
ทั้งที่สื่อระดับ “ยักษ์” ไม่ว่าจะเป็น “นิวยอร์ค ไทม์ส” ไม่ว่าจะเป็น “วอชิงตัน โพสต์” แสดงความโน้มเอียงอย่างเด่นชัด
โน้มเอียงต่อ”ผล”การเลือกตั้ง”ประธานาธิบดี”
เป็นความโน้มเอียงที่ ฮิลลารี คลินตัน จะชนะ เป็นความโน้ม เอียงที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะแพ้
ความโน้มเอียงนี้มิได้ “มโน”
ตรงกันข้าม ได้นำเอาผลการสำรวจจากโพลต่างๆมานำเสนอต่อเนื่อง
เด่นชัดว่า คะแนน ฮิลลารี คลินตัน นำ
เด่นชัดว่า คะแนน โดนัลด์ ทรัมพ์ ตามหลังมาและห่างออกไปเป็นลำดับ
”เส้นแบ่ง” คือ “ดีเบต”
กระนั้น ความเป็นจริงอันจริงแท้ก็ยังต้องรอผลซึ่งจะปรากฏผ่านกระบวนการในวันที่ 8 พฤศจิกายนเป็น”การเลือกตั้ง”
เป็นกระบวนการอันเท่ากับ “เงาสะท้อน” การตัดสินใจของ ประชาชนจะเป็นอย่างไร
นั่นก็คือ “เจตจำนงร่วม”ของ”ประชาชน”
เสียงของประชาชนมาจากเจตจำนงและความต้องการอย่างแท้จริงของประชาชนอย่างแน่นอน
เพราะนี่คือ “การเลือกตั้ง”เสรี
เป็นการเลือกตั้งอย่างเสรีจากประชาชนที่เติบใหญ่อยู่ในสังคมประชาธิปไตยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
มี “ระบบ” มี”กระบวนการ”อันเด่นชัด
นั่นก็คือ ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งมีความเท่าเทียมกันโดยพื้นฐาน
1 สิทธิ 1 เสียง
ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะสำเร็จเพียงไฮสกูล ไม่ว่าจะสำเร็จมหาวิทยาลัย
ล้วน 1 สิทธิ์ 1 เสียงเหมือนกัน
เมื่อเดินเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง ไม่ว่าชาวบ้าน ไม่ว่ารัฐมนตรีล้วนเท่าเทียม
ยิ่งกว่านั้น ระบบนี้ยังกำหนดให้อยู่ในวาระได้ 4 ปี
เป็น 4 ปีอันมาจาก”การเลือกตั้ง” เป็น 4 ปีที่หากจะสืบทอดอำนาจอีก 1 วาระก็ต้องผ่าน”การเลือกตั้ง”
นี่คือ “อธิปไตย”ย่อมเป็นของ”ประชาชน”
การนำเสนอข่าวสาร ข้อมูล จึงเป็นหน้าที่และการแสดงออกของสื่อ ไม่ว่าสื่อกระดาษ ไม่ว่าสื่อกระจก
การสำรวจ”โพล”ก็เป็น”เครื่องมือ” 1
กระนั้น ปัจจัยชี้ขาดอย่างแท้จริงจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในคูหาของชาวสหรัฐ
จะเลือกใครระหว่าง 2 คน
บางคนอาจชื่นชอบ ฮิลลารี คลินตัน บางคนอาจชื่นชอบ โดนัลด์ ทรัมป์
การตัดสินใจในวันที่ 8 พฤศจิกายน จึงสำคัญ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
