bg-single

เปิดโมเดลแก้ รธน. 2560 ปชน.แบกรับความเสี่ยง ส.ว.ตัวแปรเปลี่ยนเกม ประชามติอาจไม่ผ่านตั้งแต่ด่านแรก

26.09.2025

บทความในประเทศ

เปิดโมเดลแก้ รธน. 2560

ปชน.แบกรับความเสี่ยง

ส.ว.ตัวแปรเปลี่ยนเกม

ประชามติอาจไม่ผ่านตั้งแต่ด่านแรก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยืนยันเป็นรัฐบาล 4 เดือน ตามสัญญา MOA ที่ทำไว้กับพรรคประชาชน ไม่มีวันที่ 121 ไม่สร้างเสียงข้างมาก

โดยเริ่มต้นนับหนึ่งรัฐบาลอนุทินหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น ก่อนยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศต่อไป

แม้มีเวลาจำกัดในการทำงาน แต่รัฐบาลชุดนี้จะสร้างความเชื่อมั่น และทำงานด้วยความทุ่มเท เร่งแก้ไขปัญหา 4 ด้านที่เป็นภัยคุกคามของประชาชน

ทั้งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติ ตลอดจนปราบปรามขบวนการยาเสพติด ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ และการพนันออนไลน์อย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดนี้ยังมีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แต่หนทางกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ประหนึ่งเข็นครกขึ้นภูเขา จับตากำลังภายในนายกฯ อนุทินว่าจะทำสำเร็จตามที่คุยโวเอาไว้ หรือคว้าน้ำเหลวกินแห้ว เสียเวลาไปฟรีๆ เพราะถูก ส.ว.ล้มกระดานแก้รัฐธรรมนูญ พรรคส้มฝันสลาย ความนิยมเสี่ยงติดลบ

ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชัดเจนว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งก่อให้เกิดเงื่อนไขใหม่และข้อถกเถียงมากมาย

ส่วนประเด็นเรื่องการจัดทำประชามติ ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ประชาชนออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ครั้งที่ 2 ให้ประชาชนออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่ามีวิธีการและเนื้อหาที่สำคัญอย่างไร

ครั้งที่ 3 ภายหลังรัฐสภาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 อาจรวมเป็นครั้งเดียวกันได้

ไม่เพียงแค่นั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ยังมีเงื่อนไขที่ยุ่งยากอีกประการคือ ต้องใช้เสียง ส.ว.อย่างน้อย 67 คน เพื่อโหวตเห็นชอบ ซึ่งเสียงของ ส.ว.ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถพลิกกระดานเรื่องแก้รัฐธรรมนูญได้ทันที

ดังนั้น เกมนี้จึงพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายกฯ อนุทิน และอาจต้องใช้บารมีของครูใหญ่พรรคภูมิใจไทยช่วยเจรจาต่อรองใต้ดิน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามสัญญา MOA

หากไม่สำเร็จพรรคส้มก็จะเสียหายหนัก เหตุยอมทิ้งหลักการของตัวเอง เสี่ยงพวงมาลัยเลือกสีน้ำเงิน แต่สุดท้ายโดนหลอกใช้ กลายเป็นนั่งร้านให้ภูมิใจไทยเข้าสู่อำนาจทางการเมืองไปโดยปริยาย

ที่สำคัญผู้นำทางจิตวิญญาณสีส้ม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้ตั้งอยู่บนความเสี่ยง แต่จำเป็นต้องหยิบกุญแจมาไขกลอนเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ

แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นโจทย์ยากของรัฐบาลชุดนี้ แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศชัดว่าพร้อมประสาน ส.ว. เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอขึ้นมานั้นดีและมีเหตุผล ทุกคนก็ต้องช่วยกันสนับสนุน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะไปสั่งการหรือเจรจากับใครเป็นพิเศษ

ล่าสุด 3 ขั้วการเมืองไทย ส้ม-น้ำเงิน-แดง ได้ส่งการบ้านเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทุกฝ่ายเดินหน้าเข้าสู่โหมด ทำประชามติ-แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนประกาศยุบสภาในช่วงเดือนมกราคม และเลือกตั้งใหม่ในเดือนมีนาคมปี 2569

โดยพรรคประชาชนนำร่องยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ยึดโมเดล 2 คณะ คือคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญ และคณะผู้แทนประชาชน รวม 135 คน

คณะผู้ร่างฯ มีจำนวน 35 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จำนวน 70 คน ใช้ระบบบัญชีรายชื่อที่ให้ผู้สมัครสมัครเป็นทีม และใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง

จากนั้นรัฐสภาคัดเลือก 35 คน แบ่งสัดส่วนตาม ส.ส. ส.ว. และพรรคการเมือง เท่ากับว่าหากสมาชิกรัฐสภามีทั้งหมด 700 คน สมาชิกรัฐสภา 20 คนมีสิทธิรวมตัวกันเพื่อเสนอชื่อกรรมาธิการยกร่างฯ 1 คน

ส่วนของพรรคภูมิใจไทยใช้โมเดล ส.ส.ร.จังหวัด มีผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญรวม 99 คน มีคณะบุคคลชุดเดียว แต่มาจาก 2 ประเภท

ประเภทแรกมาจาก ส.ส.ร.ตัวแทนจังหวัด จำนวน 77 คน และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครผู้ประสงค์จะเป็น ส.ส.ร. จากนั้นให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน

