MatiTalk พนัส ทัศนียานนท์ ติสงคราม ตุลาการภิวัฒน์ ประเทศนี้จำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
รายงานพิเศษ | จารุวิชญ์ สิงคะเนติ
MatiTalk พนัส ทัศนียานนท์
นิติสงคราม ตุลาการภิวัฒน์
ประเทศนี้จำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
“การเมืองในระบบรัฐสภาไม่มีทางตัน จะตันก็โดยข้ออ้างสำหรับคนที่เข้ามาโดยวิถีทางที่นอกรัฐธรรมนูญ เป็นวิถีทางซึ่งไม่ใช่เป็นประชาธิปไตย คือการเข้ามายึดอำนาจทำรัฐประหาร อันนี้ไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ไม่ใช่ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแน่นอน” พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาธรรมศาสตร์ ให้ความคิดเห็นกรณีวิกฤตทางตัน การเมืองประเทศไทย
ผ่านรายการ MatiTalk ทางมติชนสุดสัปดาห์
: มองอนาคต ชะตากรรมของ “นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร” ผ่านการตัดสินของสาลรัฐธรรมนูญอย่างไร
อันนี้พูดยาก เพราะความผิดที่เรียกว่าเป็นผิดมาตรฐานจริยธรรมเป็นความผิดซึ่งกว้างขวางมาก แล้วมันคลุมเครือ จะตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดสามารถที่จะทำได้ทั้งนั้นเพราะกฎหมายเขียนไว้กว้างมากในรัฐธรรมนูญ
แม้กระทั่ง “ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่เห็นประจักษ์” ก็เหมือนกัน จะหยิบตรงไหนมานิดเดียวก็ได้
ผมคิดว่าขึ้นอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านมองยังไง มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น รวมทั้งไม่ผิดก็ได้
แต่ส่วนใหญ่ “มีความรู้สึก” ว่ากระแสโดยเฉพาะจากที่มีการชุมนุมกันเมื่อที่วัน 28 มิถุนายน อาจจะเป็นแรงกดดันก็ได้
ยกเว้นแต่ท่านไม่สนใจ โดยหลักแล้วท่านเป็นอิสระจริงๆ เสียงอะไรต่างๆ มาโน้มน้าวท่านหรือมากดดันท่าน ท่านไม่ฟังทั้งนั้น
ก็เป็นเรื่องที่ดีถ้าหากเป็นอย่างนั้น

: อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญมีการวิจารณ์ว่ากว้างมหาศาล
โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม การเขียนกฎหมายไว้อย่างนี้ การผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงก็ต้องไปดูมาตรฐานจริยธรรมที่เขาเขียนไว้คือ ไม่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม อย่างนี้อะไรก็เข้าได้ทั้งนั้น แล้วการไม่ซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเขาจะตีความว่าเรื่องนี้ก็ถือว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริตก็ได้ เพราะเอาใจไปเข้าข้างเขมรอ้างว่าอย่างงั้นก็ได้ สามารถตัดสินได้ทั้งนั้น
แต่ถ้าจะตัดสินว่าไม่ผิดคือตัดสินอย่างเหตุผลที่ว่ามันพิสูจน์ตรงไหนเขาไม่ซื่อสัตย์สุจริต เรื่องอะไร โดยเฉพาะในเรื่องนี้จริงๆ มันไม่ซื่อสัตย์สุจริตยังไงในเมื่อถูกเอาคลิปมาปล่อย ไม่รู้ใครปล่อย ฝ่ายฮุน เซน เป็นคนปล่อยใช่ไหม
ในเมื่อเขาปล่อยและออกมารับตรงๆ ว่าเขาเป็นคนพูดอย่างนั้นจริง แล้วเจตนาเขาที่ทำเขาต้องการไม่ให้มีเรื่องกัน ต้องการให้เกิดความตกลงปรองดองกันด้วยสันติวิธี อันนี้ก็เป็นความหวังดี ผมก็คิดว่าเป็นอย่างงั้น
แล้วที่บอกว่าถ้าฮุน เซน จะเอาอะไรก็ยินดีจะทำให้ ไม่ได้หมายความเอาไปถวายให้ทั้งหมด เป็นวิธีการพูดในลักษณะที่เหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ ก็พูดแบบเอาใจ ซึ่งในความเป็นจริง ถ้าฮุน เซน อยากได้ปราสาทตาเมือนธม ถามว่านายกฯ จะไปยกให้ได้หรือ ก็ไม่ได้อยู่ดีใช่ไหม อันนั้นเป็นวิธีการพูดออดอ้อนของเขาแบบลูกหลานญาติผู้ใหญ่
