
มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org
โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง
วิธีตรวจสอบความอ้วนและเช็คสุขภาพอย่างง่ายๆ ไม่มีอะไรง่ายไปกว่าดูพุงของตัวเอง ถ้าเริ่มลงพุง วัดรอบเอวของผู้หญิงอย่าให้เกิน 80 เซนติเมตรหรือ 32 นิ้ว ของผู้ชายขยายได้ไม่เกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว ใครต่ำกว่านี้เป็นอันว่าสอบผ่านไม่เข้าข่ายอ้วนลงพุง
แต่หากฉุดไม่อยู่หญิงชายใดมีรอบพุงทะลุพิกัดดังกล่าว วิกฤตสุขภาพจะตามมาติดๆ เช่น โรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด จะพบในคนพุงใหญ่มากกว่าคนพุงเล็ก ทั้งนี้ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่เนื้อเยื่อไขมันหน้าท้องจะหลุดเข้ากระแสโลหิตที่เข้าสู่หลอดเลือดหัวใจ อ้วนลงพุงยังจะมีความเสี่ยงในอีกหลายโรคทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมทั้งข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย
เวลานี้การรณรงค์อ้วนลงพุงชักแผ่วไปมาก ทั้งๆ ที่ยังมีคนต้องการลดอีกจำนวนมาก การต่อกรกับอ้วนลงพุงที่ดีที่สุด คือปรับนิสัยกินจุกกินจิก และลดอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน ของหวาน และหมั่นออกกำลังกายให้เหงื่อออกเพื่อไล่ไขมันที่สะสมไปเสียบ้าง แต่ก็รู้ทั้งรู้ว่าวิธีการเหล่านี้ดีเลิศ แต่มักปฏิบัติได้ยากยิ่ง คนส่วนใหญ่ชอบแสวงหาอะไรที่ง่ายสะดวกไม่เหนื่อยเพื่อการลดพุง จึงมักมีทัศนคติทำนองขอให้ลดพุงได้จ่ายเท่าไรเท่ากัน
จากประสบการณ์ขบวนการลดพุง พอลดอาหารจำพวก แป้ง ไขมัน น้ำตาล แล้วกินผักเส้นใยมากๆ ก็ปรากฏว่าทำให้หิวเร็ว พอยิ่งหิวหูตาเริ่มมัว “เห็นยักษ์เท่าหมู” สามารถกินทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม หน้าเป็ด หน้าไก่ หน้าหมู หน้ากุ้ง (มังกร) ทั้งสิ้น ทำให้น้ำหนักที่ว่าลดกลับพุ่งพรวด คราวนี้ยิ่งหนักใจและหนักตัวขึ้นอีก
หญิงชายไทยแต่โบราณแม้ว่าเราจะมีรูปร่างอ่อนช้อยเอวบางสันทัด แต่เราก็มีกลวิธีรองรับสำหรับใครที่เนื้อตัวอ้วนพุงพลุ้ยไว้เป็นภูมิปัญญาแก้ปัญหาเช่นกัน วิธีแบบไทยๆ ไม่ห้ามกินของอร่อยเพราะแม่ครัวจะเสียใจ แต่ใช้กลยุทธ์กินอร่อยแต่ต้องกินได้น้อยลง
พืชพันธุ์ต้นแมงลักที่คนไทยกินกันจนคุ้นปากนี้มีคำตอบ เนื่องจากเม็ดแมงลักมีคุณสมบัติพิเศษ มีสารเมือกที่ขยายตัวหรือพองตัวในน้ำได้ 45 เท่า และไม่ถูกย่อยในร่างกายด้วย เม็ดแมงลักจึงช่วยเพิ่มกากใยอาหารแก้ปัญหาคนกินผักผลไม้ที่มีกากใยอาหารน้อยได้ดี และเม็ดแมงลักพองน้ำจะช่วยให้เราอิ่ม กินอาหารที่ให้พลังงานเพิ่มน้ำหนักตัวลดลง
วิธีปรุงง่ายมาก ให้เม็ดแมงลักสำแดงฤทธิ์ ใช้เม็ดแมงลัก 1-2 ช้อนชา แช่น้ำ 1 แก้ว (250 ซีซี) ปล่อยทิ้งไว้ให้พองเต็มที่ ให้กินก่อนสักครึ่งชั่วโมง ดื่มน้ำตามอีกสักแก้วก็จะทำให้กินอาหารได้น้อยลงถ้าจับหลักให้ดี ควรกินก่อนอาหารมื้อเย็น เพราะเรามักสนุกกับการกินอาหารมื้อเย็น ทั้งๆ ที่ร่างกายต้องการพลังงานน้อยมาก มื้อเย็นหรือค่ำกินแล้วมักเข้านอนก็จะทำให้สะสมพลังงานเพิ่มความอ้วนอีก หากเลือกกินแมงลักแช่น้ำจนพองในมื้อเย็นก็จะช่วยลดปริมาณอาหารได้ดี และยังมีส่วนช่วยเพิ่มกากใยอาหารทำให้เช้ารุ่งขึ้นขับถ่ายสะดวกปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้นแก้ปัญหาท้องผูกแบบปลอดภัยด้วย
