเอนเอียงผิดพลาด เราควรให้อภัยและให้สติ ให้โอกาสเขาสู้ใหม่

ถ้าเขาล้มเหลวหรือถูกโจมตี เราต้องช่วยกันออกมาปกป้องชาวบ้านด้วยกันเอง ปกป้องสถาบันอำนาจของผู้ไม่มีรัฐและไม่มีทุนชาวเราจากรัฐราชการและทุนเอกชน

ในกระบวนการสร้างสถาบันอำนาจของชาวบ้านเราดังกล่าวนี้ ข้อสำคัญที่เป็นหลักการ เป็นหัวใจสำคัญที่สุดก็คือ เราต้องพยายามรักษาความเป็นอิสระจากรัฐราชการและทุนเอกชนเอาไว้ให้ได้

อย่าปล่อยให้เขาแทรกแซงใช้เราเป็นเครื่องมือหรือเป็นเบี้ยในหมากรุกอำนาจของเขา

ดังนั้น เราไม่เพียงแต่ต้องพยายามสร้างสถาบันอำนาจของชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังต้องระวังรักษามันให้เป็นอิสระ เป็นเอกเทศจากรัฐราชการและทุนเอกชนโดยประการทั้งปวงด้วย

เพราะถ้าหากเราเสียเครื่องมือชิ้นนี้ไปให้เขา ไม่ว่าจะเสียให้รัฐราชการหรือทุนเอกชนก็ตามแล้ว เราก็ไม่มีอุปกรณ์ทางการเมืองใดที่จะปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของเราเองเหลืออยู่อีก

และประชาธิปไตยก็จะไม่มีวันเป็นเครื่องมือทางการเมืองของชาวบ้านเราได้

(ยังมีต่อ)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’