E-DUANG : เมื่อเป็นเรื่อง ของ “ร.อ.ธรรมนัส” จึงจำเป็น ต้องเป็น”ร.ต.อ.เฉลิม”

การออกมานั่งเป็น”ผู้แถลง”คนหนึ่งของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อย่างชนิดนั่งเรียงเคียบกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ตลอดจน นายชัยเกษม นิติสิริ
มีความสำคัญ และดำรงอยู่ในจุดอันทรง”ความหมาย”ยิ่งในทางการเมือง
บางคนอาจให้เหตุผลว่า เป็นเพราะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ดำรงอยู่ในสถาะเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการปฏิบัติการของพรรคเพื่อไทย
และดำรงอยู่ในสถานะอันเป็นหัวหน้าทีมปราศรัยของพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกรุงเทพมหานคร จึงมีความ ชอบธรรมอย่างยิ่งในการเข้ามานั่ง
เพราะด้านหลักในการแถลงคือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพราะด้านเสริมในการแถลงคือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค
แต่เมื่อคณะของพรรคเพื่อไทยได้รับคำถามแหลมคมต่อข่าว
ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น นายสุชาติ ตันเจริญ ไม่ว่าจะเป็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ว่าจะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ทุกคนก็ตระหนักถึงบทบาทของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
ใครที่ติดตามคำตอบจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะสัมผัสได้ในความ”ล้ำ”เล็กน้อยไปจากคำตอบอันมาจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค
เป็นความ”ล้ำ”ที่สะท้อนความเก๋าในเกมทางการเมืองและมา จากจุดที่สามารถสำแดงออกได้โดยไม่น่าเกลียด
อย่างเช่นเมื่อประสบเข้ากับคำถามที่ว่า นายสุชาติ ตันเจริญ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อาจจะหวนคืนมาอยู่พรรคเพื่อไทย คำ พูดสั้นๆจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ก็คือ “ถือว่าให้เกียรติพรรค”
อย่างเช่นเมื่อประสบเข้ากับคำถามที่ทุกคนรอคอยจากกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย คำตอบจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง คมคาย
นั่นก็คือ “ฝนยังไม่ตกอย่าเพิ่งกางร่ม” สอดรับกับพังเพยโบ
ราณที่ว่ายังไม่ทันเห็นกระรอกอย่าเพิ่งโก่งหน้าไม้อย่างกลมกลืน
การมานั่งแถลงข่าวพร้อมกันกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ตลอดจน นายชัยเกษม นิติเกษม ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จึงมิได้เป็นเรื่องบังเอิญ
ตรงกันข้าม ดำเนินไปอย่างมีการตระเตรียมและจัดวาง
กับนักการเมืองอย่าง นายสุชาติ ตันเจริญ อย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จำเป็นต้องให้คนมีศีลเสมอกันระดับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาถ้อยทีถ้อยอาศัย
ยิ่งเป็น “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ยิ่งต้องเป็น”ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
