E-DUANG : สถานการณ์ ไวรัส กับพลังเร่ง ฉายสะท้อน ปัญหา สังคมไทย

พลันที่การแพร่ระบาดเข้ามาของไวรัส การปะทะระหว่าง 2 ความคิดนั่นก็คือ ระหว่างความคิดประชาธิปไตย กับ ความคิดเผด็จการก็เสนอตัวเข้ามาโดยอัตโนมัติ
กล่าวสำหรับกรณีประเทศไทย การปรากฏขึ้นของทางเลือก ระหว่างปัญหาสุขภาพกับเสรีภาพคือตัวอย่าง
เพียงแต่ความล่อแหลมอยู่ที่ลักษณะ”สุดโต่ง”ของความคิด
นั่นก็คือ ฝ่ายหนึ่งเน้นภาวะสุดโต่งในเรื่องของการรวบอำนาจ แบบอำนาจนิยม นั่นก็คือ ฝ่ายเน้นเน้นภาวะสุดโต่งในเรื่องของการกระจายอำนาจแบบประชาธิปไตย
ทั้งๆที่ในความเป็นจริงเราสามารถประสานระหว่างอำนาจเด็ดขาดกับประชาธิปไตยได้หากใช้พลังทางความคิดสร้างสรรค์
การประสานและหากระบวนการที่เป็นกลางจึงสำคัญ
ณ เบื้องหน้าการคุกคามของไวรัส ณ เบื้องหน้าความยังไม่รู้อย่าง แท้จริงและเพียงพอ มีความจำเป็นต้องมอบอำนาจนี้ให้กับแพทย์ซึ่งเป็นบุคคลากรทางด้านสุขภาพ
นี่คือสภาพความเป็นจริงที่ต้องยอมรับผ่านกฎกติกาอันมีอยู่แล้วในสังคม
ระหว่างพรบ.โรคระบาดกับพรบ.สถานการณ์ฉุกเฉิน
กระนั้น ภายในกระบวนการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นจริงข้อควรระวังเป็นอย่างสูงยังเป็นภาวะสุดโต่งจนมองข้ามอันตรายอันเป็นผลสะเทือนติดตามมา
จุดอ่อนที่ประณีตอย่างที่สุดก็คือ ท่าทีในการเลือกปฏิบัติต่อ กลุ่มคนที่แตกต่างกันระหว่างคนร่ำรวยกับคนยากจน อันยิ่งไปตอกย้ำให้เห็นความเหลื่อมล้ำ
ในที่สุด เหยื่อก็ยังเป็นคนจนขณะที่ผู้มั่งคั่งแทบไม่เคยระคาย
ท่ามกลางความขัดแย้งในทางความคิด เมื่อปรากฏออกมาเป็นการปฏิบัติในทางการเมือง ปัญหาอันเคยเป็นตะกอนนอนก้นอยู่ในสังคมก็ถูกกระพือขึ้นมา
ตัวอย่างง่ายๆก็คือ การจับกุมผู้ไม่สวม”หน้ากาก”ท่ามกลางการขาดแคลน”หน้ากาก”
รวมถึงอัตราความรวดเร็วในการช่วยเหลือ เยียวยา
การเยียวยาผ่าน”ตราสารหนี้”เป็นอย่างหนึ่ง การเยียวยาผ่าน “เราไม่ทิ้งกัน”เป็นอีกอย่างหนึ่ง
จึงยิ่งไปขยายกรณี”เผด็จการ”กับ”ประชาธิปไตย”เด่นชัด
