E-DUANG : ช่องระบาย สัมพันธ์ จีน ไทย ผ่าน ปฏิกิริยา “ไบรท์ นิว”

ปรากฎการณ์วิวาทะอันเนื่องแต่กรณี”ไบรท์ นิว”ระหว่างทวีตเตี้ยนจีนกับทวีตเตี้ยนไทยในเรื่อง จีน ไทย ไต้หวัน ฮ่องกง กลายเป็นเงา สะท้อนอันทรงความหมายยิ่ง
ไม่เพียงแต่สะท้อน “อารมณ์”และความคิดของคนรุ่นใหม่จีน ว่ามองสังคมไทยอย่างไร
หากแต่ยังเท่ากับเป็นการลับคมเขี้ยวในสังคมไทยได้ดียิ่ง
เมื่อติดตามกระแสนี้อย่างต่อเนื่องก็จะได้คำตอบว่า ปฏิกิริยานี้เข้ามาชดเชยสภาพการณ์ทางสังคมในห้วงแห่งการล็อกดาวน์ได้อย่างเหมาะสม
แม้ว่าคนรุ่นใหม่ไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ตาม ปกติ แต่พื้นที่ของทวีตเตอร์ เฟซบุ๊ค ก็ยังอยู่ในความยึดครอง
เท่ากับย้าย”แฟล็ชม็อบ”ไปยัง”โซเชียล มีเดีย”โดยปริยาย
ในบรรดาคำตอบโต้หยามหยันอันมาจากทวีตเตี้ยนชาวจีน ไม่ว่า จะเป็นในประเด็นอันเกี่ยวกับความล้ำหน้าในเรื่องเทคโนโลยี หรือ บทบาทของจีนที่มีเหนือไทย
ไม่สามารถสร้างความหวั่นไหว หรือหงุดหงิดให้กับทวีตเตี้ยนไทยได้อย่างทรงพลัง
เพราะว่าปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ก็เสมอเป็นเพียงของขบเคี้ยว
แต่ที่สร้างความร้าวรานใจให้กับความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลึกซึ้งก็คือ การภาวนาขอให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ “ลุงตู่”ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด
เพราะเท่ากับนำเอาสถานะผู้นำตลอดชีวิตของจีนมาสอดประสานเข้ากับสภาพที่ดำรงอยู่ในประเทศไทยอันเป็นเรื่องที่ทวีต เตี้ยนไม่รู้จะตอบอย่างไร
กลายเป็นสภาวะอับจนในทางความคิด ในทางการเมือง
ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสภาพที่มีการล็อกดาวน์ ในขอบเขตทั่วประเทศ การติดต่อเชื่อมโยงตามปรกติได้งันชะงักไปอย่างสิ้นเชิง
ช่องทางในทาง”โซเชียล มีเดีย”จึงกลายเป็นพื้นที่ผ่อนคลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพราะว่าช่องทางอย่างเช่น สือ่หนังสือพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ อันเป็นสื่อเก่าล้วนอยู่ในสภาพการติดต่อด้านเดียว ขณะที่ช่องทางโซ เชียล มีเดีย เป็นการติดต่อ 2 ทาง
โซเชียล มีเดีย จึงเป็นช่องทางในการระบายความรู้สึกและความคิดอันคึกคักเป็นอย่างสูงภายใต้สถานการณ์ไวรัส
