bg-single

โลกร้อนเพราะมือเรา “ไวรัสซิกา” เชื้อมหันตภัย จากยุง

20.09.2016

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาในพื้นที่ต่างๆ กว่า 70 ประเทศทั่วโลก กลายเป็นประเด็นที่นักสิ่งแวดล้อม นักการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุที่มีการระบาดอย่างรวดเร็ว คนติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการไข้ให้เห็นชัด มีแค่ตาแดง เป็นผื่นแดงหรือเป็นไข้เล็กๆ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อไวรัสบอกว่า ไวรัสซิกาซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรคชอบเด็กทารกในครรภ์เป็นพิเศษ

เมื่อยุงกัดหญิงตั้งท้องจะแพร่เชื้อซิก้าผ่านทางเส้นเลือด ถ่ายทอดไปสู่ทารก

เชื้อไวรัสวิ่งเข้าสู่รกหรือสมองเด็ก ฝังตัวที่นั่นเสมือนเป็นบ้าน และอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่เด็กยังมีชีวิตแต่สมองเล็กลงเพราะโดนไวรัสดูดกิน

นี่เป็นความฉลาดของเชื้อไวรัสซิกา ผิดแผกแตกต่างจากเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ ซึ่งแพร่เชื้อเข้าไปแล้วก็รุมฆ่าเจ้าบ้าน

แต่ถ้าผู้ใหญ่ติดเชื้อไวรัสซิกาจะเกิดอาการทางสมองหรือประสาท

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อซิกา การรักษาผู้ป่วยจะดูตามอาการเท่านั้น

การป้องกันทำได้แค่เฉพาะหน้า เช่นทาครีมกันยุงตามตัวแขนขา นอนในมุ้ง ฉีดพ่นยาทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

เปลี่ยนแปลง

ถ้าบริเวณใดมีอากาศร้อนชื้น ยุงจะแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว

เมื่อยุงมีปริมาณมากการกำจัดก็ยิ่งยาก ผลที่ตามมาคือประชาชนจะเกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสซิกามากขึ้น

องค์การอนามัยโลกชี้ว่า การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสซิกาถือเป็นวิกฤตการณ์ทางด้านสาธารณสุขเลยทีเดียว

ที่น่าสังเกต เชื้อไวรัสซิกาแพร่ระบาดในประเทศใหม่ๆ ที่ไม่เคยระบาดมาก่อน

ปัจจุบันคนป่วยเพราะเชื้อซิกาทั่วโลกไม่น้อยกว่า 4 ล้านคน นับจากพบผู้ป่วยที่บราซิลเมื่อ 8 เดือนก่อน

นักสิ่งแวดล้อมระบุว่า ปรากฏการณ์เอล นิโญ่ ทำให้ยุงลายแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วในประเทศอเมริกาใต้ โดยเฉพาะทางตอนใต้ของบราซิล และอุรุกวัย มีฝนตกหนักถี่บ่อยในฤดูหนาว

ปรากฏการณ์เอล นิโญ่ ทำให้เกิดภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ชาวบ้านจึงระดมอุปกรณ์กักเก็บน้ำสำรองไว้รอบๆ บ้าน

โอ่ง บ่อ ถังเก็บน้ำเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีทำให้ยุงแพร่พันธุ์เร็วและกัดคนในบ้านมากขึ้น

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาศูนย์วิเคราะห์สภาวะภูมิอากาศ พบว่า ตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา สภาวะภูมิอากาศในหลายพื้นที่ของสหรัฐ เปลี่ยนไปมีผลต่อการขยายพันธุ์ของยุง และระยะเวลาการอยู่รอดของยุง

ปกติยุงลายตัวพาหะเชื้อไวรัสซิกา จะแพร่พันธุ์อยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของสหรัฐ เช่น รัฐฟลอริด้า แต่เมื่อเกิดภาวะโลกร้อน อุณหภูมิในพื้นที่ทางตอนเหนือสูงขึ้น ยุงลายขยับไปแพร่พันธุ์ตามอากาศที่ร้อนและชื้น

อากาศยิ่งร้อน ยิ่งชื้นมากเท่าไหร่ ยุงจะแพร่ขยายพันธุ์มากขึ้น และมีระยะเวลากัดคนนานขึ้น

