E-DUANG : ท่วงทำนอง เจ้าใหญ่ นายโต ในกระแส คนไทย ไม่ทิ้งกัน

เงินช่วยเหลือคนละ 5,000 บาทต่อเดือนส่งผลสะเทือน กว้างไกล และใหญ่หลวงอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมองจากมุมด้านการเมือง ไม่ว่าจะมองจากมุมด้านความคิด
ในเรื่องของเศรษฐกิจแทบไม่ต้องพรรณนาเพราะจำนวนคนที่ยื่นความจำนงที่ทะยานไปถึงหลัก 20 กว่าล้านคือคำตอบ
ตรงนี้ท้าทายอย่างแหลมคมยิ่งต่อ”การบริหารจัดการ”ปัญหา
ท่าทีและการแสดงออกของหลายคนในปีกของรัฐบาลสร้าง ความเจ็บปวด สะเทือนใจเป็นอย่างสูงให้กับประชาชนและชาวบ้านในหลายระดับ
คำถามอันแหลมคมเป็นอย่างยิ่งก็คือ ตกลงเงินที่แจกให้ประ ชาชนเป็นเงินของใคร เป็นของรัฐบาลหรือพรรครัฐบาลหรือไม่
คำถามนี้ทะลวงลึกเข้าสู่ความเป็นจริงของสังคมไทย
สำหรับหลายคนที่ยืนอยู่ในรัฐบาลอาจมีความคิดและความเชื่อว่าเป็นเงินของตน เป็นความเมตตาปราณีอย่างล้นเหลือของพวกตนที่มีต่อประชาชนและชาวบ้าน
หลายคนจึงออกมาข่มขู่ คุกคาม หลายคนจึงออกมาสั่งสอน ตักเตือน แม้กระทั่งวิธีในการดำรงชีวิต
การข่มขู่ไปไกลถึงกับลงความเห็นว่า ท่าทีไม่พอใจของประชาชน โดยเฉพาะที่ออกมาประชดประเทียด เท่ากับเป็นการดูหมิ่นต่อรัฐบาล
อาจถูกฟ้องร้อง อาจมีความผิด ถูกติดคุกติดตะราง
ทั้งๆที่ในความเป็นจริง เงินนั้นเป็นเงินอันมาจากภาษีอากรถือได้ว่าเป็นเงินของประชาชนและแจกให้ประชาชน มิได้เป็นของคนแจกแต่อย่างใด
ความคิดในการข่มขู่ คุกคามเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
แท้จริงแล้ว การออกมาแสดงความรู้สึกของประชาชนหากเป็นไปในกรอบถือว่าเป็นการแสดงออกที่ถูกต้อง เพราะเมือ่เป็นเงินอันมาจากประชาชนก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงความเห็น ความรู้สึก
กรณีแจกเงินจึงนำไปสู่การปะทะในทางความคิดที่ดำรงอยู่ในสังคมอย่างลึกซึ้ง
ความคิดของ “เจ้านาย” กับความคิดของ”ชาวบ้าน”
เมื่อเข้าสู่สถานการณ์ความเดือดร้อน “เจ้านาย”มักจะคิดแบบหนึ่ง “ชาวบ้าน”มักจะคิดอีกแบบ
แม้ว่า “เงิน”จะมาจาก”ชาวบ้าน”และเป็นของ”ประชาชน”
