
การเข้ามาของ “ดิจิทัล” ส่งผลสะเทือนเศรษฐกิจและสังคมอย่างลึกซึ้งทั้งระดับโลก และระดับประเทศ
ในวงการ “สื่อ” เห็นได้ “ชัด”
นั่นก็คือ การค่อยๆเข้ามาของ “สื่อกระจก” ที่เบียดแทรกและเข้าไปแย่งยืดพื้นที่ของ “สื่อกระดาษ”
เห็นได้จากปรากฏการณ์ “บางกอก”
เห็นได้จากปรากฏการณ์”สกุลไทย”และตามมาด้วยปรากฏการณ์”พลอยแกมเพชร”
ทั้งหมดนี้ยืนยันถึงอิทธิพลของ”เทคโนโลยี”
เหมือนกับการค้นพบ “เครื่องจักร”จากพลังน้ำก่อให้เกิด”การ ปฏิวัติอุตสาหกรรม” เหมือนกับการค้นพบ”ไฟฟ้า”ก่อให้เกิดการพัฒนาและต่อยอด
ต่อยอดกระทั่งมาถึงยุคแห่ง”คอมพิวเตอร์”
ความเชื่อนี้อาจเป็น “ความจริง” แต่เมื่อหันไปดูกรณีของ”ทีวีดิจิทัล”ก็ก่อให้เกิดความไม่แน่ใจ
ไม่แน่ใจว่าจะ”รุ่งโรจน์” หรือว่า “รุ่งริ่ง”
กรณีของ”ทีวีดิจิทัล”สะท้อนพัฒนาการจาก”ทีวี อนาล็อก”อย่างเด่นชัดยิ่งในทาง “เทคโนโลยี”
เป็นการยืนยันถึงรูปโฉมแห่ง”เศรษฐกิจยุค 4 G”
กระนั้น หากสดับตรับฟังจากเสียงร้อยโอดโอยของแต่ละช่อง แต่ละสถานีที่ประสบปัญหา กระทั่งต้องขอชะลอการจ่ายค่าสัมปทานจากการประมูล
ก็เริ่มเกิดความหวั่นไหว ไม่แน่ใจ
ไม่เพียงแต่แต่ละช่อง แต่ละสถานีจะต้องแบกภาระ หากแต่ยังดูดเงินจาก”บริษัทแม่”เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
ทำให้บางบริษัทประสบปัญหา”ตัวแดง”อย่างต่อเนื่อง
ยิ่งหากศึกษาผ่าน”เรตติ้ง”ของแต่ละช่อง แต่ละสถานี ยิ่งมากด้วยความงุนงง
งุนงงว่าอาจมิได้เนื่องแต่”เทคโนโลยี”
การสำรวจและเผยแพร่”เรตติ้ง”ประจำเดือนกรกฎาคม 2559 โดยบริษัทนีลเส็น ประเทศไทย
อันดับ 1 ช่อง 7
อันดับ 2 ช่อง 3
อันดับ 3 ช่อง 23
อันดับ 4 ช่อง 29
อันดับ 5 ช่องวัน
อันดับ 6 ช่อง 8
เด่นชัดว่าอันดับ 1 ถึง 5 เป็นช่องอันเน้นในเรื่องของความบันเทิงและเกมโชว์
หากเทียบกับ”เรตติ้ง”ในยุค”อนาล็อก”ก็แทบไม่เปลี่ยน
สะท้อนให้เห็นว่าสภาพที่เป็นเช่นนี้อาจมิได้เนื่องแต่”เทคโนโลยี” หากแต่น่าจะเป็นปัจจัยอื่น
นั่นก็คือ ปัจจัยจำนวนคู่แข่ง นั่นก็คือ ปัจจัยการเมือง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
