E-DUANG : คำสั่ง สกัด เทศกาลดนตรีร็อค คำสั่ง ห้ามในกรณี บิ๊ก เมาเท่น

คำสั่งปิดเทศกาลดนตรี”บิก เมาเท่น”ของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คือจุดตัด จุดเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ อันสะท้อนให้เห็นผลสะเทือนในทางการเมือง
แม้ว่าคำสั่งจะอ้างอันตรายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด จะอิงอยู่กับพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน
แต่หากใครที่อยู่ในบรรยากาศของ”บิก เมาเท่น”จะสัมผัสได้ว่า เนื้อแท้ของคำสั่งนี้มีความเป็นมาอย่างไร หรือหากไม่ได้อยู่ในบรรยา กาศแต่ติดตามผ่านคลิปที่ปลิวว่อนในโลกออนไลน์
ก็จะรู้ได้โดยอัตโนมัติว่า นี่มิได้เป็นเรื่องของ”ไวรัส โควิด” หากแต่นี่เป็นเรื่องของความหวาดกลัวอาการแพร่ระบาดของไวรัสการเมืองมากกว่า
เป็นไวรัสการเมืองอันมาจากที่เคยปรากฏในสตรีท อาร์ท บนถนนสีลม เป็นไวรัสการเมืองอันมาจากที่เคยปรากฏใน Mob Fest อย่างคึกคัก สนุกสนาน
เป็นรูปธรรมยืนยันว่าวัฒนธรรมจาก Mob ได้กลายเป็นส่วน
หนึ่งของ Pop Culture เรียบร้อยไปแล้ว
ปรากฎการณ์ที่ว่านั่นก็คือ อะไรที่เคยเห็นในห้วงแห่งการชุมนุม โดย เฉพาะนับแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา จะมีอยู่ในเทศกาลดนตรีร็อคครบถ้วนบริบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็นการร้องตะโกนภายหลังการนำร่องด้วย 1 2 3 4 5 จะเป็นชื่อของใคร 6 7 8 9 10 จะเป็นชื่อของใคร
แม้กระทั่งภาพจำลอง”เป็ดเหลือง”ก็ถูกโยนกันไปมา
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องกล่าวถึงการแสดงเจตจำนงทางการเมืองด้วย การสวมใส่เสื้อยืด ทั้งที่เป็นภาพของบุคคล ทั้งที่เป็นข้อความอันเป็น สโลแกนและข้อเรียกร้องทางการเมือง
ตรงนี้ต่างหากทำให้เทศกาลดนตรีร็อค “บิก เมาเท่น”กลายเป็นของแสลง และจำเป็นต้องระงับยับยั้งด้วยอำนาจของพรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
คำถามที่ตามมาก็คือ การห้ามเช่นนี้จะสามารถยับยั้งการแสดง ออกผ่านเทศกาลดนตรีของคนรุ่นใหม่ได้จริงหรือ
ในที่สุดแล้ว การช่วงชิง”อำนาจนำ”ในทาง”ความคิด”โดยผ่านกระบวนการทาง”วัฒนธรรม”ก็ดำเนินไปในลักษณะคุกคามพื้นที่ของคนรุ่นเก่ามากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
หากไม่รุนแรง ร้ายกาจและน่ากลัว อำนาจรัฐคงไม่ยื่นมือเข้ามาเพื่อสกัดขัดขวางมิให้ไวรัสการเมืองวัฒนธรรมนี้แพร่ระบาดออกไป
คำถามอันแหลมคมยิ่งก็คือ จะห้ามได้จริงละหรือ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
