E-DUANG : วิธี ตัดตอน ประวัติศาสตร์ ของประยุทธ์ พลังประชารัฐ

ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ล้วนมองการดำรงอยู่ของตนในฐานะ รัฐบาลเพียง ๗ เดือน
เป็น ๗ เดือนของการเป็นนายกรัฐมนตรี เป็น ๗ เดือนของการเป็นรัฐมนตรี
การอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงควรจำกัดกรอบเพียง ๗ เดือน
เมื่อมองเช่นนี้ก็เท่ากับเป็นการตัดขาดจากที่เคยดำรงตำแหน่งก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ไม่ว่าจะในห้วงก่อนการเลือกตั้งเดือนมีนาคม ๒๕๖๒
ความหมายก็คือ เป็นการตัดตนเองจากรากฐานความเป็นมาของตน ตัดตนเองออกจากความเป็นจริงที่สัมพันธ์และยึดโยงกัน
เท่ากับเป็นการตัดตอน”ประวัติศาสตร์”
ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ของชาติ บ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ของบุคคล ล้วนมีห้วงเวลาที่แน่นอน และในแต่ละห้วงเวลาก็มีความสัมพันธ์ ยึดโยงกัน
เราไม่อาจตัดขาดกรุงเทพมหานครออกจากกรุงธนบุรี เราไม่อาจตัดขาดกรุงธนบุรีออกจากกรุงศรีอยุธยา
ความเป็นจริงของบ้านเมืองเป็นมาเช่นนี้
ความเป็นจริงของบุคคลไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีก็ตาม
เมื่อจะพิจารณาก่อนประเมินก็ต้องทำให้รอบด้านครบถ้วน
เหมือนกับที่เคยมีบทสรุปออกมาว่า “คนต้องคนให้ทั่ว คนตั้งแต่หัวจนถึงตีน จึงจะเรียกว่าเป็นคน” เท่ากับเป็นการเตือนให้มองอย่างยึดโยงและสัมพันธ์กัน
อย่าแยกขาดหรือตัดตอนประวัติศาสตร์
การดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา การดำรงอยู่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และการดำรงอยู่ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จึงเป็นการดำรงอยู่อย่างสัมพันธ์
ระหว่างปัจจุบันที่เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี กับอดีตที่เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
ตัวตนของท่านเหล่านี้จึงมิได้มีแต่ปัจจุบันหากแต่มีอดีต
การตัดตอนประวัติศาสตร์จึงเท่ากับเป็นการตัดตอนอดีต เท่ากับเป็นการไม่ยอมรับต่ออดีต
การตัดตอนจึงเท่ากับเป็นการรังเกียจความเป็นจริง
