bg-single

เบรกรัฐบาลตีปี๊บยอดส่งออกสูง ของจริงคือ นำเข้าสูงกว่า-ขาดดุลทะลัก

27.06.2025



จากกรณีเมื่อเร็วๆนี้ ที่กระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานการส่งออกของไทยเดือน พฤษภาคม 2568 มีมูลค่า 31,044.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18.4 % ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 38 เดือน สูงสุดในประวัติศาสตร์ จากสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

โดยภาพรวม 5 เดือนแรกของปี 68 การส่งออกไทยขยายตัว 14.9 % สินค้าเด่นและตลาดสำคัญที่ขยายตัว สินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวถึง 22.9 % ด้านสินค้าเกษตร ขยายตัว 6.8 % โดยตลาดส่งออกสำคัญที่เติบโตดี ได้แก่ ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัว 35.1% โตต่อเนื่อง 20 เดือน จีน 28 % ตะวันออกกลาง 22.8% เอเชียใต้ 22.3% แอฟริกา 21.4% สหภาพยุโรป 16.6% และอาเซียน 8.8% 8 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกไทยขยายตัวแล้วถึง 13.3 % สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศรวมกว่า 215,798.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 7.23 ล้านล้านบาท และคาดว่าหากแนวโน้มยังคงอยู่ในทิศทางบวก จะเป็นปีทองของการส่งออกไทยอย่างแท้จริง

โดยกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ภาพรวมการขยายตัวของภาคการค้า สะท้อนสัญญาณเชิงบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการชะลอการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ประกอบกับความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้ภาคการค้าของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ

มีความเห็นจาก วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่นำเสนอความเห็นตรงข้าม โดยวีระยุทธ เขียนบทความเรื่อง ทำไมเราจึงไม่ควรดีใจกับข่าว “ไทยส่งออกสูงเป็นประวัติการณ์” ระบุว่า

หลายเดือนที่ผ่านมา เราเห็นแต่ข่าว “ส่งออกขยายตัว” “ส่งออกไทยโตสูงสุดในประวัติศาสตร์” แต่การส่งออกเป็นเพียง “เหรียญด้านเดียว” ของการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอคือ “การนำเข้า” ที่ไม่เคยเป็นข่าวเลย

5 เดือนแรกของปี 68 (ม.ค.-พ.ค.) ไทยส่งออกรวม 4,640,425 ล้านบาทแต่นำเข้ารวม 4,736,361 ล้านบาท สูงกว่าการส่งออกเสียอีก ทำให้รวมแล้ว ประเทศไทยขาดดุลการค้าประมาณ -95,000 ล้านบาท อันที่จริง เราขาดดุลกับจีนประเทศเดียวก็ -800,000 ล้านบาทแล้ว แต่ได้ตัวเลขเกินดุลกับสหรัฐฯ อินเดีย ออสเตรเลีย มาช่วยชดเชย

การขาดดุลไม่ได้เป็นปัญหาเสมอ แต่ในกรณีของไทย ยอดขาดดุลที่ทะลักเกิดขึ้นพร้อมกับยอดการผลิตในประเทศที่ลดลงต่อเนื่อง เพราะสินค้านำเข้าส่วนใหญ่เข้ามา “แทนที่” การผลิตในประเทศ ส่งผลต่อการจ้างงานและจีดีพีไทยเป็นลูกโซ่ การบริหารเศรษฐกิจภายในต้องทำพร้อมกับการจัดการการค้าระหว่างประเทศ หากคลื่นสินค้านำเข้าไหลทะลักไม่หยุด การผลิตและการจ้างงานของเราคงยากจะฟื้น

นอกจากนี้ อาการที่ตัวเลขส่งออกพุ่ง แต่นำเข้าพุ่งเยอะกว่า ยังเป็นลักษณะของโรคระบาดทางเศรษฐกิจประเภทใหม่ที่กำลังเกิดในอาเซียน นั่นคือ “โรคสวมสิทธิ์” เพราะมีบริษัทที่เข้ามาตั้งในไทยเพียงเพื่อใช้เราเป็นทางผ่าน นำเข้าสินค้าจากประเทศแม่มา “ใส่โจงกระเบน” แล้วส่งออกต่อไปยังประเทศที่ 3 ปกปิดแหล่งกำเนิดเดิมที่โดนแบน ธุรกิจแบบนี้จึงแทบไม่จ้างงานและไม่สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย แต่ทำให้ตัวเลขส่งออกของเราโต

SCB EIC ทำข้อมูลไว้ดีมาก จัดกลุ่มสินค้าที่ส่งออกขยายตัวเยอะ แต่ตัวเลขมูลค่าการผลิตกลับถดถอย มีลักษณะเป็น high-import contents ได้แก่สินค้าจำพวก เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ สายไฟฟ้า สายเคเบิล นี่คือกลุ่ม “สินค้าต้องสงสัย” ที่รัฐบาลและหน่วยงานต้องเฝ้าระวัง และลงไปตรวจสอบให้ถึงต้นทาง

หากยังจำได้ ตอนเดือนเมษายนที่โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากไทย อ้างว่าเราได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ ฝั่งไทยก็พยายามบอกว่า อย่าไปเชื่อตัวเลขส่งออกที่ว่าเยอะๆ เลย เพราะมีสินค้าสวมสิทธิ์แฝงอยู่ทั้งนั้น และประกาศฮึ่มๆ ว่าจะตรวจสอบจริงจัง แต่ผ่านไปแค่สองเดือน นอกจากจะไม่มีการกวาดล้างโรงงานสวมสิทธิ์จริงจังแล้ว ก็ยังเอาตัวเลขส่งออกที่พุ่งสูงมาประชาสัมพันธ์ด้านเดียว โดยไม่มีแนวทางจัดการกับด้านนำเข้าเลย

หากสินค้านำเข้ายังทะลักมาแทนที่การผลิตในไทยไม่หยุด โดยเฉพาะสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ดัมพ์ราคาทุ่มตลาด หรือแค่ใช้ไทยเป็นทางผ่าน ไม่ว่าเราจะอัดฉีดเงินหรือเพิ่มซอฟต์โลนไปอีกเท่าไหร่ เศรษฐกิจภายในก็คงไม่ฟื้น

สรุปแล้ว หากต้องพูดถึงสถานการณ์การค้าไทยครึ่งปีแรกแบบสั้นๆ ต้องบอกว่า “ส่งออกโต แต่นำเข้าโตกว่า ขาดดุลยังทะลัก และสวมสิทธิ์ยังลอยนวล” หวังว่าการปรับครม. ครั้งใหม่ จะทำให้รัฐบาลและผู้รับผิดชอบหันมามองการค้าระหว่างประเทศให้ครบทั้งสองด้าน และเร่งรัดปราบปรามการสวมสิทธิ์ส่งออกอย่างจริงจัง เราไม่ควรดีใจกับตัวเลขการส่งออกที่ “สูงสุดเป็นประวัติการณ์” ครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)