มาตรฐานจริยธรรมที่เขียนไว้กว้างอย่างที่ผมยกตัวอย่าง มันคืออะไร ไม่ปฏิบัติตามหลักนิติธรรมจะเอาอะไรมาพูดก็ได้ทั้งนั้นไง หยิบตรงไหนก็ได้บอกนี่ไงหลักนิติธรรมคืออย่างนี้
หลักนิติธรรมคืออะไร แม้แต่รัฐธรรมนูญเองเท่าที่ตัดสินคดีไปจนถึงเดี๋ยวนี้ก็คิดว่าไม่มีเขียนอะไรไว้ชัดเจนเท่าไรหรอก แล้วความผิดฐานอื่นๆ ก็เป็นเรื่องกว้างๆ ทั้งนั้น เพราะเรื่องจริยธรรมในต่างประเทศเขาบอกว่าผิดจริยธรรมจริงแต่จะมีผลเพียงแต่ว่าคนนั้นไม่เหมาะสมกับการที่จะปฏิบัติหน้าที่ตรงนั้นต่อไป เขาไม่ได้มีการมาลงโทษตัดสิทธิแบบของเรา ทำไปทำมาโทษเหมือนหนักกว่าโทษอาญาอีกนะ ตัดสิทธิตลอดชีวิตที่โดนกันมาแล้ว
: ประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญอยู่ไหม
โดยส่วนตัว ได้ไปเห็นดีเห็นงามตอนที่เป็น ส.ส.ร.เมื่อปี 2540 เหตุผลตอนที่เห็นด้วยก็เพื่อมีการอธิบายมีการชี้แจงแถลงไขกันสำหรับบรรดาผู้รู้ใน ส.ส.ร.ฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายพวกนักวิชาการ โดยเฉพาะนักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เขาก็บอกมีศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อปกป้องประชาชนคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งประชาชนได้รับการรับรองว่ามีสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่ในรัฐธรรมนูญ เป็นองค์ประกอบเป็นหัวใจของระบอบการปกครองประชาธิปไตย
ผมก็เห็นด้วยตามนั้น เพราะที่จริงแล้วอำนาจการที่จะชี้ว่ากฎหมายที่สภาออกมาขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ เดิมก็เป็นอำนาจของสิ่งที่เราเรียกว่าตุลาการรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่อำนาจหน้าที่ในการที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในอดีตเราไม่มี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีอำนาจตรงนี้
ทีนี้ผมเอาแบบอย่างมาจากของต่างประเทศโดยเฉพาะผมไปเรียนอเมริกา ศาลสูงเหมือนศาลรัฐธรรมนูญของเรา หน้าที่หลักเขาคือคอยดูแลว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกล่วงละเมิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยอำนาจรัฐหรือเปล่า โดยทางฝ่ายบริหารก็ดี ฝ่ายนิติบัญญัติก็ดี หรือแม้กระทั่งโดยอำนาจนอกระบบก็ดี
ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเข้าไปดูแลคุ้มครองไม่มีการละเมิดอันนั้น หรือถ้ามีการละเมิดก็ต้องหาทางเยียวยาแก้ไขให้ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ อันนี้ก็เห็นดีเห็นงามด้วยแล้วก็เขียนไว้ว่า สิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ผูกพันองค์กรของรัฐทุกองค์กรที่จะต้องปฏิบัติตามล่วงละเมิดไม่ได้
แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ขาดหายไปก็คือไม่มีกระบวนการที่ว่ามีการละเมิดแล้วจะไปร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาดูแลอย่างไร กลับไปเกิดเหมือนมาตรา 49 ไปเกิดตรงนั้นขึ้นมามากกว่า เขาก็อ้างบอกว่าเป็นเรื่องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เขาเรียกว่าสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ มันกลับตาลปัตรไปอย่างนี้
พวกนักวิชากการหลายคนทางด้านนิติศาสตร์บอกว่ามันกลายพันธุ์อย่างของเรา เราไปเอามาจากเยอรมนี ศาลรัฐธรรมนูญของเขามีอำนาจหน้าที่ที่เขียนไว้ชัดเจนแล้วโดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพ
โดยเฉพาะเยอรมนีมีประวัติศาสตร์คือนาซี ประกาศชัดเจนว่าไม่เอาระบอบประชาธิปไตย เขาก็เลยมีตรงนี้ขึ้นมาในรัฐธรรมนูญของเขาว่าให้ศาลรัฐธรรมนูญของเขา ถ้าใครทำเหมือนเป็นพรรคนาซีใหม่ขึ้นมาแล้วประกาศชัดแจ้งว่าไม่เอาระบอบประชาธิปไตยเขามีสิทธิยุบพรรคนั้นได้ แต่ของเราเอามาใช้กลับตาลปัตรเป็นคนละอย่างกันไป