เมืองใหญ่ระดับมหานครในสหรัฐ จำนวน 200 เมือง พบว่าอย่างน้อย 10 เมือง มีช่วงเวลาที่ยุงชุม มากกว่าหนึ่งเดือนหรืออาจนานกว่านั้น

ก่อนหน้าทศวรรษ 1980 ใน 125 เมือง มียุงชุมแค่ 5 วันโดยเฉลี่ย

ขณะนี้ 25 เมืองใหญ่ที่มียุงชุมและช่วงเวลากัดคนนานขึ้น เช่น เมืองบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์ มียุง 37 วัน เมืองเดอร์แฮม รัฐนอร์ธแคโลไรน่า 37 วัน เมืองมิอานาโปลิส รัฐมิเนโซต้า 34 วัน

อย่างเมืองบัลติมอร์ ผวาภัย “ไวรัสซิกา” มากจนผู้บริหารต้องออกประกาศให้ชาวเมืองอยู่แต่ในบ้านช่วงวันอาทิตย์หลังสี่ทุ่ม เพราะเป็นเวลาปฏิบัติการพ่นยาแหล่งน้ำคูคลองที่คาดว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

ส่วนรัฐมิเนโซต้า ถ้าใครเคยไปที่นั่นคงทราบดีว่า มีอากาศหนาวเย็นที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐ อย่างในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2539 อุณหภูมิติดลบ 51 องศาเซลเซียส

เมื่อก่อนนี้ รัฐมิเนโซต้ามียุงน้อยมาก ช่วงหน้าร้อนผู้คนพากันเปิดหน้าต่างรับแสงแดดเต็มที่ แต่ตอนนี้ถึงหน้าร้อนต้องอยู่ในห้องที่ติดมุ้งลวดกันยุงมิดชิด

สภาวะอากาศเปลี่ยน ฤดูหนาวไม่เย็นเหมือนเคย ฤดูร้อนยาวนานขึ้น นี่เป็นช่วงโอกาสทองของยุง

ในพื้นที่ทางใต้ของประเทศแคนาดา ติดกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ พบว่ามีขบวนยุงรุมกัดชาวบ้านที่นั่นช่วงหน้าร้อน

คราวนี้หันกลับมาดูสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาแถวๆ บ้านเรา

ที่ประเทศสิงคโปร์ กำลังผวากับเชื้อมหันตภัยหลังจากมีผู้ติดเชื้อซิกามากถึง 151 คน

มีการตั้งคำถามว่าทำไมเชื้อไวรัสซิกาจึงแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในสิงคโปร์

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสิงคโปร์ สันนิษฐานว่า เป็นเพราะคนสิงคโปร์มีภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสชนิดนี้ต่ำมาก

คนสิงคโปร์อาศัยในอพาร์ตเมนต์เป็นส่วนใหญ่และอยู่กันอย่างเบียดเสียดแออัด เมื่อยุงกัดคนนี้ ก็บินไปกัดอีกคน การแพร่เชื้อจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนประเทศไทย การแพร่เชื้อซิกามีมาไม่น้อยกว่า 50 ปีแล้ว อาจเป็นเพราะเวลานั้นวิทยาการทางการแพทย์ยังไม่ทันสมัย ต้องส่งเชื้อไปตรวจสอบในต่างประเทศ เพิ่งมาพิสูจน์ทราบถึงอันตรายของเชื้อซิกาเมื่อต้นปีนี้เอง

ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาสะสม 97 ราย

ผศ.ดร.ชรินทร์ โหมดซัง อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวบนเวทีเสวนาเรื่องเสวนา “ซิกาไวรัสร้าย ภัยเงียบสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์” จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ว่า ได้จัดสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์พยากรณ์อนาคตของการระบาดเชื้อไวรัสซิกาในไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หากไม่ทำอะไรเลยและปล่อยให้เกิดการระบาดจะมีคนติดโรค 73.2-99.9% โดยคิดเป็นกรณีเลวร้าย เช่น เด็กหัวลีบ ผู้ใหญ่เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตประมาณ 6,800 คน

คำพยากรณ์ของอาจารย์ชรินทร์เป็นไปได้หรือไม่ ต้องตามไปพิสูจน์กัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน