bg-single

เข้าพรรษากับทรัมป์ ! | สุรชาติ บำรุงสุข

13.07.2025

ความจริงบทความนี้อยากจะเริ่มด้วยชื่อว่า “จากสงกรานต์ทรัมป์ … สู่เข้าพรรษากับทรัมป์” เพราะหลังจากการสาบานตัวเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ในตอนกลางเดือนมกราคม 2025 แล้ว หนึ่งในนโยบายใหญ่ของผู้นำสหรัฐ ที่หลายฝ่ายมีความกังวลอย่างมาก ก็คือ “นโยบายกำแพงภาษี” ที่ทรัมป์ได้ประกาศเป็นทิศทางหลักมาโดยตลอดในช่วงของการหาเสียง
นโยบายนี้ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อทำเนียบขาวได้ประกาศอัตราภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐของประเทศต่างๆ ใหม่ทั้งหมดในวันที่ 2 เมษายน 2025 ที่ผ่านมา แต่ก็เพื่อลดแรงกดดันที่เกิดขึ้น ทรัมป์ได้ประกาศว่า สหรัฐจะผ่อนผันกับอัตราภาษีใหม่นี้ เป็นระยะเวลา 90 วัน และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 7 กรกฎาคม นี้ แต่ด้วยเงื่อนไขของเวลา เส้นตายนี้จึงเป็นวันที่ 8 กรกฎาคม
ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า หลังจากคำประกาศของทรัมป์ในวันที่ 2 เมษายน แล้ว สงกรานต์ของปีนี้ในช่วงที่ผ่านมา ดูจะไม่สนุกเอาเลย เพราะด้วยอัตราภาษีใหม่ที่ไทยต้องเสียร้อยละ 36 นั้น ไม่ใช่เรื่องที่มีความสุขกับชีวิตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นเทศกาลแห่งความสุขของวาระปีใหม่ไทย พวกเราหลายคนกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อพบกับความสุขในหมู่ญาติๆ
แต่ถ้าใครคาดเดากับอนาคตในระยะสั้นข้างหน้าสักนิดว่า แล้วไทยในระยะเวลา 90 วัน เราจะทำอะไรได้บ้าง … เราจะกลับบ้านอย่างไม่มีความสุขแน่นอน เพราะไทยอาจจะทำอะไรไม่ได้เลยในเวลา 3 เดือนข้างหน้า


สงกรานต์กับทรัมป์ไม่สนุกแน่นอน เนื่องจากมองไม่เห็นการขยับตัวของรัฐบาลไทยเท่าที่ควร และยังไม่เห็นว่า ไทยจะมีอะไรเป็นข้อต่อรองในเรื่องนี้ ขณะที่หลายประเทศขยับตัวอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีของเวียดนาม
แต่ที่น่ากังวลมากกว่า คือ ไทยเริ่มมีปัญหากับสหรัฐในเชิงนโยบาย เรื่องแรกที่ปรากฏชัดได้แก่ ปัญหาการส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ ที่ตกค้างอยู่ในสถานที่ควบคุมในประเทศไทยกลับไปให้แก่รัฐบาลจีน ซึ่งสหรัฐและชาติในยุโรปได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่า “ไม่เห็นด้วย” !
น่าสนใจว่า รัฐบาลไทยโดยรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กลับเล่นบท “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ด้วยการส่งชาวอุยกูร์ส่วนหนึ่งกลับ โดยไม่สนใจกับเสียงทักท้วงจากสหรัฐและชาติตะวันตกในเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัย
รัฐบาลกรุงเทพฯ อาจจะคิดเอาเองแบบไทยๆ ว่า เรื่องอุยกูร์ไม่น่าจะกระทบกับการเจรจาปัญหาภาษีกับสหรัฐ … เรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ แม้สัญญาณจากตะวันตกจะชัดเจนอย่างมากแล้วก็ตาม


