ทักษิณยื่นขออภัยโทษ กู้วิกฤตเพื่อไทย หยุดเลือดไหล การเมือง 3 ก๊ก สู้ดุเดือดเข้มข้น วัดพลังเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า
บทความในประเทศ
ทักษิณยื่นขออภัยโทษ
กู้วิกฤตเพื่อไทย หยุดเลือดไหล
การเมือง 3 ก๊ก สู้ดุเดือดเข้มข้น
วัดพลังเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า
สถานการณ์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ณ เวลานี้มีแต่ทรงกับทรุด เจอวิกฤตเลือดไหลไม่หยุด อาการโคม่า
หากเปรียบเป็นหุ้นก็คงติดลบหนัก ขาดทุนย่อยยับ พังทั้งพอร์ต ต้องรีบ Cut Loss ลดความเสี่ยง หยุดความเสียหาย
นับตั้งแต่ผู้นำทางจิตวิญญาณ ทักษิณ ชินวัตร หมดบารมีอยู่ในเรือนจำ ทิศทางของพรรคเพื่อไทยก็เริ่มตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย
เกิดปัญหาสารพัดภายในพรรคมากมาย ขุนพล ส.ก. และ ส.ส. หลายคนตัดสินใจหันหลังให้นายใหญ่ ทิ้งเรือที่กำลังผุพังใกล้จม แยกย้ายไปซบอกภูมิใจไทยหรือกล้าธรรมที่ดูจะมีอนาคตมากกว่า
จับสัญญาณวิกฤตขาลงผ่านสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 สีน้ำเงินพลิกเกมปักธงได้สำเร็จ จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เอาชนะ ภูริกา สมหมาย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนนเสียงขาดลอย
สะท้อนภาพชัดชาวบ้านในพื้นที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง คลิปเสียงคุยอังเคิลฮุน เซน มีผลกระทบร้ายแรงกับพรรคเพื่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังทราบผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ อดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ และเตรียมสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้ง เพื่อเดินหน้าทำงานให้พี่น้องประชาชนต่อไป
“ขอขอบคุณคุณกุ้งและทีมงานทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่ในครั้งนี้ เราจะสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อประสบความสำเร็จในครั้งต่อไป” แพทองธารระบุ
นอกจากความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งซ่อมที่ศรีสะเกษแล้ว พรรคเพื่อไทยยังอยู่ในสภาพโคม่าเลือดไหลไม่หยุด เพราะสูญเสียแกนนำภาคอีสานคนสำคัญไปอีกคน
หลังจาก ชูวิทย์กุ่ย หรือนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี 10 สมัย ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และล่าสุดเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษา ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พรรคกล้าธรรม
พร้อมเล่าเบื้องหลังว่า ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า เชิญให้มาช่วยเหลือเกษตรกร จึงต้องรีบรับตำแหน่งนี้ พร้อมประกาศว่าราคาวัวต้องดีขึ้น ราคามันต้องดีขึ้น ราคายางต้องดีขึ้น เพราะเรากล้าธรรม
ขณะที่ กานต์ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ลูกสาวชูวิทย์กุ่ย ออกมายืนยันว่ายังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย ส่วนสาเหตุที่คุณพ่อลาออก เพราะถูกเชิญให้ไปช่วยทำงานเรื่องการเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อถนัด
“พ่อกุ่ยเขาต้องออกไปเพื่อความสบายใจ เพื่อไปทำงานในเรื่องที่ถนัด และอยากทำ ส่วนกานต์เป็น ส.ส. เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหัวใจเพื่อเธอ ยังคงทำงานให้พี่น้องประชาชนเหมือนเดิม ทุกท่านโปรดอย่าด่าไปทั่วทิศทั่วแดน” กานต์เปิดใจ
ซํ้าร้ายไปกว่านั้น วิกฤตเลือดไหลยังลุกลามไปถึงขุนพลสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หลัง ดร.จอห์น นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.ลาดกระบัง อดีตประธานสภา กทม. นำทีม ส.ก.พรรคเพื่อไทย