ข้อควรระวัง ต้องแน่ใจว่าแช่เม็ดแมงลักจนพองตัวเต็มที่แล้ว เพราะถ้าเม็ดแมงลักพองตัวครึ่งๆ กลางๆ เมื่อลงไปอยู่ในท้องจะดูดน้ำภายในช่องทางเดินอาหารและลำไส้เกิดอาการขาดน้ำ และอาจทำให้เกิดลำไส้อุดตัน และอาจทำให้อุจจาระแข็ง ท้องผูก และท้องอืดตามมา
เมื่อหลายปีก่อนเคยมีนักวิจัยไทยผลิตเม็ดแมงลักผง หรือในขณะนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศทำนองนี้ขายให้กับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน นำมาชงน้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็ควรแช่น้ำให้ผงแมงลักพองตัวเต็มที่ก่อนเช่นกัน
ในผู้ที่มีเส้นรอบพุงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ต้องการลดน้ำหนักใดๆ แมงลักก็เป็นพืชสมุนไพรที่น่าสนใจสำหรับท่านเช่นกัน เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยต่างประเทศพบว่า ใบแมงลักมีสารจำพวกสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด จึงเป็นพืชสมุนไพรที่ควรรับประทานเป็นประจำ
หากพิจารณาในแง่คุณค่าทางโภชนาการ วิเคราะห์แล้วพบว่า ในใบแมงลัก 100 กรัม มี แคลเซียม 350 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 86 มิลลิกรัม เหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินเอ 10,666 มิลลิกรัม วิตามินบี 1 (ไทอามีน) 0.30 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 0.14 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.0 มิลลิกรัม วิตามินซี 78 มิลลิกรัม เส้นใยอาหาร 2.6 กรัม (มีจำนวนสูงพอสมควรจึงช่วยในการขับถ่ายได้ดี) มีคาร์โบไฮเดรต 11.1 กรัม ไขมัน 0.8 กรัม โปรตีน 2.9 กรัม ให้พลังงานกระจิริด พลังงาน 32 แคลอรี
และถ้าเป็นเม็ดแมงลักให้พลังงานน้อยมากๆ ไม่น่าจะถึง 1 แคลอรี เคยมีบริษัทขายน้ำตาลเทียมประชาสัมพันธ์ให้ผสมเม็ดแมงลักกับน้ำตาลเทียมของเขา เพื่อให้แมงลักที่รสหวานแต่ไม่ให้พลังงาน ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่อ้วนลงพุงกินแล้วสบายใจ
ใบและต้นสดแมงลักยังมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจอีกหลายประการ เช่น ใช้เป็นยาขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง ปรุงยาง่ายๆ เพียงนำใบและต้นสดมาล้างน้ำแล้วต้มน้ำดื่ม น้ำแมงลักอุ่นๆ ยังช่วยขับเหงื่อ แก้อาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่สบายจะเป็นไข้ ตำรับโบราณของไทยยังใช้แมงลักแก้หวัด ให้นำใบสด ล้างสะอาด 1 กำมือ ใส่ครกตำเพื่อคั้นเอาน้ำดื่มสัก 1 ถ้วยตะไล (ถ้วยเล็กๆ) กินวันละ 3 เวลา หลังอาหาร
วิธีนี้ จากประสบการณ์ชาวบ้านบอกว่ายังใช้แก้อาการหลอดลมอักเสบได้ ในใบแมงลักมีสารออกฤทธิ์และยังมีน้ำมันหอมระเหยที่มีสรรพคุณทางยาด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้เป็นยาภายนอก แก้ผื่นคัน โรคผิวหนัง เนื่องจากแมงลักมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
หากพอมีเวลาอยากให้ปลูกแมงลักไว้ในกระถางหรือในที่ดินข้างบ้าน เก็บมาปรุงอาหารรสอร่อย เป็นยาดีประจำบ้าน และกินเม็ดแมงลักลดพุง เสริมหุ่นให้งาม สร้างสุขภาพให้แข็งแรง.