ขณะที่ปัญหาอุยกูร์เริ่มแสดงความเป็นอุปสรรค สังคมไทยก็สร้างปัญหาให้กับตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออาจารย์ชาวอเมริกันที่สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ถูกจับกุมด้วยข้อหาที่มีความละเอียดอ่อนในทางการเมือง แม้มีความพยายามที่จะชี้แจงจากฝ่ายผู้ถูกจับกุม แต่ดูเหมือนกระบวนการทางกฎหมายไทย จะอยู่ในสภาวะ “ติดเทอร์โบ” ด้วยการเอาอาจารย์ท่านนั้น เข้าที่คุมขังทันที ตลอดรวมถึงการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของจังหวัดพิษณุโลก ที่ควรจะได้รับการอบรมมารยาททางกฎหมายใหม่
ตม. ไทยอาจจะเคยแค่ดีลกับคดีแรงงานข้ามชาติ จะแสดงอาการข่มขู่อย่างไรก็ได้ พวกเขาไม่ถูกอบรมมาก่อนว่า ในกรณีนี้ เขาทำ “คดีการเมือง” ที่มีอนาคตของประเทศเป็นเดิมพัน และการแสดงความคุ้นชินในแบบอำนาจนิยมต่อหน้าทนายของสถานทูตอเมริกันนั้น ทำให้สถานะของประเทศไทย ไม่ต่างกับรัฐบาลเผด็จการในประเทศด้อยพัฒนา [ผู้เขียนในฐานะอดีตคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) อยากเห็นผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอบรมมารยาทของตำรวจในการทำคดีในลักษณะเช่นนี้บ้าง อย่าคิดแค่วิ่งเต้นเอาแต่ตำแหน่ง !]
ถ้าย้อนเวลากลับไปสักนิดในช่วงที่คดีนี้ เริ่มปัญหามากขึ้น เราอาจประเมินได้อย่างง่ายๆ เลยว่า การเจรจาปัญหาภาษีกับรัฐบาลอเมริกันไม่ใช่ไม่ประสบความสำเร็จเท่านั้น หากแต่ไม่มีทางจะเริ่มต้นได้ด้วย เพราะเรากำลังเล่นบท “ชนกับอเมริกา” อย่างไม่ประสีประสา
จากปัญหาการส่งกลับอุยกูร์ แล้วมาถึงปัญหาการจับกุมอาจารย์ชาวอเมริกันนั้น เป็นความขัดแย้งในเชิงนโยบายระหว่างไทยกับสหรัฐโดยตรง จนอาจต้องกล่าวว่า เราปิดประตูตนเองหมด เหมือน “สาวประชดปิดประตูใส่หน้าอังเคิลแซม” (กรณีนี้ไม่ใช่ “อังเคิลฮุน”!) แล้วเราจะหวังให้การเจรจากับทำเนียบขาวเกิดขึ้นได้อย่างไร ในกรณีเช่นนี้ เราไม่จำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีที่ซับซ้อนอะไรเลย ที่จะตอบว่าไทยจะเปิด “ประตูการเจรจา” ได้หรือไม่ เพราะในเบื้องต้นนั้น เห็นชัดว่า เราปิดด้วยตัวเองไปแล้ว 2 บานอย่างสนิท
เข้าใจในเวลาต่อมาได้ว่า รัฐบาลคงเริ่มตระหนักกับปัญหาที่เกิดบ้าง เนื่องจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้มาก ดังนั้น น่าจะมีความพยายามในการเคลียร์ปัญหาอุยกูร์ และถัดมา อัยการตัดสินใจไม่ส่งฟ้องในคดีอาจารย์ชาวอเมริกัน แต่กลับไม่มีท่าทีที่ชัดเจนจากทางตำรวจว่า เมื่ออัยการถอนฟ้องแล้ว ตำรวจภูธรภาค 6 ที่จังหวัดพิษณุโลกจะยุติคดี ตามไปด้วยหรือไม่
ขณะที่คดีการจับกุมมีอาการไม่ชัดเจน เรื่องกลับทวีเป็นปัญหามากขึ้น เพราะอธิการมหาวิทยาลัยนเรศวรมีคำสั่งเลิกจ้าง (ไล่ออก) อาจารย์ท่านนั้น การกระทำอย่างไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศเช่นนี้ ยิ่งทำให้ทำเนียบขาวเชื่อว่า “คนอเมริกันถูกกลั่นแกล้งในไทย” จากภาพที่ปรากฏในสื่อสาธารณะนั้น สหรัฐไม่อาจตีความเป็นอื่นได้เลย นอกจากคนของเขาถูกกลั่นแกล้งในบ้านเรา เพราะนอกจากถูกจะจับกุมแล้ว เขายังถูกให้ออกจากงานในมหาวิทยาลัยที่เขาสอนอีกด้วย ทั้งที่เรื่องของเขาในทางกฎหมายอยู่ในขั้นตอนของการอุทธรณ์ก็ตาม
ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าความพยายามในการติดต่อขอเจรจากับทางรัฐบาลอเมริกันนั้น เป็นไปอย่างช้ามาก กว่าจะได้พบก็แทบหมดเวลา “เส้นตายของทรัมป์” และส่วนงานที่ได้พบ ก็อาจจะไม่ใช่ “นายทวาร” ตัวจริง เพราะปัญหาของไทย เป็นปัญหาการเมืองและความมั่นคงตั้งแต่ต้น การพบกับฝ่ายเศรษฐกิจของอเมริกัน อาจจะไม่ใช่ “นายทวาร” ที่จะเปิดประตูให้รัฐบาลไทยได้
อีกทั้งในระหว่างที่คดีอาจารย์ชาวอเมริกันยังมีปัญหาไม่จบ มีข่าวในทางลึกที่ตรวจสอบไม่ได้ถึงการต่อรองด้านความมั่นคงจากทางฝ่ายสหรัฐ ซึ่งความต้องการของฝ่ายอเมริกันในการมีฐานทัพในไทยนั้น เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างมาก แต่ในขณะนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าเป็นความจริงหรือไม่
ถ้าข่าวร้ายของสงกรานต์คือ การมาของกำแพงภาษีทรัมป์ ข่าวร้ายของเข้าพรรษาคือ ตัวเลขภาษีใหม่ที่ไทยต้องเจอ และเป็นตัวเลขที่จะคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า เดี๋ยวทรัมป์ทนแรงกดดันโลกไม่ไหว อเมริกาจะปรับไปเอง ความคิดเช่นนี้ ไม่เป็นจริงแต่อย่างใด