อาทิ นายนริสสร แสงแก้ว ส.ก.บางเขน นางอนงค์ เพชรทัต ส.ก.ดินแดง นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.ธนบุรี และ น.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.ปทุมวัน ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคเพื่อไทย ก่อนเตรียมย้ายไปรวมตัวกันในกลุ่ม Bangkok First สังกัดพรรคกล้าธรรม
ดร.จอห์นให้เหตุผลว่า การที่ลาออกจากพรรคเพื่อไทย เนื่องจากสภาพแวดล้อมในภาค กทม.ของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ส่งเสริมให้ได้ทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถ
พร้อมย้ำว่าการทำการเมืองภาค กทม. ไม่ควรติดอยู่ภายใต้กรอบหรือข้อจำกัดใดๆ เหมือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งสัญญาณอันตรายที่ต้องจับตามองให้ดี กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 : 2 เดินหน้าวินิจฉัยคดีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และอดีต รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม หลังทั้ง 2 คนถูกร้องให้มีความผิดอาญาบางกรณี
เหตุใช้อำนาจกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าไปก้าวก่ายกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน และครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม
อีกทั้งอาจสะท้อนถึงการขาดความซื่อสัตย์สุจริต และการละเมิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นควรพิจารณาคดีต่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ แม้ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 2 คนจะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปแล้วก็ตาม
ซึ่งปลายทางสุดท้ายของ 2 ขุนพลคู่ใจทักษิณ อาจจะมีจุดจบคล้ายกับนายใหญ่หรือไม่อย่างไร
หากประเมินจากสถานการณ์รอบด้านที่เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยและเครือข่าย ทั้งการพ่ายแพ้สนามเลือกตั้งซ่อมที่ศรีสะเกษ วิกฤตเลือดไหลไม่หยุด บรรดา ส.ก.และ ส.ส.ทยอยลาออก
รวมไปถึงการเดินเกมนิติสงครามจ้องเล่นงานนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่อาจสะเทือนไปยังคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ดังนั้น อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ในสภาพหลังพิงฝา จึงต้องฮึดสู้อีกครั้ง เพื่อเร่งกอบกู้วิกฤตภายในพรรคไม่ให้ทรุดหนักลงกว่าเดิม
แม้ก่อนหน้านี้เลือกใช้ยุทธศาสตร์ “สู้ๆ นะคะ” ของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ไปแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้อย่างที่คาดหวังไว้ หยุดเลือดไหลไม่สำเร็จ
สุดท้ายทักษิณตัดสินใจเลือกทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 หลังเคยได้รับพระราชทานอภัยลดโทษมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อเดือนกันยายน ปี 2566 ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของทักษิณ ระบุว่า ได้มีการยื่นขอไปจริง และตอนนี้ก็ผ่านขั้นตอนของกระทรวงยุติธรรมไปแล้ว ยืนยันว่าการขออภัยโทษเฉพาะรายเป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาดทุกคน เป็นสิทธิตามกระบวนการ
เราก็ดำเนินการหลายวัน และครั้งนี้ก็ดำเนินการนานกว่าครั้งที่แล้ว พร้อมย้ำว่าทุกอย่างเป็นพระราชอำนาจ เป็นพระเมตตาของพระองค์ ไม่อาจก้าวล่วงได้
ส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 สามารถทำได้หรือไม่ นายวิญญัติไม่ให้ความเห็นในเรื่องนี้
แต่กล่าวว่าการยื่นทูลเกล้าฯ เป็นกระบวนการทางเอกสารและทำความเห็นประมาณ 14 วัน ใช้เวลามากกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งใช้เวลา 6 วัน การยื่นครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นการเร่งรีบ
