E-DUANG : จาก การปราบปราม การเมือง กับกระบวนการต่อสู้ การเมือง

มีความเชื่อ ๒ ความเชื่อที่ดำรงอยู่ในการยุบพรรคการเมืองนับแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมา
๑ เชื่อว่าการยุบพรรคเป็น”อาวุธ”ในทางการเมือง
เมื่อเห็นว่าพรรคไทยรักไทยจะเป็นอันตรายก็หาทางยุบเสียทำลายเสียก่อนที่อันตรายจากพรรคไทยรักไทยจะแผ่กว้างไกลออกไปอย่างไพศาล
ขณะเดียวกัน จากกรณีของพรรคไทยรักไทยแม้จะยุบแต่ก็เกิดเป็นพรรคพลังประชาชนเข้ามาแทนที่และยังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
จนกระทั่งมีการพยายามงัดเอา”อาวุธ”นี้มาใช้โดยการยุบพรรคพลังประชาชนแต่ก็เกิดพรรคเพื่อไทยขึ้นมาอีก
จึงนำไปสู่ความเชื่อ ๑ ที่ว่าแม้จะเป็นอาวุธแต่ไม่เป็นตามเป้า
การพยายามทำลายล้างทางการเมืองอันมีจุดเริ่มจากพรรคไทยรักไทย กระทั่งต่อเนื่องมายังพรรคพลังประชาชน เหมือนกับเป้าหมายที่กำหนดวางเอาไว้ยังไม่บรรลุ
เพราะมาถึง ณ วันนี้ พรรคเพื่อไทยอันเป็น”อวตาร”แห่งพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนก็ยังดำรงคงอยู่
ทั้งยังมีพรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ อันถือว่าเป็นแนวร่วม
ยิ่งกว่านั้น แม้จะมีการสะบัดกวัดแกว่ง”ยุบพรรค”เป็นอาวุธแต่ดูเหมือนว่าไม่สามารถกำราบพรรคน้องใหม่อย่างพรรคอนาคตใหม่ให้สยบยอมลงอย่างหมอบราบคาบแก้ว
ตรงกันข้าม ยิ่งสะบัดกวัดแกว่งบรรดาพลพรรคแห่ง”อนาคตใหม่” กลับยิ่งมากด้วยความฮึกห้าวเหิมหาญ ถึงกับบอกว่าหนังเรื่องนี้จะไม่เป็นไปตามที่ผู้กำกับต้องการ
นี่เท่ากับสะท้อนให้เห็นบทใหม่ มิติใหม่ในทางการเมือง
หากเปรียบเทียบกับบทเรียนการต่อสู้ในอดีตระหว่างอำนาจรัฐกับคอมมิวนิสต์กว่าจะสรุปบทเรียนและแปรเปลี่ยนความคิดได้ก็ผ่านเวลาอันยาวนาน
นั่นก็คือ เริ่มจาก”การปราบปราม”แล้วคิดว่านี่คือกระบวนการของ “การต่อสู้”
ทั้งๆที่การปราบปรามเป็นเรื่องทางกายภาพ
ขณะที่ในทางเป็นจริง การต่อสู้เป็นเรื่องในทางความคิดเป็นเรื่องในทางการเมือง
ความคิด การเมืองต่างหากที่สำคัญกว่าการปราบปราม