ที่เขียนมาก็เพื่อบอกว่า “ความไม่คืบหน้า” ในการเจรจาของฝ่ายไทย ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะถ้าไล่เรียงเหตุการณ์นับจาก 2 เมษายน เป็นต้นมาแล้ว จะเห็นได้ว่า เราปิดประตู 2 บานเอง และอาจตอบได้ตั้งแต่ต้นในฐานะที่ได้เฝ้าดูเหตุการณ์ว่า โอกาสที่จะได้เริ่มเจรจาจริงๆ ในกรอบเวลา 90 วันนั้น น่าจะไม่ง่ายเลย อีกทั้ง ก็ไม่ชัดเจนว่า ปัญหาทั้ง 2 เรื่องนั้น ถูกเคลียร์จนยุติแล้วจริงหรือไม่ แล้วยังมีประเด็นด้านความมั่นคงตามมาอีก เช่นนี้แล้ว ความหวังจะมีอะไรเป็นบวกกับไทยบนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม นั้น เป็นอันทิ้งไปได้เลย !
แต่ในอีกด้านหนึ่งของปัญหาการเมืองไทย ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐบาลปัจจุบันจะยังเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ต่อไปในอนาคตหรือไม่ หรือจะเห็นการมาของ ครม. ชุดใหม่ ที่จะเข้ามารับผิดชอบแทน … จะชวนพนันเรื่องอนาคตรัฐบาล ก็จะเป็นบาปเสีย เพราะเป็นช่วงพวกเราที่ต้องรักษาศีลในเทศกาลเข้าพรรษา (555)
ทั้งหมดนี้ เพียงแต่จะต้องการจะบอกเล่าว่า สงกรานต์กับทรัมป์ไม่สนุกแน่นอน … เข้าพรรษากับทรัมป์ยิ่งไม่สนุกใหญ่ … ออกพรรษาแล้ว ทรัมป์ก็อาจทำให้เราไม่สนุกต่อไปอีกอย่างหนีไม่พ้น !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”