ปิดท้ายกันที่มุมมองของ ผศ.ดร.ยอดพล เทพสิทธา สาขาวิชานิติศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง ประเมินภาพการเมือง 3 เส้า น้ำเงิน-ส้ม-แดง ก่อนเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า
ผศ.ดร.ยอดพลวิเคราะห์ว่า กรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไหลออก อาจไม่ส่งผลกระทบกับขั้วสีแดงมากเท่าไร เพราะประชาชนในชนบทยังคงรักทักษิณ ชินวัตร
“ผมมองว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะประคองตัวได้ ถ้ามองในแง่ ส.ส.ไหลออก และบทเรียนจากการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา จากกรณีของพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และพรรคประชาชน”
“ส.ส.ที่ย้ายพรรค มักจะไม่ประสบความสำเร็จ ในทางกลับกัน ส.ส.เพื่อไทยในหลายเขต ที่เป็น ส.ส.ต่อเนื่องมาหลายสมัย และย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย”
“ก็แพ้ให้กับ ส.ส.หน้าใหม่ของพรรคเพื่อไทย ที่ส่งลงแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ผมมองว่าในบางกรณีเราไม่สามารถเอาตัวเขตเมืองไปเปรียบเทียบกับเขตชนบทได้”
“ในเขตชนบทต้องยอมรับว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เขามีความจงรักภักดีกับนโยบายของคุณทักษิณ ต้องยอมรับตรงๆ ว่าวันนี้ชื่อคุณทักษิณยังมีมนต์ขลัง ยังขายได้อยู่”
“สำหรับชาวบ้านที่ได้อานิสงส์จากนโยบาย เช่น โครงการ 30 บาท และโครงการรับจำนำข้าวของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โอเคมันอาจจะเบาบางลง แต่ผมเชื่อว่าคนพวกนี้ยังคงมีความภักดีต่อนโยบายของพรรคเพื่อไทย และความแน่นแฟ้นของการเมืองท้องถิ่น”
นอกจากนี้ ผศ.ดร.ยอดพลมองว่าคู่แข่งของเพื่อไทยไม่ใช่พรรคสีส้ม แต่เป็นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเพื่อไทยต้องการเขย่า ครม.อนุทิน ชาญวีรกูล มากกว่าโจมตีฝ่ายค้านกันเอง
“เพื่อไทยจำเป็นต้องจิ้มไปที่คุณอนุทินเป็นหลัก มากกว่าที่จะไปโจมตีฝ่ายค้านกันเอง ไม่งั้นพรรคเพื่อไทยจะถูกตั้งชื่อใหม่ว่าเป็นฝ่ายแค้น”
“พรรคเพื่อไทยไม่ควรไปกล่าวหาพรรคประชาชนว่าเป็นฝ่ายค้ำ ต้องเลิกวาทกรรมแบบนี้ เพราะมันทำให้กองเชียร์ด้อมส้มไม่พอใจ สุดท้าย 2 ด้อมตีกันเอง คนที่นั่งยิ้มคือคุณอนุทิน” ผศ.ดร.ยอดพลประเมินทิศทางของเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า ที่ต้องต่อสู้อย่างดุเดือดกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม คนใหม่ให้สัมภาษณ์หลังมอบแนวทางการปฏิบัติงานสำหรับข้าราชการกระทรวงยุติธรรม ถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 กระทรวงยุติธรรมมีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาอนุมัติอย่างไรบ้าง ว่า
เรื่องนี้ทราบว่า รมว.ยธ. คนเก่าได้มีการเสนอไปที่ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แต่ตอนนี้เรื่องได้กลับมาที่กระทรวงยุติธรรมแล้ว ซึ่งก็ตนก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา โดยมอบหมายให้ นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัด ยธ. ไปตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อช่วยดูเรื่องข้อกฎหมาย และค่อยให้ประมวลเรื่องเสนอขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนจะสรุปว่าสามารถขอได้หรือไม่นั้น ตนขอให้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาดำเนินการอีกครั้งหนึ่งก่อน ซึ่งตนให้เวลา 3 วัน ก็น่าจะประมาณวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. หรือวันจันทร์ที่ 6 ต.ค. จึงจะมีการรายงานมาให้ตนทราบอีกครั้ง แล้วค่อยนำเสนอกลับไปใหม่ที่สำนักงานคณะรัฐมนตรี (สลค.) อีกครั้ง
ส่วนเหตุผลที่เรื่องกลับมาที่กระทรวงฯ ทราบว่า ให้เรื่องกลับมาที่ รมว.ยธ.คนใหม่ เพื่อให้ รมว.ยธ.คนใหม่มีความเห็นแล้วค่อยเสนอกลับขึ้นไปที่สำนักงานคณะรัฐมนตรี (สลค.) อีกครั้ง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