เพราะฉะนั้นในความเห็นของผมถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว “ผมว่าไม่มีเสียดีกว่า” กลับไปยังรูปแบบเดิมเป็นแบบตุลาการรัฐธรรมนูญอย่างเดิมมีอำนาจจำกัดเพียงแค่ชี้ว่ากฎหมายออกจากสภาไหม ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ แค่นั้นก็พอแล้ว
ส่วนเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานให้ศาลยุติธรรมศาลปกครองดูแลก็ได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ
ผมจึงยืนยันตรงนี้
ตอนที่ลงสมัคร ส.ว.ปีที่แล้วได้ประกาศชัดแจ้ง เข้าไปอันดับแรกที่จะทำคือเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญกับองค์กรอิสระบางองค์กร ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องมีต่อไป
: เราจะออกจากกับดักนิติสงคราม-ตุลาการภิวัฒน์อย่างไร
ถ้าออกได้ก็คือ ยุบศาลรัฐธรรมนูญนี่แหละ เพราะเป็นนิติสงคราม แล้วของเราไปขยายความถึงขนาดที่ว่าให้ใครไปร้องก็ได้ ซึ่งของเยอรมีนเขาไม่ได้นะ คนที่จะร้องต้องเป็นองค์กรของรัฐที่สำคัญ อย่างเช่น อัยการ หรือมี 2-3 องค์กรที่ไปร้องอย่างงั้น ไม่ได้อยู่ ๆ มีนาย ก นาย ข ไปร้องกันได้หมดแบบบ้านเรา
ก็เป็นเรื่องประหลาดเห็นคนทั้งประเทศ เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศด้วยซ้ำไป กี่สิบล้านเลือกมาแล้วให้เป็นนายกรัฐมนตรี นายอะไรคนหนึ่งคนเดียวเท่านั้นไปร้องศาลรัฐธรรมนูญปลดออกได้เลย แสดงว่าสามารถลบล้างเสียงของประชาชนได้เป็นล้านๆ คน เสียงของคนคนเดียวเท่านั้นเอง คล้ายว่ายืมมือศาลรัฐธรรมนูญให้ฟันได้
อำนาจสูงสุดจริงๆ เลยไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มันล้มผู้แทนของประชาชน ซึ่งประชาชนเลือกมาสามารถที่จะล้มได้ อำนาจก็ต้องเหนือกับประชาชน อำนาจอธิปไตยไม่ใช่ของประชาชนก็เป็นอำนาจอธิปไตยของศาลรัฐธรรมนูญไป
: นายกฯ มาตรา 5 ควรมีหรือไม่
คําว่าประเพณีมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย ตามความเข้าใจของผม มาตรานี้มีอยู่ในรัฐธรรมนูญเกือบจะทุกฉบับ แต่ถ้าถามนักกฎหมายเรื่องนี้จริงๆ ไม่มีใครบอกได้ว่าคืออะไรกันแน่
คำถามสำคัญที่สุดก็คือ ถ้าหากเกิดมีความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาประชาชนเรียกร้อง อย่างเช่น มีชุมนุม สุดท้ายทหารบอกประชาชนเรียกร้องทหารเข้ามายึดอำนาจ ทำรัฐประหาร คำถามก็คือ แล้วคนที่ยึดอำนาจมาทำรัฐประหารเข้ามาแล้วก็ตั้งตัวเป็นนายกรัฐมนตรี อันนี้เป็นนายกฯ ตามมาตรา 5 อย่างนี้หรือเปล่า?
ถ้าหากว่าสิ่งนี้เป็น ผมยอมรับไม่ได้ ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่ในระบอบของเราที่เกิดมามีอย่างนี้ แล้วศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลฎีกา ตัดสินต่อกันมาว่า การเข้ามายึดอำนาจแบบถ้ายึดได้สำเร็จก็ถือว่าเป็นรัฐาธิปัตย์
ถ้าหากว่ายอมแล้วนี่คือเป็นประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย คำตอบคือได้ แต่ต้องทำรัฐประหารเข้ามานะ แต่ถ้าอยู่ๆ แล้วให้ใครลอยลงมามันต้องมีคนตั้งเข้ามาใช่ไหม เพราะฉะนั้นถ้าหากถามว่ามีไหมประเพณีตรงนี้ คำตอบคือ ก็มี แต่หมายความว่าต้องมีเหตุวิกฤตถึงขนาดนั้น แต่ขนาดนี้ยังไม่ถึงขนาดนั้นจะบอกว่าตันถึงขนาดนั้นจะต้องใช้ตรงจุดนี้ ที่ถูกต้องเลยในที่สุดถ้าเกิดไปไม่รอดแล้วก็คือ “การยุบสภา” แล้วก็ให้ประชาชนเลือกผู้นำ
อันนี้คือประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง
ชมคลิป