ประเภทที่สอง ส.ส.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 22 คน มีที่มาจากภาควิชาการ ด้านนิติศาสตร์ 7 คน ด้านรัฐศาสตร์ 7 คน และผู้เชี่ยวชาญ 8 คน โดยให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกในขั้นตอนสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม โมเดลของสีน้ำเงินได้สร้างความหวาดระแวงให้กับสีส้มอยู่พอสมควร เนื่องจากนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน มองว่าโมเดลของภูมิใจไทยใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง เสี่ยงกินรวบผูกขาด ส.ส.ร. และควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่านี้

“ผมยืนยันว่าโมเดลของพรรคประชาชนไม่ได้ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่ต้องการให้ ส.ส.ร.เป็นสีใดสีหนึ่ง จึงเป็นเหตุผลว่าต้องทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากที่สุด และต้องไม่ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ไม่เช่นนั้นจะมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งของเสียงข้างมากในสภา กลุ่มเสียงข้างน้อยจะไม่มีตัวแทนเลย” นายพริษฐ์กล่าว

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สวนกลับทันควัน โดยระบุว่าอย่าหวาดระแวงกันจนเกินไปนัก หากหวาดระแวงเกินไปแทนที่จะเดินหน้า กลับต้องถอยหลัง

หากมัวหวาดระแวงกัน จะเดินหน้ากันได้ยาก เพราะเวลามีจำกัดเพียง 4 เดือน เชื่อว่าทุกคนต้องร่วมมือกันอย่างจริงใจ เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตาม MOA

ส่วนของพรรคเพื่อไทย ชูโมเดล ส.ส.ร. 2540 โดยใช้รูปแบบ ส.ส.ร.จำนวน 151 คน โดย 100 คนแรกมาจากการเลือกของทั้งประเทศ 300 คน จากนั้นเลือกให้เหลือ 100 คนโดยรัฐสภา

และกลุ่มที่สอง จำนวน 51 คน มาจากการเสนอชื่อจาก ส.ส.และคณะรัฐมนตรี เพื่อร่วมเป็น ส.ส.ร. จากนั้นจะต้องมี กมธ.ยกร่างฯ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีทั้งหมด 27 คน โดย 14 คน มาจาก ส.ส.ร.จำนวน 151 คน

ส่วนอีก 13 คน มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ มาร่วมเป็น กมธ.ยกร่างฯ เมื่อร่างฯ เสร็จสิ้นจะส่งร่างฯ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญส่งให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะนำไปทำประชามติ

นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราไม่เห็นร่างฯ ของพรรคประชาชนยึดโยงกว่าพรรคเพื่อไทยมากน้อยแค่ไหน แต่เห็นว่าอย่างน้อย ส.ส.ร.ของเพื่อไทย มาจากประชาชนจำนวน 300 คนทั่วประเทศ และคัดที่เหลือ 100 คน

นี่คือการยึดโยงกับประชาชนในเบื้องต้น

ปิดท้ายกันที่มุมมองของ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง

รศ.ดร.โอฬารวิเคราะห์ว่าการทำประชามติครั้งแรกมีความเสี่ยงที่จะไม่ผ่าน เพราะการทำประชามติเหมือนกับการเลือกตั้ง ซึ่งสามารถจ่ายเงินให้คนไปลงคะแนนได้

รวมทั้งฝ่ายอนุรักษนิยมอาจไม่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้น เพราะกลัวสูญเสียอำนาจ

“การที่พรรคประชาชนไปสนับสนุนภูมิใจไทย ผมคิดว่าเขามีเหตุมีผลอยู่นะ การที่เขาไม่ไปจับกับเพื่อไทย เขามองแล้วว่าสถานการณ์เพื่อไทยสมัยหน้ายากแล้ว ถ้าเขาไปให้ความชอบธรรม เพื่อไทยก็จะฟื้นขึ้นมา เท่ากับว่าเขาต้องต่อสู้กับทั้งเพื่อไทยและภูมิใจไทย เหนื่อยแน่”

“แต่พรรคประชาชนมายกมือให้ภูมิใจไทย พวกเขารู้ว่าถูกด่าแน่ แต่ถ้าภูมิใจไทยไม่ทำตามสัญญาก็จะโดนด่าเหมือนกัน”

“ประการต่อมา การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แก้ไขไม่ได้ถ้าไม่ได้รับแรงสนับสนุนจาก ส.ว. เราชอบตั้งหลักว่าประชามติแรกจะผ่าน แต่จะไม่ผ่านเอานะ”

“การทำประชามติคล้ายๆ กับการเลือกตั้ง เลือกตั้งจ่ายได้ แล้วถ้าครั้งนี้มีการจ่ายด้วยล่ะ ถ้าเสียงข้างมากลงประชามติไม่ให้ผ่าน นี่เป็นเสียงประชาธิปไตยหรือเปล่า แล้วจะไปโทษภูมิใจไทยได้ไหม ก็ไม่ได้”

“อนุรักษนิยมเขาสยองขวัญกับรัฐธรรมนูญปี 2540 มาตลอด เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้เขาลดบทบาทอำนาจทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ ณ วันนี้เวลาจะร่างฯ ทุกคนบอกว่าจะเอารัฐธรรมนูญปี 2540 ยิ่งพูดแบบนี้ เขายิ่งสยอง เขาก็ต้องหาวิธีบล็อกตามกลไกกติกา”

“พรรคประชาชนต้องพยายามให้ความรู้กับสังคมเยอะๆ ต้องทำให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญมีความสำคัญอย่างไรกับเศรษฐกิจปากท้อง การเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจปากท้อง ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าคือเรื่องเดียวกัน” รศ.ดร.โอฬารสะท้อนภาพการเมืองไทย และชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างแหลมคม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space
E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport
Sexercise การออกกำลังกายชั้นยอด
วิวัฒนาการที่กำกับได้ (2) : การกำกับวิวัฒนาการในหลอดทดลอง